ประเมินผล 2007 New Year Resolution
สรุป 350/1000 = 35% ตกสนิท (แต่ดีกว่าปี 2006 หน่อยนึง)
ส่วนของ Blognone นี่ถ้าเอาตาม KPI ที่ตั้งไว้ก็ตกทั้งหมด แต่ผมพอใจมากกับ growth และคุณภาพของชุมชน/เนื้อหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ปี 2007 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ปรับเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเองไปมาก การทำงานที่ INET ทำให้เข้าใจกลไกของโลกธุรกิจมากขึ้น ส่วนมิตรสหายใหม่ๆ (โดยเฉพาะกลุ่มอารยชน) และ SIU ก็ช่วยเปิดโลกทรรศน์ด้านเศรษฐกิจ+การเมือง+"ความเป็นไป" ของประเทศอย่างมหาศาล ประสิทธิภาพของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบนี้ ยิ่งทำให้ผมศรัทธาในทฤษฎีจำพวก Learning Organization หรือ Cognitive Learning ยิ่งขึ้น
ปีนี้เป็นปีที่ผมแตกหน่อกิจกรรม ทดลองไอเดียมากมาย มีทั้งที่สำเร็จ ล้มเหลว ขาดช่วงไป และยังงงๆ อยู่ ลองไล่ดูก็มี Codenone, Blognone Library, The Boolim Blog, Thailand Political Base, YouFest รวมถึงอารยชนกับ SIU ตามที่เขียนไปแล้ว และอีกสารพัดความเปลี่ยนแปลงยิบย่อยใน Blognone นอกจากเป็นการทดสอบไอเดียตัวเอง สิ่งที่ได้กลับมาก็คือบทเรียนว่าตัวเองเพียงลำพังเริ่มจัดการภารกิจมากขนาดนี้ไม่ไหว วิธีที่ถูกต้องคือการสร้างภาคีและเครือข่ายขึ้นมาช่วยทำงาน ซึ่งได้นำแนวคิดนี้มาปรับใช้ในโครงการช่วงหลังๆ
นอกจากทดลองไอเดียเยอะก็ยังเดินทางเยอะ ทริปสำคัญคือปักกิ่งตอนต้นปี (1, 2) พอไปเห็นเมืองจีนในปัจจุบันด้วยตาตัวเองก็ตระหนักว่าต้องตามขาขึ้นของจีนรอบนี้ให้ทันให้ได้ อีกทริปนึงคือ FOWA บทเรียนสำคัญมี 2 อัน 1.) ประเทศไทยยังขาด primary information อีกมากสำหรับ mashup (ไอเดียมีเยอะแต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีข้อมูล) กับ 2.) การทำธุรกิจสมัยใหม่อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้รูปแบบกฎเกณฑ์เดิมๆ อีกต่อไป แนวคิดนี้ตรงกับในหนังสือ The World is Flat และผมได้รวบรวมความคิดที่กระจัดกระจาย ก่อนเสนอเป็นบทความลงในประชาไท
ผมมีคำถามที่คาใจมานาน (และคิดว่าหลายคนมีเหมือนกัน) คือ "ทำไมประเทศไทยไม่เจริญ" จากประสบการณ์สะสมกันในปีนี้ คิดว่าพอจะตอบได้บ้างแล้ว คำตอบอยู่ในบล็อก คนไอทีไม่เข้มแข็ง นั่นคือวิธีคิดของคนไทยนั้นยังนั่งงอมืองอตีนรอฟ้ามาโปรดสัตว์ ยังเป็นวิธีคิดแบบไพร่ฟ้าหน้าใสอยู่ ตราบใดที่เรายังไม่สามารถก้าวข้ามมาสู่วิธีคิดแบบ "อยากได้ต้องทำเอง" ก็คงไม่มีวันเจริญ พยายามเผยแพร่แนวคิดนี้ทาง Blognone มานานแต่ก็ยังห่างจากความสำเร็จอีกไกล อย่างไรก็ตาม "อยากได้ต้องทำเอง" จะยังเป็นฐานวิธีคิดสำคัญของตัวผมเองในช่วงอนาคตระยะใกล้นี้
ผมเขียนบล็อกอันนี้โดยหวังว่าเมื่อกลับมาดูอีกครั้งในอนาคต ปี 2007 จะเป็นจุดหักเหสำคัญในชีวิต ปีนี้ผมเริ่มรู้แล้วว่าอนาคตระยะยาวตัวเองต้องการทำอะไร ส่วนเรื่องว่าทำอย่างไรจะไปได้ถึงจุดหมายนั้น และที่ทางของเราควรเป็นตรงไหน ก็เป็นสิ่งที่ต้องคิดต่อในปี 2008