เมื่อต้นปี ตั้ง New Year Resolution ไว้ข้อนึงว่าต้องไปดูพรีเมียร์ชิปอย่างน้อย 1 นัด แต่ผัดผ่อนเรื่อยมาด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น มันหนาว ขี้เกียจ ฯลฯ จนกระทั่งมันใกล้จะปิดฤดูกาล ไฟลนก้นแล้วต้องรีบดู
ทีนี้แถวบ้านผมถึงจะมีทีมบอลสองทีม แต่มันเตะห่วยทั้งคู่ (แถมปีนี้ Sheffield Wednesday ร่อแร่จะตกชั้นไป Divison 1อีกต่างหาก) พอจะดูทีมใหญ่ใกล้บ้านอย่างแมนยูหรือลิเวอร์พูลก็หาตั๋วยากมาก (ต้องสมัครแล้วรอ random ว่าจะได้สิทธิ์ซื้อหรือเปล่า) อาร์เซน่อลกับเชลซีนั้นไกลเกิน (แถมหาตั๋วยากเช่นกัน) อย่ากระนั้นเลย เราไปดูทีมกำลังจะใหญ่แทนดีกว่า ที่อยู่ใกล้ เดินทางง่ายไปสะดวกก็ไม่มีทีมอื่น แมนซิตี้ของท่านผู้นำนั่นเอง
เพื่อนผมซึ่งเป็นคนริเริ่มให้ข้อมูลว่า เกมเตะในบ้านที่เหลือของแมนซิตี้มีแค่เจอเชลซี พอร์ตสมัท และฟูแล่ม 3 นัด ซึ่งราคาเท่ากัน เลยเลือกได้ง่ายมากว่าเอาคู่ไหน
เราเริ่มเดินทางไปแมนเชสเตอร์ตอนเช้า (รถไฟเที่ยว 8 โมง โคตรเช้า) ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ Manchester Picadilly เราตรงไปสนาม City of Manchester Stadium กันก่อนเพื่อซื้อตั๋วให้เสร็จๆ สนามอยู่ใกล้ใจกลางเมืองพอสมควร เดินไปใช้เวลา 20 นาที (ต่างกับ Old Trafford ซึ่งออกไปไกลหน่อย) แต่นั่งรถเมลไปเพราะต้องซื้อตั๋ววันอยู่แล้ว
City of Manchester Stadium เป็นสนามใหม่ของสโมสร โดยรัฐบาลอังกฤษสร้างสำหรับจัด Commonwealth Game ปี 2002 พอใช้เสร็จแล้วก็ไม่ทิ้ง แต่ให้สโมสรแมนซิตี้เช่าต่อในราคาถูกมากเป็นเวลา 250 ปี ผมคุ้นๆ ว่าทักษิณเคยให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ตัดสินใจซื้อกิจการสโมสร คำพูดเต็มๆ จำไม่ได้แต่ใจความคือตายแล้วเกิดใหม่สามรอบ ก็ยังไม่หมดอายุสัญญาเลย
แถวนั้นเป็นโซนสนามกีฬาเรียก Sport City นอกจากสนามฟุตบอลแล้วยังมีพวกสนามเทนนิส และกีฬาอื่นๆ ที่สร้างสำหรับแข่ง Commonwealth ด้วย
แมนซิตี้มีฉายาว่า The Citizen (คนเล่น Football Manager น่าจะรู้กันดี) ถนนเส้นเมนเข้าสนามเลยชื่อ Citizen’s Lane
ทางเข้าสำนักงานของสนาม (ประธานกับนักเตะเข้าทางนี้) รถที่เห็นเค้าจะจับฉลากแจกในนัดเจอฟูแลม ซึ่งเป็นเกมเตะในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาล
Box Office อยู่หลังสนาม แถมเดินๆ อยู่ฝนก็เทลงมา (British Rain สมคำร่ำลือ)
ค่าตั๋ว 36 ปอนด์ครับ จนกรอบเลย เคยดูแต่นัดละห้าปอนด์สิบปอนด์ (สูงสุดรู้สึกจะ 14 ปอนด์) เอาเถอะ ถือว่าครั้งหนึ่งในชีวิตมาดูพรีเมียร์ลีกของจริง
ซื้อตั๋วเสร็จเพื่อนแยกตัวไปทัวร์สนาม Old Trafford ส่วนผมไปตั้งแต่รอบที่แล้วเลยว่าง ฆ่าเวลาด้วยการเดินร้านขายของที่ระลึกก่อนเป็นอย่างแรก
Store ของทีมบอลใช้ชื่อคล้ายๆ กัน (ส่วนมากเรียก Mega Store แต่ที่นี่ชื่อ City Store) หลังจากเดินสายดูสนามฟุตบอลมาเยอะ สรุปได้ว่า Store ของเชลซีใหญ่ที่สุดมีสองชั้น อาร์เซน่อล แมนยู ลิเวอร์พูลพอๆ กัน ส่วนของแมนซิตี้นี้เล็กลงมาอีกนิดหน่อย
เค้ากำลังโปรโมทแคมเปญสมาชิกคลับชื่อ Live4City มีส่วนลดแลกแจกแถมมากมาย
เสร็จเรียบร้อยก็กลับเข้าเมืองมาเดินโต๋เต๋ต่อ จุดใจกลางเมืองแมนเชสเตอร์เป็นสวนชื่อ Piccadilly Garden ซึ่งเอาไว้ต่อรถเมล์เหมือนอนุสาวรีย์ ใกล้กับ Piccadilly Garden มีย่านไชน่าทาวน์ขนาดเล็กๆ เดี๋ยวตอนเที่ยงจะมากินข้าวที่นี่
ผมก็เดินเลาะในเมืองมั่วไปเรื่อยๆ เจอตึกน่าสนใจก็ลองฝีมือถ่ายรูปของตัวเองบ้าง
เริ่มฤดูใบไม้ผลิแล้ว ต้นไม้เริ่มแตกหน่อ
ตึกอะไรก็ไม่รู้แต่สวยดี
ป้ายบอกทาง สัญลักษณ์สีแดงคือรถไฟ ส่วนตัว M คือรถราง
ศาลากลาง+หอนาฬิกา
แม่น้ำเล็กๆ กลางเมือง ข้ามไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นเมือง Salford
แม่น้ำอีกฝั่ง สะพานแบบนี้กำลังนิยม (คนข้ามได้เท่านั้น) แถว Canary Wharf ในลอนดอนก็มีอันนึงเหมือนเด๊ะ
สถาปัตยกรรมแบบใหม่ก็มีเหมือนกัน ที่เห็นคือ Manchester Civil Justice Center
รูปนี้ผมชอบมาก Starbucks อันเกรียงไกร มีบันไดไม้ลุคไม่เข้ากันเลยมาวางไว้ด้านหน้า คือประเทศนี้เค้ามีกฎหมายว่าต้องมี ramp สำหรับพวกวีลแชร์เสมอ เรื่องการดูแลคนพิการนี่ดีกว่าบ้านเราเป็นร้อยเท่า
โฆษณาเกม Bully ของค่าย Rockstar เพิ่งเคยเจอโฆษณาเกมบนตู้โทรศัพท์
ตึกสูงอีกแห่งในเมือง สรุปว่าตัวเมืองแมนเชสเตอร์ใหญ่อย่างเดียวแต่ไม่มีอะไรน่าสนใจ ลิเวอร์พูลกลับมีแลนด์สเคปที่ดีกว่าเพราะอยู่ติดน้ำ และมีตึกเก่าๆ สวยๆ เยอะมาก (ทริปลิเวอร์พูล: ภาคแรก, ภาคสอง)
เดินเหนื่อยแล้วได้เวลากลับมากินข้าว ผมกินร้านไทยชื่อ Try Thai อยู่ในไชน่าทาวน์นั่นล่ะ มีคอร์สอาหารกลางวัน 7 ปอนด์คุ้มดี
Starter เป็นซี่โครงหมูทอดกระเทียม
Main เป็นหมูกรอบผัดน้ำพริกเผา อร่อยสุดๆ
มื้อนี้หายคิดถึงอาหารไทยไปพักนึง (แอบขอน้ำปลาพริกด้วย) ในชุดยังมีของหวานเป็นไอศกรีมแต่ก็ไม่โดดเด่นจนต้องถ่ายรูปมา
กินเสร็จเกือบบ่ายสอง เพื่อนผมกลับมาจาก Old Trafford พอดี บอลเตะบ่ายสามเลยได้ฤกษ์ไปสนาม
คนเริ่มมา รถเริ่มติด
ตั๋วหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ
เข้ามาในสนาม ที่นั่งผมอยู่ทางซ้ายมือของรูปไปอีกนิด สูงขึ้นจากมุมธงประมาณ15 แถว (เลือกล่างๆ จะได้ดูชัดๆ ตอนซื้อมีที่นั่งชั้นสามถูกกว่าหน่อย แต่ไม่เอา)
นั่งตรงบล็อคนี้ล่ะ
ตัวสำรองลงมาซ้อม นี่คือซุนจีไห่ (คนประกาศอ่านชื่อว่า จี-ไห่-ซัน) ขอบคุณกล้อง Ricoh ซูม 7 เท่า คิดถูกมากๆ ที่ซื้อตัวนี้
มาสค็อตเห่ยที่สุดตั้งแต่ดูบอลมา ใครก็ได้ฝากไปบอกท่านประธานที
แฟน 1: “จับแลมพาร์ดให้อยู่นะ”
แฟน 2: “คาลูก็น่ากลัว”
ผมยังพยายามถ่าย silhouette ต่อไป (ถึงจะไม่ค่อยได้เรื่องก็ตาม)
ประธานอยู่ไหนๆๆๆ (ที่นั่งชั้น box)
พวกแฟนพันธุ์แท้เริ่มมาติดป้ายผ้า
โอ๊ะ เจอประธานแล้ว (หนังสือโปรแกรมการแข่ง 3 ปอนด์ เพื่อนซื้อ)
วันนี้มีแฟนบอล 42,000 กว่าคนเข้าชมเกม
“ขอทุกท่านต้อนรับ….. เชลซี”
ช่วงประกาศชื่อผู้เล่นเชลซี พอถึงคิวของ ฌอน ไรท์ฟิลิปส์ (เด็กเก่าแมนซิตี้) คนทั้งสนามปรบมือให้ ประมาณว่าไปเติบใหญ่ข้างนอกได้ดี ส่วนฝั่งแมนซิตี้ คนที่เป็นที่รักของแฟนๆ คือริชาร์ด ดันน์
แต่มีผู้เล่นคนเดียวที่โดนโห่ตลอดเกม คาดว่าไปสนามไหนก็โดนโห่ไม่เฉพาะสนามนี้ เขาคือเบอร์ 3 แอชลีย์ โคล (เรื่อง Sheryl Cole เป็นข่าวหน้าหนึ่งแบบยาวนานของที่นี่ ระดับความดังพอๆ กับโบ-ฟลุคเมืองไทย ส่งผลให้ Girlsaloud ดังไปเลย)
โกลของแมนซิตี้ใช้ Joe Hart ส่วนแคสเปอร์ ชไมเคิลนั้นถูกปล่อยยืมอยู่ (อดดูเลย)
โอกาสทองของคนอยู่ตรงมุมธง แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัวเป็นๆ
อดดูดร็อกบา แอบเซ็งนิดหน่อย เอาอเนลก้าลงหน้าเดี่ยว
เตะไปได้ไม่ทันไร ทั้งสนามก็เงียบกริบเมื่อริชาร์ด ดันน์ทำเข้าโกลตัวเอง กริบจริงๆ แบบว่าสนิท คือบอลที่นี่เวลาเตะไม่มีคนพากษ์ในสนามเหมือนบอลเมืองไทย มีประกาศนิดหน่อยเวลายิงเข้า เปลี่ยนตัว ทดเวลาเท่านั้น
สแตนด์ของกองเชียร์ทีมเยือน จะเห็นว่าตำรวจ (ชุดเหลือง) ล้อมไว้ ส่งเสียงดังฟังชัดเพราะบอลนำเร็ว
รูปนี้ให้ดูสปอนเซอร์ครับ คุ้นๆ ปะ
ผมชอบป้ายผ้าอันนี้ที่สุด เท่มาก
รูปนี้เสียดายเบลอไปนิด แต่ชอบมากเช่นกัน ดูแล้วนึกถึงรูปนี้
แลมพ์แบบชัดๆ อีกรอบ
พวกที่น่าสงสารที่สุดคือสต๊าฟชุดส้ม ซึ่งต้องนั่งเฝ้าระวังว่าจะมีแฟนบอลวิ่งลงมาในสนามหรือเปล่า อดดูบอลเลยเนาะ
จากซ้าย: แลมพาร์ด, มาร์ติน เปตรอฟ, ไมเคิล จอห์นสัน, เอสเซียง
จากซ้าย: เบนจานี, อเล็กซ์, สตีเฟน ไอร์แลนด์, คูดิชินี, แลมพาร์ด, เอลาโน, เปตรอฟ (ตรงธง) แอชลีย์โคล (คุมเสา)
จากซ้าย: ดาริอุส วาสเซลล์, แอชลีย์ โคล, เอสเซียง, เบนจานิ, เทอรี
มาร์ติน เปตรอฟมาเตะมุม เอกลักษณ์คือต้องใส่ถุงมือ
บอลเตะห่วย กองเชียร์หนีกลับ
อันนี้จบจริง แพ้แล้ว 0-2
กลับบ้านกันเถอะ
ป้ายหน้า Store (เผอิญว่าเพื่อนยังไม่ได้ดู Store เลยเข้ากันอีกรอบ)
โฆษณารับสมัครสมาชิกเด็ก (Mancunian แปลว่า ชาวเมืองแมนเชสเตอร์)
เข้ามาใน Store คราวนี้เจอกับ…ท่านประธาน
มีคนมายืนดักรอขอลายเซ็นนักเตะหลังเกมเลิก ตอนแรกว่าจะรอด้วย แต่มันหนาว ทนไม่ไหว
โลโก้แบบชัดๆ
สรุปว่าตั้งแต่ดูบอลมาก็หลายนัด เจ้าบ้านชนะนัดเดียว -_-”
ตอนเย็นกลับมากินอาหารจีนในไชน่าทาวน์อีกรอบ คราวนี้ร้านดัง Red Chilli ปัญหาคืออ่านเมนูภาษาอังกฤษแล้วจินตนาการหน้าตาอาหารไม่ออก เลยลองมั่วมา ไม่ประสบความสำเร็จนัก
หมูผัดพริกใส่เห็ดหูหนู
ไก่ทอดน้ำแดง
อร่อยสุดคือขนมจีบ Beijing Dumplings
ทริปนี้เสียตังค์กระจาย ได้เสื้อทีมเหย้าลดราคา 20 ปอนด์
ส่วนตัวนี้มีคนที่เมืองไทยฝากซื้อเมื่อนานมาแล้ว เพิ่งมีโอกาส เห็นว่าเจ้าตัวจะใส่ไปดูงิ้วพันธมิตรนะ (ราคา 10 ปอนด์)
จบแล้ว รูปที่เหลือมีนิดหน่อยอยู่ใน Flickr ส่วนรูปสนาม City of Manchester แบบพานอรามากำลังตามมา
สรุปรายการเกี่ยวกับฟุตบอลที่ผ่านมา