ไปเรียนเขียนตัวอักษรญี่ปุ่นมาครับ สาเหตุที่ไปเรียนก็ง่ายๆ คือประทับใจมาดนักประดิษฐ์อักษรของเหลียงเฉาเหว่ยใน Hero มาก พอมีโอกาสเลยลองไปสัมผัสของจริงดูเสียหน่อย
กิจกรรมนี้จัดโดยชมรมนักศึกษาญี่ปุ่นของมหาวิทยาลัย คุยกับสต๊าฟแล้วมีคนญี่ปุ่นมาเรียนที่นี่ไม่เยอะนัก ประมาณ 20 กว่าคนได้ (เทียบกับจีนแล้วมีเป็นพัน) อันนี้เป็นไปตามคาด แต่ที่ผิดคาดคือคนสาธิตเป็นสาวญี่ปุ่นสุดน่ารัก ใส่แว่น ตัวเล็กๆ บางๆ เวลาพูดเสียงเบาๆ เหมือนแมวแถมประหม่าเล็กน้อย ขนาดผมไม่อินกับสาวแว่นเหมือนเพื่อนบล็อกเกอร์บางท่าน ยังหวั่นไหวไปกับเธอเลย
อาจารย์สุดสวยของเราสอนหลักการเบื้องต้นดังนี้
เมื่อหลักการเบื้องต้นจบก็ได้เวลาลองของจริง TA แถวโต๊ะผมเป็นผู้ชายญี่ปุ่นอัธยาศัยดี (แต่ดียังไงก็สู้อาจารย์สุดสวยไม่ได้) นั่งเขียนไปคุยไปก็พบว่ามันเป็นศาสตร์ซับซ้อนมาก เด็กญี่ปุ่นต้องหัดเรียนตอนอายุ 11 และเรียนต่อเนื่องเป็นเวลา 6 ปี ทักษะและสมาธิเป็นเรื่องสำคัญ (ของผมนี่ทักษะก็ไม่มี แถมสมาธิยังแตกเวลาอาจารย์เดินผ่านอีก)
ตัวแรกสุดที่ให้เขียนคือคำว่าฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นเปิดโอกาสให้นักเรียนเขียนตัวหนังสือตามความหมายที่ตัวเองอยากได้ ฝรั่งโต๊ะข้างๆ เลือกคำว่า “success” เราเลยเอาตามบ้าง เขียนไปสองสามรอบพอเริ่มเบื่อ ผมเลยขอคำว่า “oishi” จะได้รู้ว่ามันต่างจากโลโก้ร้านอาหารตรงไหนบ้าง (คนสอนบอกว่าตัวสี่เหลี่ยมในคำว่า oishi แปลว่า “ปาก”)
ช็อตเด็ดตามมาหลังจากนั้น พอเริ่มเบื่อคำว่า “oishi” อาจารย์สุดสวยก็เดินมานั่งข้างๆ เปิดดิกตัวคันจิแล้วเริ่มต้นเขียนคำว่า “love” ผมเลยใช้โอกาสที่ฟ้าประทานมาให้นั่งศึกษาวิธีการเขียนอย่างละเอียด เท่านั้นยังไม่พอ คำว่า “love” นี่เขียนยากมาก มีเส้นพิสดารหลายแบบที่ต้องใช้ทริกพอสมควร (ตามภาพคือเส้นเบอร์ 2, 3, 9) เธอเห็นผมเขียนเท่าไรก็ไม่เวิร์คเสียที เลยจับมือเขียนมันซะเลย (และแน่นอนว่ารอบเดียวผ่าน)
เอาเป็นว่าปิดท้ายด้วยตัวหนังสือ “love” สุดสวยของอาจารย์ ซึ่งได้กลับมาเป็นที่ระลึก (ผมเอาไปแปะบอร์ดในห้องไว้เรียบร้อย)
ส่วนอันนี้ผลงานสุดห่วยของลูกศิษย์
ขอรูปประกอบด้วยครับ
ขอภาพประกอบครับ
@ทั้งสองท่าน
ไม่ได้เอากล้องไปตอนเรียนครับ แต่ว่าถึงเอาไป ใครจะไปกล้าถ่ายละครับ
ไปเรียนมั่งได้มะเนี่ย
ถ่ายรูปทำไม จีบเลยยยยยยยยยยย
Megane rules!
คำว่า love มันเขียนยากครับ เพราะต้องเขียนด้วยใจของคน 2 คน เขียนคนเดียวไม่ได้นะ เหมือนอย่างที่คุณ mk พยายามเขียนเท่าไหร่ ก็เขียนไม่ได้นั่นแหละ
ลุยเลยไหม เห็นปลื้มใหญ่เชียว อิ อิ
@nirun เอ่อ..... กล้าพูดนะเธอ
พอเลื่อนลงมาแล้วฮาก๊ากเลย (แต่ก็สวยกว่าผมเขียนเยอะหล่ะ เหอๆ)
แถมนิดว่า.. ถ้าจำไม่ผิดนะ
ตัว love นี้ มันมีที่มาที่ไป (ในจีนอ่านว่าอ้าย ที่ว่ากัน หว่ออ้ายหนี่ อ่ะแหละ)
คือตรงกลางของมันอ่ะ (ตัวเนี่ย 心) แปลว่าหัวใจครับ (จริงๆ นะไม่ได้โม้.. หุๆ)
@ipats ใช่ครับ ในคลาสเค้าก็บอก