Belgium Trip - Part 2

ต่อจากตอนแรก หลังจากนั่ง Eurostar มาลงที่สถานี Brussels South เหมือนจะถึงที่หมายแล้วแต่ว่าเอาจริงมันยังไม่จบ ใน Brussels มีสถานีรถไฟหลักๆ 3 แห่งคือ Brussels South, Central และ North สถานี South นั้นมีไว้สำหรับรถไฟข้ามประเทศอย่าง Eurostar หรือรถยี่ห้ออื่นๆ ที่ไปฝรั่งเศสกับเนเธอร์แลนด์ แต่สถานีหลักใจกลางเมืองนั้นคือ Central ต่างหาก

โรงแรมที่ทาง Mozilla จองให้นั้นอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับสถานี Central แต่จากสถานี South มีวิธีท่ีง่ายกว่าคือนั่งรถราง (โดยปกติเรียกว่า Tram แต่ชื่อทางการคือ Pre-metro) ไป งานแรกคือลงจากสถานี Brussels South ไปสถานีรถ Tram ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินก่อน

ขั้นแรกนี้ไม่ยาก อารมณ์ประมาณว่ามาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง แล้วลงไปสถานีรถใต้ดินหัวลำโพง ค่าตั๋วแบบเที่ยวเดียว 1.5 ยูโร

RIMG0026.JPG

สถานีรถใต้ดิน

รถรางที่นี่มีหลายสาย ใช้เบอร์ตัวเลขเหมือนรถเมล์ ขึ้นไปบนรถแล้วจะมีกล่องให้เสียบตั๋วว่าขึ้นมาแล้วนะ (วันแรกผมไม่รู้ว่าต้องเสียบ แต่ก็ไม่มีใครสนใจ) นั่งไปได้ 3 ป้ายพอถึงจุดหมายเราก็ลง

RIMG0028.JPG

ป้ายปลายทาง ตัวหนังสือเยอะไปหมด เริ่มงง

เกร็ดความรู้คั่นรายการคือห้องน้ำในเบลเยียมเกือบทุกที่ (ยกเว้นโรงแรม) ต้องเสียเงินก่อนเข้าเสมอ สนนราคาแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 0.3-0.5 ยูโร ไม่ว่าจะเป็นในสถานีรถไฟ ในห้าง หรือแม้แต่ในร้านอาหารบางแห่งที่เราเสียเงินค่าอาหารให้มันแล้ว ปวดฉี่ก็ต้องเสียเงินครับ

วันแรกผมยังไม่ชิน พอจะเข้าห้องน้ำที่สถานีเห็นว่าต้องเสียเงิน (แถมตอนนั้นยังไม่มีเศษยูโรย่อย)​ก็เลยอั้นไว้ไปเข้าที่โรงแรม (ก็ได้วะ)

สถานีเป้าหมายชื่อว่า Bourse เป็นจัตุรัสขนาดย่อยมีอาคารเก่าแก่สวยงามตั้งอยู่ (มารู้ทีหลังว่าเป็นตลาดหุ้นหรืออะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์) ขึ้นมาบนดินก็เดินตามแผนที่ที่ดูมาจากใน Google Maps เพื่อไปยังโรงแรม

Bourse Brussels

แถวนั้นเป็นโซนร้านอาหารหรูของ Brussels มีร้านไทยหลายร้านเลยทีเดียว

Brussels Street

หลังจากหลงทางเล็กน้อยเพราะป้ายถนนมันติดผิด คือมันติดสติ๊กเกอร์ You’re Here เลยไปหนึ่งแยก เลยงงอยู่พักนึง เราก็มาถึงโรงแรม Atlas

Hotel Atlas, Brussels

เช็คอินได้ห้องชั้น 4 นอนคนเดียวไม่ปะปนกับใคร เข้ามาในห้องก็ได้ฤกษ์สำรวจ ห้องใหญ่กว้างขวางดี

Hotel Atlas, Brussels

ผมเห็นคุณ sugree ไปอเมริกาเน้นถ่ายส้วม เลยเอาบ้าง

Hotel Atlas, Brussels
Hotel Atlas, Brussels

สำรวจไปอีกสักพักเราก็พบความจริงที่น่าตกใจว่าในห้องไม่มี Wi-Fi (เฮือก) ต้องลงมาใช้ที่ล็อบบี้หรือห้องอาหาร

มีที่ไว้ของแล้วก็ได้เวลาของเป้าหมายถัดไป คือหาข้าวเที่ยงกิน

อาหารประจำชาติเบลเยียมมี 4 อย่าง ได้แก่

  • เฟรนช์ฟราย - ที่นี่เค้าอ้างว่าเป็นต้นตำหรับ ภาษาดัทช์เรียก Frites
  • หอยแมลงภู่อบ - เรียก Moules
  • วัฟเฟิล - ของหวาน
  • ช็อกโกแลต - ดังที่สุดและเป็นหน้าเป็นตาของเบลเยียมมานาน

สรุปสั้นๆ ว่า 5 วันผมกินครบทั้ง 4 ชนิด แถมอย่างละหลายรอบ แต่สำหรับวันแรก อยากลองกินมันฝรั่งทอดเลยเดินหาร้านที่หน้าตาเข้าทีดูเสียหน่อย

RIMG0041.JPG

ฟุตบอลอังกฤษมีทั่วทุกที่

Brussels Street

ถนนหนทาง

Bourse Brussels

จัตุรัส Bourse

สุดท้ายมาเจอร้าน Fritland ซึ่งขายมันทอดเป็นหลัก หน้าตาดูใช้ได้ แถมโลโก้ร้านยังเป็นมันฝรั่งทอดด้วย ไม่กินไม่ได้แล้ว ร้านอยู่ติดกับตัวอาคาร Bourse ถ้าหันหลังให้ถนน หันหน้าเข้าอาคาร อยู่ทางขวามือครับ

Fritland

ในร้านจะเห็นว่ามีของทอดนานาชนิด เช่น ไก่ทอด ไส้กรอก เปาะเปี๊ยะ ลูกชิ้นเสียบไม้ เอาไว้กินคู่กับมันทอด

Fritland

ผมเลือกกินเมนูที่แปะโชว์ข้างฝา มันคือเนื้อเปื่อย (สตูว์) กับมันทอด ราคารวมน้ำกระป๋องแล้วทั้งมื้อ 7 ยูโร

Frit

วิญญาณนักชิมเข้าสิง มาถึงเบลเยียมทั้งทีจะให้กินโค้กก็กระไรอยู่ เลยจิ้มมั่วๆ มาหนึ่งอัน ยี่ห้อ Perrier ปรากฎว่ามันเป็นน้ำแร่ธรรมดา คนไทยกับน้ำแร่ไม่ค่อยถูกกันเท่าไร แอบเซ็งเล็กน้อย

Perrie

มันทอดประเทศนี้เค้ากินกับมายองเนส (ซอสคิดแยกต่างหาก 0.6 ยูโร) กินแล้วก็โอเคแปลกไปอีกแบบ แต่ต้องยอมรับว่าอร่อยมาก ทอดจนกรอบเป็นสีทอง แถมรักษาระดับคุณภาพสม่ำเสมอทั่วประเทศ คือไป 5 วัน กินมันทอดเกือบทุกมื้อ ไม่มีอันไหนกินแล้วรู้สึกว่าห่วยเลย (ในขณะที่ chips บนเกาะอังกฤษคุณภาพต้องวัดดวงเอา มีโอกาสเกินครึ่งที่มันจะไม่กรอบ) สรุปว่าผมยอมรับว่า Frites เค้าคุณภาพดีสมราคาคุย

กินอิ่มแล้วได้เวลาเดินลุยต่อ จัตุรัส Bourse จะอยู่ใกล้ๆ (ประมาณ 100 เมตร) กับจัตุรัสกลางของ Brussels ซึ่งเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Grande Place (อย่าสะเหร่ออ่านผิดว่า Grand Palace แล้วเข้าใจว่าเป็นวังแบบผมนะครับ) ส่วนภาษาดัทช์เรียก Gronk Mart แปลง่ายๆ ว่าเป็นตลาดกลางเมืองนั้นเอง

Grand Place @ Brussels

อาคารสูงนี้เป็นศาลาว่าการเมือง

Grand Place @ Brussels

รูปพานอรามา ดูในบล็อกอันนี้

รอบๆ Grande Place มีร้านค้าจำนวนมาก ที่ประทับใจในเบลเยียมคือร้านค้าส่วนใหญ่จัดหน้าร้านได้ดูดีมากๆ ไม่ว่ามันจะเป็นร้านขายอะไรก็ตาม ใครชอบ window shopping ถูกใจแน่นอน

Breadshop

ร้านขายขนมปังยังดูดี ให้ตายสิ

Chesse Shop

ร้านขายชีส

Meat Shop

ขายเนื้อและไส้กรอกต่างๆ

Pink Cat

ขายสินค้าน่ารักๆ

Takara

ร้านนี้เห็นแล้วนึกถึงค่ายเกม

Woody Cat at TAKARA @ Brussels

แมว TAKARA

Chocolate Shop @ Brussels

ที่ขาดไม่ได้แน่นอนคือร้านขายช็อกโกแลต

Chocolate Shop @ Brussels
Fondu

ฟองดูก็มี

Chocolate Shop @ Brussels

ที่น่ากินมากๆ คือวัฟเฟิล

Waffles
Waffles

ผมเดินมั่วๆ ไปมาก็มาถึงรูปปั้นเด็กยืนฉี่ (Manneken Pis) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Brussels รูปปั้นอยู่ตรงหัวมุมถนน เล็กมาก แต่มาถึงนี่แล้วก็ต้องถ่ายรูปมาสักนิด (รูปลงไปแล้วในบล็อกเก่า)

เดินซื้อของที่ระลึกแถวนั้นสักนิด (ซื้อแต่โปสการ์ด ผู้รับหลายคนอ่านบล็อกนี้อยู่ คาดว่าคงได้รับกันหมดแล้ว)

Fries - Frites

ป้ายโฆษณาร้าน Frites ข้างทาง สังเกตว่าซอสคิดแยกเหมือนกัน

Restuarant in Brussels
Restuarant in Brussels
Seafood at Rue des Bouchers-Beenhouwerstraat
Seafood at Rue des Bouchers-Beenhouwerstraat

โซนร้านอาหารทะเลรอบๆ Grande Place เราจะมากินกันตอนเย็น

Pitta Gyros - Brussels

ร้านเคบับแขก เมนูหลากหลายกว่าในอังกฤษเยอะ และทุกจานเสิร์ฟกับ Frites

Belgian Frit'n Toast
Belgian Frit'n Toast

เชนร้านขาย Frites อีกยี่ห้อ ร้านนี้มีมาสค็อตด้วย ที่เห็นเป็นกรวยแบบนี้คือเวลาซื้อกลับบ้านเค้าห่อให้กรวยกระดาษให้ (ที่อังกฤษใส่กล่องโฟม)

Quick Burger

Quick ขายแฮมเบอร์เกอร์ เป็นญาติคนละแม่กับ McDonald’s เหมือนเด๊ะแทบทุกอย่าง

Galleries Royales St. Hubert

โซนร้านขายของอินดอร์ชื่อ Galleries Royales St. Hubert

Galleries Royales St. Hubert

ช็อกโกแลตอีกแล้ว

Chocolate Rabbit
RIMG0102.JPG
RIMG0103.JPG

ร้านขายมีด ดูการจัดวางสินค้ายังละเมียดละไม

Knives Shop

ป้ายโฆษณา Manneken Pis แบบร่วมสมัย

Manneken Pis

คาดว่าเป็นจักรยานแบบหยอดเหรียญ

Bicycle

ผมกลับมาพักที่โรงแรม ก่อนจะออกมาหาข้าวกินในตอนเย็น ดูจาก Wikitravel บอกว่าร้านอาหารทะเลโซนที่ว่านั้นมีชื่อเสียงแย่ๆ ในการหลอกฟันทัวริสต์ แนะนำให้เข้าร้านชื่อเสียงโด่งดังยาวนาน ให้ชื่อมา 3 ร้าน ดูแล้วร้านนี้คนกินเยอะสุดน่าจะโอเค

ร้านนี้ชื่อว่า Chez Leon ส่วนอีกสองร้านอยู่ติดๆ กัน ชื่อ Aux Armes de Bruxelles กับ Scheltema

Chez Léon

บรรยากาศในร้าน

Chez Léon

เราเป็นคนไทยต้องกินน้ำเปล่า

ผมไม่รอช้าสั่งหอยแมลงภู่หรือ Moules อบ ทีนี้มันมีหลายสูตร เช่น อบเนย อบซอส เลยสั่งสูตรต้นตำหรับคืออบไวน์ขาว แน่นอนว่ามาพร้อม Frites อีกแล้ว เค้าเสิร์ฟขนมปังให้กินเล่นรอด้วย แต่จากที่กินมาหลายมื้อบอกได้เลยว่าขนมปังเบลเยียมไม่อร่อย คือไม่ใช่เพิ่งออกมาจากเตากรอบๆ แนะนำว่าเก็บท้องไว้กินอาหารจานหลักดีกว่า

moules and fritkots

ซูมหน่อย หอยตัวใหญ่มาก อบไวน์ขาวแล้วรสชาติไม่จัดเท่าไร พยายามไม่นึกถึงน้ำจิ้มซีฟู้ด

moules and fritkots

มื้อนี้หมดไป 25 ยูโรรวมทิปแล้ว อิ่มมาก

ขากลับเดินผ่าน Grande Place อีกรอบ เลยลองถ่ายรูปในมุมเดิมแต่เป็นตอนกลางคืนดู

Grand Place
Grand Place
brussels-map

แผนที่การเดินทางวันนี้ A คือจัตุรัส Bourse ส่วน B คือโรงแรม (ใกล้มากเดิน 10 นาที) ส่วนด้านขวามือของ A ที่ถนนสีเข้มๆ คือทุกอย่างที่ไปในวันนี้ ทั้ง Grande Place, Mankenen Pis และโซนอาหารทะเล

ผมยังไม่ค่อยชินกล้องใหม่ Ricoh R7 เท่าไรนัก แถมมันปรับได้เยอะมากจนงง (ไม่มีพื้นฐานการถ่ายรูปสักนิดเดียว!!!) รูปจะค่อยๆ ดูดีขึ้นในวันหลังๆ นะครับ แบบว่านั่งรถไฟไม่มีอะไรทำก็ลองปรับโน่นนี่ไปเรื่อย

วันแรกใน Brussels ก็จบแค่นี้

ง่ำๆ อยากกินฟองดู

ไอ้น้ำ Perrier ที่ไปกินบ้านคุณเจมส์กันไม่ใช่เร๊อะ ทำลืม

เคยจำได้ว่า เคยกดน้ำมั่วๆ เหมือนกันครับ
แต่ว่าผมกลับได้มาเป็นน้ำอะไรไม่รู้
ไม่อร่อยเลย กินไม่ได้ T_T

เห็นแล้วน้ำลายไหลด้วยความอิจฉา

แต่พอคิดถึงความรู้สึกสมัยก่อนที่เคยกินขนมปังหน้าตาประมาณแล้วนี้แล้วก็หายอิจฉาไปเยอะ -*-

Blog พี่ รูปสวยจังเลย เห็นแล้วอยากไปเที่ยวเลยอ่ะ

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.