Limitation of Twitter

ตั้งใจว่าจะเขียนแบบยาวๆ แต่ไม่มีโอกาสเสียที ดังนั้นก่อนลืม เอาแบบ bullet point ไปก่อน

ปัญหาเชิงโครงสร้าง/แนวคิด

  • เพื่อนของเพื่อน == เพื่อน? สมมติว่า A เป็นเพื่อนกับ B และ B เป็นเพื่อนกับ C แล้ว A ย่อมเห็นข้อความของ B ว่า “@C I think so” (โดยไม่เห็นข้อความต้นฉบับของ C) คำถามคือพฤติกรรมของ A ควรหรือมีแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ระหว่างเพิกเฉยต่อข้อความทำนองนี้ หรือตามไป follow C
    • ซึ่งผมเชื่อว่ามันต้องมีกรณีที่เกิด topology แบบ full mesh (คือไล่ follow เพื่อนของเพื่อนไปเรื่อยๆ จนกว่าทุกคนจะไม่มีคนที่ไม่รู้จักเหลือ) แต่โอกาสที่เกิดก็ยากมากเช่นกัน (เพราะในความเป็นจริงจะเกิด follow จากคนหน้าใหม่มาเรื่อยๆ)
  • การ follow เป็นความสัมพันธ์แบบสองทาง ถ้า A follow B แล้ว B ควรจะ follow A กลับหรือไม่? คำตอบอาจจะขึ้นกับบริบท เช่นอย่างของผมเอง ถ้าคนที่ follow มาเป็นคนไทย ผมจะ follow กลับ แต่มันจะเข้าสู่สเต็ปต่อไป คือเราต้อง manual check คนที่มา follow เสมอ
    • ซึ่งไม่ practical สำหรับคนดังที่มีคน follow จำนวนมาก (อย่าง leah culver ตอนนี้มี 2,794 คน) สุดท้ายต้องลงเอยด้วยการ ignore all (เพราะ accept all เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว)
    • แต่จะมีปัญหาตามมาอีกเรื่องว่า ignore all อาจทำให้เราพลาดโอกาสบางอย่างไป เช่น เพื่อนที่หายไปนานมา follow เรา
    • ปัญหานี้เป็นเรื่องเดียวกับการ add contact กลับใน Facebook เพียงแต่ของ Twitter จะรุนแรงกว่า เพราะว่าปริมาณ following ของเราจะมีผลตรงต่อจำนวน msg ใน timeline (และรวมถึง msg ที่ได้รับตรงจาก IM)
      • เรื่องนี้จะส่งผลไปถึงพฤติกรรมในการ follow ตัวอย่างเช่น เราจะสนุกกับการอ่าน Twitter msg ของ leah culver เพียงฝ่ายเดียวสักแค่ไหน เพราะต่อให้เรามีประเด็นจะ reply ดีอย่างไร ถ้าคุณเธอไม่ follow เรากลับ ข้อความ reply มันก็หายไปในสายลมอยู่ดี ถ้าเป็นแบบนี้ สุดท้ายแล้วผู้ใช้จะมีพฤติกรรมการใช้งาน โดย follow เฉพาะคนรู้จัก/คนที่ตอบเรากลับ (เหมือนแอบหลงรักข้างเดียว ถ้ายังไงก็ไม่เกิดผล สุดท้ายก็ต้องเลิก รักคนที่เขารักเราดีกว่า ทำนองนั้น)
  • คาบเกี่ยวกับข้อเมื่อกี้ อัตรารับข้อความจำนวนเท่าไร (msg/นาที) ถึงจะถือว่า Twitter ไม่เหมาะสมกับการใช้งานแล้ว (โดน flood) ผมคิดว่าน่าจะมีคนศึกษาในอีกไม่นาน (หรือมีแล้วก็ไม่รู้?)
  • การส่งข้อความใน Twitter ไม่การันตีว่าผู้รับจะได้อ่าน (โดยเฉพาะการ reply) ดังนั้นการนำ Twitter มาใช้แทนอีเมลหรือ IM เต็มขั้นจึงมีปัญหาอยู่บ้าง
    • รูปแบบการ reply ของ Twitter ข้อความจะไปโผล่ทาง IM กับ timeline เท่านั้น ถ้าผู้รับออนไลน์อยู่ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ ไม่มีอะไรการันตีเลยว่าผู้รับจะตามไปอ่านข้อความใน timeline
    • Twitter แก้ปัญหานี้ด้วย direct message ซึ่งจะส่งข้อความทางอีเมลให้ด้วยในทุกกรณี แต่ direct message จะมีผลต่อเมื่อผู้ส่งรู้สถานะของผู้รับอย่างแน่นอนว่าออนไลน์หรือไม่ ถ้าผู้ส่ง assume ว่าผู้รับออนไลน์อยู่และใช้ reply ก็มีโอกาสสูงที่ข้อความจะส่งไม่ถึง ตัวอย่างเช่น ผู้รับออนไลน์อยู่ ส่งข้อความคุยปกติ และออฟไป แต่ผู้ส่งเข้าใจว่ายังออนไลน์อยู่
    • อีกกรณีคล้ายๆ กันคือการส่งข้อความจาก SMS และไม่มี Twitter client บนโทรศัพท์มือถือ (คือไม่สามารถเข้าถึง timeline ได้) ถ้าเกิดการ reply ขึ้น จะไม่การันตีการส่งข้อความเช่นกัน
  • การจำกัด content type เฉพาะข้อความอย่างเดียว ทำให้ Twitter เรียบง่ายและใช้ได้กว้างขวาง (SMS หรือ IM ก็ใช้ได้ ไม่ต้องมี client เฉพาะ) แต่ในมุมกลับ มันจะทำให้การแชร์ข้อมูลอื่นๆ อย่างภาพหรือไฟล์ยากขึ้น (ต้องหาที่ฝากไฟล์ก่อน) ผมไม่เคยใช้โปรแกรมคู่แข่งที่มีฟีเจอร์พวกนี้แบบ Pownce อย่างจริงจังเลยไม่รู้ว่ามีข้อจำกัดอย่างไร
  • spam following ตอนนี้เริ่มเจอบ้างแล้ว ถึงต่อให้ตอนสมัครมี CAPTCHA แต่ตอนไล่ follow ชาวบ้าน มันใช้บอตรันได้นี่ อนาคตปัญหานี้จะรุนแรงขึ้น (หรือต่อไปก่อน follow ต้องใส่ CAPTCHA?)

ปัญหาจากการ implement

  • Twitter ยังไม่มีหน้ารวม notification เวลาไล่ follow ต้องมานั่งไล่จิ้มทีละเมล ไม่เหมือน facebook ที่เปิดหน้าเดียวพอ
  • ลิมิตของ API (70 req/60 min) ทำให้ Twitter client ตัวใดๆ ก็ตาม ไม่สามารถเทียบชั้น IM ได้ในแง่ความเร็วในการส่งข้อความ (ต้องยกความดีให้คนออกแบบโปรโตคอล XMPP)
  • ยังไม่มีระบบค้นหาข้อความ (ผมลองค้นของ @sugree เล่นเอาหน้ามืด)
  • tinyurl ไม่ได้เป็น URL ถาวร มีปัญหา digital preservation แต่ถ้าไม่ใช้ tinyurl จะ implement อย่างไร?
  • integration เช่น อยากให้ข้อความล่าสุดใน Twitter กลายเป็น personal message ของ IM หรือ Facebook อันนี้ไม่ยาก

เขียนไปเขียนมาก็ยาวอยู่ดีแฮะ รู้งี้เลือกทำ dissertation เรื่องนี้ดีกว่า

เพื่อนของเพื่อน == เพื่อน? ….

ปัจจุบันนี้มันไม่ได้ถือแบบนั้นอยู่มั้ง? คือ B จะไม่เห็น “@C xxxx” ยกเว้นในกรณีที่ “@C” ไปอยู่กลาง ๆ ประโยค

ข้อความ @replies จะถึง ถ้าคนนั้นเล่น ใช้ twitter im แล้วพิมพ์ 'track' ชื่อตัวเองเอาไว้ ก็จะมีโอกาสเห็นได้ว่ามีคนที่เขาไม่ได้ follow คุยด้วย (จะเห็นเป็นชื่อคนนนั้นใน วงเล็บ).. แต่โอกาสก็น้อยเช่นกัน เพราะว่าอาจจะกำลังโดน flood ๕๕๕

ส่วนการเช็คการตอบ @replies มุกใช้ app ช่วย แล้วมาเปิดเช็คทีหลัง หรือ เปิดทิ้งไว้คู่กัน เผื่อเวลาที่ไม่ได้อ่านทุก tweets ที่เข้ามาใน twitter im เพราะว่าทำอย่างอื่นอยู่ ก็จะไปเปิดแวบๆ ที่ tweetr หรือ twhirl เพื่อดูว่า มีใครคุยกับมุกหรือเปล่า (ตอนนี้เปิด tweetr หน้าที่เป็น replies เพื่อที่จะให้ notification มันขึ้นเฉพาะตอนที่มีคน replies หา)

หน้ารวม notification ไม่มีค่ะ แต่ว่าหน้า 'followers' น่ะมี.. ซึ่งถ้าเข้าไป จะเห็นว่าใคร follow เราบ้าง แล้วเรา follow เขาหรือเปล่า.. จะ follow ไหม อะไรทำนองนี้.. มุกใช้บ่อย เวลาเข้าไปเคลียร์ว่าใคร follow เราแล้วเรายังไม่ไได้ follow หรือว่า เราจะ block ใครไหม.. ทำนองนั้น

ใช้ Tweet Scan ค้นหาได้มั้งคะ จริงๆ มีอีกอัน.. ชื่อขึ้นต้นด้วย 't' .. taleminds หรืออะไรสักอย่าง แต่ไม่ใช่คำนี้ .. ตอนนี้นึกไม่ออก หาไม่เจอด้วย T_T (หามาตั้งแต่สองวันก่อนละ) ส่วน Tweet Scan ได้มาจาก @sajal และ @baramunchies

ส่วน status บน im ตอนนี้มุกใช้ twessenger กับ wlm.. บางทีเพื่อนไม่รู้.. เห็นข้อความเปลี่ยนเรื่อยๆ รีบบอกว่า "แกขยันเปลี่ยนจังเลยว่ะ" ๕๕๕ แล้วมุกก็ต้องอธิบายไปอีกยาว..

ตอนพัฒนา twitter ขึ้นมา ทีมเขาคงกะจะให้เป็น what are you doing? จริง ๆ ล่ะมั้งครับ กลายเป็นคนเอามาใช้สนทนากลุ่มกัน แถมเกิดบริการที่อิงกับ twitter เพียบ เพราะมันเป็นช่องทางสื่อสารที่ง่าย ๆ แต่ประยุกต์ได้มาก

@มะนาว ของผมเห็นนะครับ

@EscRiBiTioNiSt®

ส่วนการเช็คการตอบ @replies มุกใช้ app ช่วย

อันนี้ผมถือว่าเป็นการแก้ปัญหาโดยใช้ implementation มาแก้ปัญหาเชิง concept ครับ ถึงได้แยกปัญหาออกเป็นสองประเภทตั้งแต่แรก

หลังๆ นี่ ถ้าเห็นเค้า reply คุยกันแล้วอยากรู้เรื่องก็แค่ตามไปอ่านเฉยๆ ไม่ค่อย follow ใครเพิ่มเอง
บางทีช่วงนี้มีคนมา follow เพิ่ม ก็ไม่ค่อยได้ตามไปดูแล้วว่ามีใครเพิ่มมาบ้าง เริ่มมึนๆ

@mk ไม่รู้เข้าใจถูกรึเปล่า สมมติเหตุการณ์ละกัน

สมมติว่านาย S ตอบนาย A แล้ว นาย W ซึ่ง Follow S แต่ไม่ได้ Follow A จะเห็นข้อความของ S หรือไม่

คำตอบแบ่งเป็นสองกรณีคือ

  1. กรณีที่นาย S ตอบ A โดยใช้ว่า “@A ….” อันนี้จะขึ้นอยู่กับว่า W ตั้งค่าของ @ Replies ใน Notices ไว้อย่างไร ซึ่งจะตั้งว่าแสดง “@ ของคนที่เรา Follow ไว้เท่านั้น”ได้ ซึ่งกรณีนี้ W จะมองไม่เห็นข้อความนั้น
  2. กรณีที่นาย S ใช้ข้อความที่มี @C อยู่ตรงกลาง (แค่กล่าวถึงเฉยๆ) กรณีนี้ก็จะเห็นเหมือนปกติ

ดังนั้นแสดงว่าพี่ mk อาจจะตั้งตรง @replies ไว้เป็น all replies ก็เลยเห็นหมดมั้ง

ต้องคิดไว้ในใจก่อนนะครับว่า twitter เป็น micro-blog ไม่ใช้ IM มันเอาไว้บอกว่าฉันทำอะไร ฉันคิดอะไร แต่ไม่ได้เอาไว้คุยกัน การ @reply ก็ไม่ได้เป็นการตอบโต้กัน แต่เป็นเหมือน blog comment มากกว่า (ซึ่งเราคงไม่มานั่งรออ่าน blog comment ทันทีหลังจากพิมพ์ blog เสร็จใช่มั้ยครับ)

พูดกว้าง ๆ twitter มันเป็น asynchronous communication (ที่ไม่ symmetry ด้วย) ไม่ใช่ synchronous ถ้าเราพยายามคิดให้ twitter มันเป็น synchronous ผมว่า เรากำลังเข้าใจ twitter ผิดแล้วนะครับ

น่าคิดดีจริงๆครับ

ตอนนี้ผมเพิ่งจะเริ่มใช้ twitter ได้ไม่นาน รู้สึกว่ามันเป็น IM ของผมกลายๆ แต่ข้อดีคือทำให้ผมไปสะเออะคุยกับคนอื่นได้ด้วย :P

สงสัยต้องลองปรับการ tweet ให้เป็นแบบสไตล์เขียน blog มากขึ้นหน่อย

แต่ชอบ twhirl มากเลยตอนนี้ ^^

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.