หลังจากหมดงาน FOSDEM ก็ได้เวลาเที่ยว วันที่สี่พอตื่นเช้ามาก็ออกเดินทางไปยังสถานีรถไฟ Brussels Central เพื่อไปยังเมือง Bruges หรือ Brugge ในภาษาดัตช์ (คอบอลจะคุ้นเคยกับสโมสร Club Brugge) ซึ่งถือเป็นเมืองมรดกโลก
silhouette ระหว่างทาง
ดูฝรั่งเค้าสร้างตึกใหม่ เก็บกรอบเก่าไว้ด้วย รักษา look & feel
อันนี้ข้างใน มีแต่กรอบจริงๆ ถ้าถอดฝาไปเก็บที่อื่นแล้วเอามาแปะทีหลังได้ ก็คงทำ
ร้านค้าในเมือง
สถานีรถไฟ Brussels Central
ตู้รถไฟเบลเยียม ค่าตั๋ว 12.30 ยูโร
ป้ายในรถไฟ น่ารักดี
รถไฟบอกชนชั้น ว่าชั้น 1 หรือ 2
มาถึง Brugge แล้ว (เห็นลายแล้วนึกถึงสุวรรณภูมิ)
สถานีรถไฟ Brugge มองจากมุมไกล
ตัวสถานีห่างจากเมืองเล็กน้อย ไม่มีแผนที่ก็เดินมั่วๆ เอา โชคดีที่ Brugge มีวิหารหอคอยสูงๆ จำนวนมาก เดินมั่วยังไงไม่มีทางหลง
ข้ามคลอง
โรงแรมจิ๋ว โคตรน่ารัก
Brugge
บ้านเมืองเค้าสะอาด เก่าแก่ อนุรักษ์ดี
มันเป็นแบบนี้ทั้งเมืองเลยนะ
เมืองนี้ชอบดัดต้นไม้
วิหารใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ Church of Our Lady
ลอดช่อง
ข้างนอก
ข้างใน
รูปปั้นมาดอนนาตรงกลาง ว่ากันว่าเป็นผลงานของไมเคิลแองเจโล
ข้างใน
ข้างใน
จุดเด่นอีกอย่างของ Bruges คือคลอง (จักรยานนี้มาจากไหนไม่ทราบได้)
มีเรือนำเที่ยวบริการด้วย แต่คนเยอะขี้เกียจรอ เลยไม่ได้ลง
โรงแรมริมน้ำ
เดินมาเรื่อยๆ ก็เจออีกหอ เป็นหอระฆัง Belfry of Bruges
แดดจัดสุดๆ
หน้าหอระฆังเป็นจัตุรัสกลางเมือง
พวกนี้เป็นผับทั้งหมด
เข้าใจว่าเป็นศาลากลางเมือง
หิวข้าวเที่ยงแล้ว กินฟาสต์ฟู้ดประจำชาติที่เล็งไว้
ชีสเบอร์เกอร์
ร้านก็อยู่ตรงจัตุรัสนั่นล่ะครับ
มี Wi-Fi ให้ด้วย แต่ลองแล้วไม่สำเร็จ
กระดาษรองถาดเป็นสาขาของร้าน Quick ทั่วประเทศ
ชักยาวแล้วขอตัดไปต่อตอนหน้า
ฟ้าใสมากๆ ตึกไม่สูงเท่าไหร่ พื้นถนนก็บรรจงปูกระเบื้องดีอะ อยากไปเที่ยวบ้างจัง
บ้านเมืองสะอาดดีมากเลยครับ น่าไปจริงๆ Trip หน้าอย่าลืม เอาภาพมาฝากกันอีกนะครับ