Submitted by mk on 14 January, 2008 - 23:18
หนังสือข้ามฟ้าข้ามทะเลมาจากเมืองไทย ใช้เวลาเกือบเดือน (นานจนเกือบคิดว่า parcel lost ไปเสียแล้ว)? ได้มาก็เกิดอาการอดใจไม่ไหวถึงแม้มีงานลนก้นอยู่อีกหลายชิ้น สุดท้ายต้องอ่านด้วย full speed เพื่อจะได้ปลดภาระทางใจไปทำอย่างอื่นต่อได้ ใช้เวลารวมประมาณ 6 ชั่วโมง
ด้วยความซับซ้อนของเนื้อหาในเล่มนี้ และเนื้อเรื่องโดยรวม อ่านจบก็งงๆ อยู่สองสามวัน เผอิญวันก่อนได้ถกประเด็นกับเว็บมาสเตอร์ชื่อดัง รวมถึงอ่านบทวิเคราะห์ใน Wikibooks ก็คิดว่าได้เวลาเขียนถึงเสียที
คำเตือน: อภิมหาโคตรสปอยล์
เอาความรู้สึกของตัวผมล้วนๆ ก่อน
- ก่อนอ่านเล่มนี้ ความเป็นไปได้ทางหนึ่งที่คิดไว้คือ การยึดธีม "ความรักชนะทุกสิ่ง" เป็นแกนแล้วจบแบบเลี่ยนๆ เอียนๆ สุดท้ายไม่เป็นไปอย่างที่คิด (ซึ่งแปลว่าดี) คิดว่าพอใจกับการคลี่คลายปมทั้งหมดแบบนี้ แต่ยังไม่ถึงขนาดว่า "เจ๋งว่ะ"
- อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เอาชนะลอร์ดโวลเดอร์มอร์ก็คือ "ความรัก" แต่ไม่ใช่เพียงอย่างเดียว ยังมี
- "มิตรภาพและความเสียสละ" ซึ่งผมถือว่าเป็น "ความรู้สึก" แบบเดียวกับความรัก
- "กฎ" (ในความหมายเดียวกับกฎทางฟิสิกส์ หรือกฎของเกม) ซึ่งในที่นี้คือกฎของ Elder Wand
- จะเห็นว่าต้องใช้ทุกอย่างประกอบกันถึงจะเอาชนะได้ มีอย่างเดียวโดดๆ ไปสู้ก็ตายสนิท จุดนี้นับว่าผู้เขียนฉลาดมาก คือ ไม่ใช้แต่ความรู้สึกแบบเดียวจนเลี่ยน แต่ก็ไม่ใช่มีแต่ตรรกะอย่างเดียวจนแห้งแล้ง
- แต่ธีมหลักของเล่มนี้กลับเป็น "การเรียนรู้โลกความเป็นจริง" ของแฮร์รี่ ต่างหาก โดยประเด็นสำคัญคือการตั้งหลักให้ได้เมื่อพบว่าสิ่งที่เคยเชื่อและยึดเหนี่ยว มันไม่เป็นจริงอย่างที่คิด (ดัมเบิลดอร์เป็นแค่คนธรรมดาที่บังเอิญเก่ง ไม่ได้เป็น god-like หรือ savior ที่แก้ปัญหาได้ทุกเรื่องอีกต่อไป)
- เราจะเห็นธีมนี้อย่างชัดเจนถ้าย้อนกลับไปดูเล่มหลังๆ โดยเฉพาะช่วงที่แฮร์รี่ฮอร์โมนหนุ่มแตก กราดเกรี้ยวกับทุกคน (เข้าใจว่าเป็นเล่ม 5) ก่อนจะเริ่มมั่นคงทางอารมณ์ในเล่ม 6 และสุดท้ายมา breakthrough ในเล่มนี้ (ซึ่งกว่าจะ breakthrough ก็ช่วงท้ายเรื่อง เพราะช่วงกลางเรื่องยังมีหวั่นไหวไปกับ Deathly Hallows อยู่บ้าง)
- ธีมย่อยอีกอันที่ผู้เขียนแทรกไว้ใน "การเรียนรู้โลกความเป็นจริง"? คือให้ตัวละครหลักเรียนรู้ผ่าน "ความตาย" ของคนใกล้ชิด ซึ่งนับว่าเป็นนิยายที่หม่นหมองพอสมควร
- แต่ถึงแม้ว่าเล่ม 7 ตัวละครรองจะตายเป็นเบือ ผมก็ยังคิดว่ามีความสำคัญน้อยกว่าการตายของซิเรียส และดัมเบิลดอร์ ซึ่งอยู่ในฐานะคนที่แฮร์รี่เชื่อมั่นและยึดเหนี่ยวที่สุด ตามลำดับ
- ผู้เขียนพยายามแทรกประเด็น ไม่มีอะไรดี อะไรเลว 100% ทุกอย่างเป็นสีเทาแล้วแต่จะคิดและพิจารณา แต่กลับแต่งให้บ้านสลิธีรินแทบไม่มีอะไรดีเลย จนถึงฉากสุดท้าย อันนี้หลุดไปหน่อย คือถ้าจะนิยมความเป็นมนุษย์จริงๆ อยู่บ้านไหนก็เหมือนกัน แต่ตลอดทั้งซีรีย์กลับเชิดชูเฉพาะ 'courage' ของกริฟินดอร์ โดยเพิกเฉย virtue ของบ้านอื่นๆ และกด virtue ของสลิธีรินไว้เป็นพิเศษ
- ฉากแอคชั่นเยอะมาก เหมือนจงใจเขียนมาเผื่อทำเป็นหนัง บางอันก็รู้สึกว่าไม่จำเป็น เช่น การบุกเข้ากระทรวงเวทย์มนต์เพื่อชิงล็อกเก็ต สามารถตัดทิ้งไปดื้อๆ ได้โดยไม่กระทบต่อเนื้อเรื่องหลัก
- ผมคิดว่าเล่ม 7 จะแก้ปมทุกอย่างที่วางไว้ โดยใช้ clue ที่แอบทิ้งไว้ใน 6 เล่มก่อนหน้าเป็นหลัก (เหมือนกับปริศนาของเล่ม 3 เรื่องปีเตอร์ เพ็ตตริกลู) แต่สุดท้ายแล้ว กลับใช้ clue ใหม่ๆ ที่ใส่เข้ามาในเล่ม 7 เป็นหลักแทน ซึ่งตรงนี้ผิดหวังเล็กน้อย
- ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Horcrux ที่ปั้นประเด็นไว้แทบตายในเล่ม 6 กลับถูกลดชั้นความสำคัญลงไปเมื่อเทียบกับ Deathly Hallows ที่จู่ๆ ก็โผล่มา
- จะดีมากขึ้นถ้าตัวละครสำคัญบางตัวในเล่มนี้ เคยโผล่มาก่อนและมีน้ำหนักในเล่มก่อนหน้าบ้าง เช่น ก็อบบลิน เป็นต้น
- ทริกการคลี่คลายปมของเรื่อง โดยนำรูปแบบของนิยายนักสืบมาใช้ (ซึ่งเป็นจุดขายของซีรีย์ด้วย) ถูกใช้น้อยมากในเล่มนี้ นั่นคือเรื่องกฎของ Elder Wand ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายเท่านั้น
- สรุปว่าทั้งซีรีย์เป็นการร้อยเรียงเรื่องราวของ 'ตัวละครหลักผู้มีปม' ทั้ง 4 ได้แก่ ดัมเบิลดอร์ โวลเดอร์มอร์ สเนป และแฮร์รี่ ซึ่งตรงนี้ยกให้ว่าทำได้ยอดเยี่ยม จุดติดมีนิดหน่อย
- บทของสเนปน้อยไปนิด
- ในเมื่อแกนหลักในการเอาชนะคือกฎของ Elder Wand (ตามที่เขียนไปแล้วข้างบน) น่าจะเพิ่มบทของมัลฟอยในฐานะ arch rival ของแฮร์รี่ให้มากกว่านี้สักนิด จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นหลังคุยกับแชมป์
- คำแรกที่แชมป์พูดคือ "นัวร์มาก" อันนี้เห็นด้วยว่าเป็นคำนิยามที่ใช่เลย
- แชมป์บอกว่า "เขียนนิยายเรื่องเดียวนี่ แทบจะรู้ความรู้สึกของคนเขียนต่อเรื่องต่างๆ ได้หมดเลย" ก็เห็นด้วยอีก คงเป็นเพราะ universe ของเรื่องซับซ้อนมาก และคนเขียนก็ทำการบ้านมาดีมาก ลงรายละเอียดเกือบทุกจุด เราเลยเห็นภาพสะท้อนของตัวคนเขียนในเกือบทุกประเด็น
ความคิดเห็นเพิ่มเติมหลังอ่าน Wikibooks
- เจ๋งมาก เคลียร์ประเด็นเรื่องทำไม 'ตาย-ไม่ตาย' ชัดเจนจากการอ่าน Wikibooks
- ประเด็น "การเรียนรู้โลกความเป็นจริง" ถูกย้ำซ้ำในมุมมองของรอนที่มีต่อแฮร์รี่ (แฮร์รี่ย่อมมีคำตอบทุกอย่าง เพราะแฮร์รี่เป็นทั้งเพื่อนและ 'ไอดอล' ของรอน) ซึ่งส่งผลถึงพัฒนาการในตัวรอนเช่นกัน
- กลับกัน เฮอร์ไมโอนีกลับไม่มีความรู้สึกว่าแฮร์รี่เป็นไอดอลเหมือนกับรอน (ซึ่งความรู้สึกนี้ของเฮอร์ไมโอนี ถูกแสดงมาอย่างเด่นชัดในนิยายทุกเล่ม) เรียกง่ายๆ ว่าเฮอร์ไมโอนีเป็นผู้ใหญ่มากๆ แต่แรก
- Horcrux 7 ชิ้น ใช้คนทำลายไม่ซ้ำกันเลย แฮร์รีเองกลับทำลายเพียงแค่ชิ้นเดียวด้วยซ้ำ (คือสมุดบันทึกในเล่ม 2) อาจเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพและความไว้ใจกัน
- แฮร์รีตัดสินใจทิ้งหินคืนชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของการตัด "ครอบครัว" ในอดีต และกลับมาให้ความสำคัญกับ "family of friends" ในปัจจุบันและอนาคตแทน
คำถามที่ยังสงสัย
- จุดประสงค์ของโวลเดอร์มอร์คืออะไร? ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นการสร้างโลกของ pure-blood แต่หลังๆ ชวนให้คิดว่าพี่แกไม่สนแล้ว ขอเป็นผู้นำในภาวะ anarchy ก็พอ
- scope ของดินแดนที่โวลเดอร์มอร์ต้องการมีแค่ไหน ในเล่ม 4 จุดประสงค์ของ Triwizard Tournament คือเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพ่อมดจากประเทศต่างๆ แต่ในเล่มนี้ดูเหมือนว่า โวลเดอร์มอร์ต้องการแค่เกาะอังกฤษเท่านั้น
- แบบนี้จะมี Triwizard ไปทำไม ผลผลิตเพียงอันเดียวของการเชื่อมสัมพันธ์คือเฟลอร์เพียงคนเดียว (ซึ่งไม่มีบทมากนัก)? ส่วนวิกเตอร์ ครัม ถูกลดชั้นไปเป็นแค่ตัวประกอบ
- สรุปว่าดัมเบิลดอร์เลี้ยงแฮร์รี่มาเพื่อให้ตายจริงๆ ? ผมยังงงกับแผนการของดัมเบิลดอร์ในหลายจุด คงต้องไปนั่งคิดเพิ่ม (ในขณะที่แรงรูงใจของสเนปเคลียร์มากเมื่อเฉลยในตอนท้าย)
สรุปว่าพอใจกับทั้งซีรีย์ในภาพรวม เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้น "ภูษาไร้ตะเข็บ" แบบที่คาดหวัง เพราะผู้เขียนเองประกาศชัดว่าได้วางพล็อตหลักของเรื่องไว้ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว น่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกหน่อย
ป.ล. Wikibooks มี timeline ให้ด้วย สุดยอด
ป.ล. ปิดท้าย ไอ้นี่สุดยอดมากครับ (ดูราคาประกอบด้วย)
Comments
pittaya
15 January, 2008 - 00:20
Permalink
ทีแรกนึกว
ทีแรกนึกว่าจะจบแบบ... ข้าคือพ่อเจ้า ซะอีก
champ
15 January, 2008 - 02:35
Permalink
แหม..
แหม.. เป็นเกียรติ
ส่วน beedlebard นั้น เห็นราคาแล้วลมจับ!!!
cotton
16 January, 2008 - 20:29
Permalink
ขอเป็นผู้
ขอเป็นผู้นำในภาวะ anarchy
โดนที่ประโยคนี้
Add new comment