ผมมีความรู้ด้านการเมืองอเมริกันค่อนข้างน้อย คือเท่าที่สื่อไทยนำเสนอ (เน้นว่าสื่อไทย) แต่ประเด็นที่ผมสนใจมากในช่วงหลังคือการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้หาเสียง และประกอบกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งจะเข้าใจปรากฎการณ์นี้อย่างแจ่มชัด เราต้องมีพื้นฐานของบริบททางการเมืองและสังคมสหรัฐ (ซึ่งต่างจากสังคมไทย) อยู่พอสมควร
นักการเมืองที่มีโมเมนตัมทางการเมืองสูงที่สุดในช่วงนี้ คงไม่มีใครเกิน Barack Obama และระหว่างการอ่านบทความเกี่ยวกับ Obama ในวิกิพีเดีย ผมก็บังเอิญไปเจอกับ speech ชิ้นสำคัญอันล่าสุดของ Obama เมื่อเดือนมีนาคม 2008 ชื่อว่า A More Perfect Union ที่ผลสำรวจบอกว่า ประชากรอเมริกัน 85% อย่างน้อยได้ยินคนรอบตัวพูดถึง speech อันนี้ (แต่กลับไม่มีสื่อไทยนำเสนอเลย เท่าที่ลองค้นดู)
เมื่อคืนผมจึงสั่งดาวน์โหลด speech อันนี้จาก YouTube (ด้วย YouTube Downloader ของ TechCrunch) และใช้เวลาตอนเช้า ดู ฟัง (และอ่าน transcript ประกอบตามไปด้วย) speech ความยาว 37 นาทีอันนี้
ที่มาของ speech อันนี้คือ บาทหลวงประจำตัวของ Obama (ซึ่งเป็นคนผิวสี) ได้ออกมาวิจารณ์ประเด็นด้านสีผิวของอเมริกาอย่างหนัก ด้วยคำที่รุนแรงอย่าง “God damn America” และกลายมาเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งเอามาโจมตี Obama ว่าเป็นพวก radical
Obama แก้สถานการณ์ด้วย speech อันนี้ ซึ่งเป็นทั้งการตอบคำถามถึงความสัมพันธ์ของตัวเองเองกับบาทหลวง และที่สำคัญกว่าคือโยงไปถึงปัญหาเรื่องผิวสี ซึ่งเป็นปัญหาสั่งสมของสหรัฐมายาวนาน และเป็นจุดขายสำคัญของ Obama ในฐานะ (ว่าที่) ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกด้วย ถือเป็นการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
ที่น่าสนใจคือกลยุทธ์การนำเสนอของ Obama นั้นเฉียบขาดมาก ถ้าเอาตาม New York Times ใช้คำว่า “It is hard to imagine how he could have handled it better”
ให้สรุป speech เป็นภาษาบ้านๆ ได้ดังนี้ (ตัวน้ำเงินเป็นความเห็นของผม)
สรุปคือในแง่เนื้อหา Obama เปลี่ยนประเด็นความขัดแย้งเฉพาะบุคคล เข้าสู่นโยบายการหาเสียงได้อย่างกลมกลืน แต่ส่วนของการนำเสนอก็เตรียมมาดีไม่แพ้กัน
We the People of the United States, in Order to form a more perfect Union…
“Barack Obama didn’t simply touch the touchiest subject in America, he grabbed it and turned it over and examined it from several different angles and made it personal
นักหนังสือพิมพ์อเมริกันหลายคนบอกว่า speech อันนี้ถือเป็นหนึ่งใน speech ที่ดีที่สุดของประวัติศาสตร์อเมริกัน (และยิ่งดีเข้าไปอีกถ้านับเฉพาะ speech ที่พูดเรื่องสีผิว - เทียบชั้นได้กับ I Have a Dream ของ Martin Luther King Jr.) ผมว่ามันเวอร์ไปนิด แต่ต้องยอมรับว่าเป็น speech ที่ดีมากทีเดียว
เขียนมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าคงมีคนอยากลองดูบ้างแล้ว ก็จบด้วยวิดีโอละกันครับ (transcript มีหลายเจ้า ทั้งเวอร์ชันบนเว็บของ Obama เอง หรือ MSNBC)
ป.ล. ถ้า Obama ได้เป็นประธานาธิบดี และ speech อันนี้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ คนที่จะเป็นประวัติศาสตร์ไปด้วยคือ YouTube เพราะว่า Obama เอ่ยถึง YouTube คู่กับคำว่า ทีวี ตรงๆ ใน speech
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ น่าสนใจทีเีดียว
ถ้าคนนี้ได้เป็น president แสดงว่าซีรี่ส์เรื่อง 24 ล้ำมาก
ช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้ตามทั้งการเมืองชาติไหนๆ
เพิ่งมารู้ไม่นานด้วยซ้ำว่า ฮิลลารี่กับโอบาม่าอยู่พรรคเดียวกันแล้วแข่งกันเพื่อมาเจอคู่แข่งจากรรคอื่นอีกที
แต่เห็นหน้าโอบาม่ามาก่อนหน้านี้ในรายการโอปร้า ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่ได้ลงหรือลงสมัครแล้วก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนดูเขาให้สัมภาษณ์ก็คิดว่าเป็นคนที่มีบุคลิกน่าเชื่อถือ คือฟังเขาพูดแล้วก็เชื่อในสิ่งที่เขาพูดได้ ประมาณว่าดูจริงใจไม่ไก่กา
มาอ่านสรุป speech ในบล็อกนี้ ขอบอกว่าอึ้งเกือบๆจะซึ้งยังกับเป็นคนชาติอเมริกันซะเองเลย ชอบที่คุณสรุปด้วยแหละ ทำให้เข้าใจการโยงหรือขั้นตอนการเรียบเรียง speech ระดับนี้
น่าคิดที่ว่า more perfect union ที่คนอเมริกันรุ่นเก่าโน้นหวังไว้จนเขียนไว้ในรัฐธรรมณูญนั้น จนบัดนี้เป็นแบบนั้นได้แค่ไหน
ขอบคุณสำหรับข้อเขียนบล็อกนี้ค่ะ ^^
ชอบบทความนี้ครับ เห็นสื่อไทยลงบ้างแต่ไม่ละเอียด ได้อ่านของคุณ mk อีกทีรวมกับการวิเคราะห์ด้วย มันดีครับ
ชอบอเมริกาในยุคสร้างชาติ แน่นอนว่า มันมีวาทกรรมชวนเชื่ออยู่บ้าง แต่เรื่องเล่าที่ดีก็ต้องเป็นอย่างนี้ เลยทำให้ชอบบารัค โอบามา ไปด้วย ในยุคที่ไม่มี Hero เหลือแล้ว แกยังสร้างแรงบันดาลใจได้ขนาดนี้อีก โอ้ว อีก 20 ปีข้างหน้า เล่นการเมืองก่า (แล้วจะมาเชิญคุณ mk เป็นรัฐมนตรี ICT) :D
cotton: ถ้าอ่านสรุปแล้วซึ้ง รับรองฟัง speech เต็มแล้วน้ำตาไหลครับ (โดยเฉพาะตอนท้ายๆ) ขนาดผมฟังแบบมีเป้าหมาย (คือดูวิธีการนำเสนอ) ยังน้ำตาซึมเลย