Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
(หลังจากที่เขียนบล็อก Limitation of Twitter ไปแล้ว ก็พยายามนั่งคิดอยู่ตลอดว่า ทำไม Twitter ถึงดัง)
เคยไหมครับ เคยอยู่ในสถานการณ์ประมาณว่ารถติดมากๆ ติดจนเราอยากตะโกนออกมาดังๆ ว่า "แม่ม รถติดจริงเว้ย" แก้เครียด แต่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
เพราะว่าตอนนั้นเรานั่งอยู่คนเดียวบนรถเก๋งคันงาม ที่ดันติดแหง่กอยู่บนทางด่วน
หรือเพราะตอนนั้นเรายืนอยู่บนรถเมลที่มีคนอัดแน่น แต่เราดันไม่รู้จักใครสักคนแม้แต่น้อย
ไม่ว่าเวลาหรือสถานที่จะต่างไปจากเหตุการณ์สมมตินี้แค่ไหน อาจเป็นการนั่งรอเครื่องบินอยู่ที่ฮีทโทร์ว หรือรอข้าวผัดกระเพราที่เพิงข้างปากซอย ผมคิดว่าเราคงรู้สึกอย่างเดียวกัน นั่นคือมันคงจะดีกว่านี้ถ้ามี "เพื่อน" มานั่งอยู่ให้พูดคุยด้วย
เพื่อนที่ว่าไม่ต้องเป็นคู่สนทนาที่ดีเท่าไรนักก็ได้ บทต่อเนื่องของประโยค "ส้มตำจานนี้มันหวานไปหน่อยว่ะ" อาจจบลงด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชิมส้มตำอันยืดยาว หรือจะเป็นแค่ "อือ" สั้นๆ แบบไม่ใส่ใจเท่าไร แต่อย่างน้อยสำหรับคนพูดแล้ว มันดีกว่าพูดเองคนเดียวในหัวเป็นไหนๆ
ความโชคร้ายอยู่ที่ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นคนสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้ขนาดไหนก็ตาม ย่อมต้องมีเวลาที่เราอยู่คนเดียว และถ้าสังเกตให้ดีอีกนิด ช่วงเวลานี้มันมีเยอะเสียด้วย
ผมเชื่อว่าแทบทุกคนคงมีประสบการณ์รับมือกับสถานการณ์ทำนองนี้กันมาหมดแล้ว มันอาจอยู่ในรูปการส่ง SMS หาเพื่อนสนิทสมัยมัธยมหรือโทรศัพท์หาคนที่เรารัก ปัญหาก็คือในบางบริบทนั้น บางทีมันก็คิดไม่ออกซะดื้อๆ ว่าควรจะคุยกับใคร อาจเป็นเพราะว่ามีความสนใจบางเรื่องไม่ตรงกับคนที่รู้จักเจอหน้าในชีวิตประจำวัน หรือว่าเรื่องมันเล็กน้อยมาก จนรู้สึกผิดที่จะให้พวกเขาเหล่านั้นต้องผละจากหน้าที่การงานมาสนใจปัญหาเล็กๆ ของเรา
แต่ทำไงได้ล่ะ คนมันเหงานี่
ถ้าเป็นแบบนั้น จับคนเหงากับคนเหงามาคุยกันเองดีกว่าไหม ทุกคนต้องการใคร แต่ทุกคนไม่มีใคร และที่น่าสนใจคือคนเหงามีอยู่มากมายเต็มไปหมด
ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้นของวันจะไม่มีใครมาเป็นเพื่อนคู่คิด มานั่งให้เห็นอยู่ต่อหน้า แต่ว่าด้วยความก้าวหน้าของวิทยาการ ปัจจุบันคนเหงาทั้งหลายมีเครื่องคู่คิดติดตัวอยู่แทบตลอดเวลา และเครื่องคู่คิดพวกนี้มันสามารถเชื่อมต่อไปยังเครื่องคู่คิดของคนเหงาคนอื่นๆ ได้!
นี่คือสาเหตุที่ทำให้ Microblogging (ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Pownce, Friendfeed และอื่นๆ) ประสบความสำเร็จ
สโลแกนของ Twitter คือ "What are you doing?" ทำผมหลงทางไปนาน คือแต่ก่อนสงสัยมากว่าคนเราจะไปอยากบอกอะไรเพื่อนหนักหนาว่าตอนนั้นฉันกำลังทำอะไรอยู่ แต่พอพิจารณาดีๆ ความหมายจริงที่ซ่อนอยู่ของมันก็คือ "I'm doing this. Is it OK?" ต่างหาก
Comments
เหมียว
25 April, 2008 - 07:16
Permalink
โถ
โถ พ่อหนุ่มขี้เหงา
ArJin
25 April, 2008 - 08:05
Permalink
อ่านเรื่อ
อ่านเรื่องนี้จบ นึกถึงมุขในโน้สอุดม เดี่ยว7 ปีนี้ เป็นมุขวลีเด็ดเลย
"ลำปางหนาวมาก"
(ไม่ควรเล่ามากกว่านี้สินะ ถ้ามีแผ่นออกมาก็รอดูละกัน ใครเคยดูคงพอเข้าใจอาการ mk อิๆ)
tewson
25 April, 2008 - 08:19
Permalink
เดี๋ยวนี้
เดี๋ยวนี้ผมเห็นคำว่า twitter ก็นึกถึงพี่ @sugree ทันทีเลยแฮะ
sugree
25 April, 2008 - 08:26
Permalink
เออจริง
เออจริง
house
25 April, 2008 - 09:04
Permalink
มิน่า
มิน่า ถึงไม่เคยคิดจะเล่น
ไม่เคยอยู่ที่ไหนโดยไม่มีหนังสือในมือ(และถ้าไม่มี ก็จะซื้อเอา)
malimali
25 April, 2008 - 10:50
Permalink
มือถือยัง
มือถือยังโลเทค
ทวิตไม่ได้ - -''
idiotao
25 April, 2008 - 12:46
Permalink
เช่นเดียว
เช่นเดียวกับที่คุณ ArJin ว่าไว้เลย เหอๆ
บางครั้งก็เป็นอย่างนี้จริงๆนะ อยากจะสื่อสารกับคนอื่น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะส่งไปหาใครดี
แค่ได้ส่งขึ้นทวิตเตอร์ก็เหมือนได้สื่อสารกับคนอื่นๆแล้ว
ถึงจะไม่มีคำตอบก็เหอะ ๕๕
ipats
25 April, 2008 - 13:39
Permalink
มันเป็นกา
มันเป็นการ.. ประกาศให้โลกรู้ ว่าข้านั้นคิดอะไร
ikeay
25 April, 2008 - 15:37
Permalink
เหมือน personal
เหมือน personal message ใน msn เบื่ออะไรก็บ่นกันเข้าไป
molecularck
26 April, 2008 - 20:03
Permalink
เฮ้ย
เฮ้ย จริงด้วย สงสัยขี้เหงาจริง ๆ แต่พักหลังงานเยอะไม่มีเวลาเงหาเลย tweet น้อยลง
au8ust
29 April, 2008 - 22:04
Permalink
คืออยากให
คืออยากให้คนอื่นได้รับรู้ด้วยสินะ อุอุ
bact'
1 May, 2008 - 23:26
Permalink
มันเหมือน
มันเหมือน i don't want to bother you, but i will feel good if you read me (.txt).
zedth
7 July, 2009 - 17:02
Permalink
คนมันเหงา เข้าใจบ้างสิ
คนมันเหงา เข้าใจบ้างสิ
iporsut
11 August, 2009 - 21:34
Permalink
rt @sugree เออจริง
rt @sugree เออจริง
Add new comment