Operation Yellow Ribbon

ดู United 93 แล้วยังคาใจประเด็นปิดการจราจรทางอากาศทุกชนิดในวันที่ 11 กันยา 2001

ในหนังมีฉากที่หัวหน้าห้องควบคุมของ FAA ถามลูกน้องว่า มีเครื่องบินอยู่เหนือน่านฟ้าเท่าไร (เพื่อจะเช็คว่ามีกี่ลำที่ถูกไฮแจ็ค) ตัวเลขที่ลูกน้องตอบมาคือ 4-5 พันลำ ซึ่งหนังไม่ได้อธิบายว่าเครื่องบินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน

คำตอบก็คือเมื่อน่านฟ้าอเมริกาปิด เครื่องบินที่อยู่ระหว่างการเดินทางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแคนาดา ใน Operation Yellow Ribbon

อ่านรายละเอียดแล้วประทับใจการรับมือภาวะฉุกเฉินของแคนาดามาก จู่ๆ จะให้มารับผู้โดยสาร 3 หมื่นคนจากเครื่องบิน 200 กว่าลำพร้อมกันไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่แค่เอาเครื่องลงอย่างเดียว สิ่งที่ต้องทำได้แก่

  • จัดคิวจราจรทางอากาศ แบ่งเครื่องไปลงตามสนามบินต่างๆ ให้เหมาะสม
  • เอาผู้โดยสารลงจากเครื่องให้เร็วที่สุด แล้วตรวจความปลอดภัยว่าบนเครื่องมีอะไรหรือไม่
  • หาที่อยู่ให้ผู้โดยสาร (รวมไปถึงที่นอนเพราะไม่รู้ว่าสุดท้ายวิกฤตจะยาวนานแค่ไหน) บางเมืองมีประชากรนิดเดียว ผู้โดยสารทั้งหมดที่ลงมาก็เกือบจะมากกว่าคนทั้งเมืองแล้ว จัดการอย่างไร
  • ปัญหาความตื่นตระหนกของผู้โดยสาร ซึ่งต่อเนื่องไปยังปัญหาสุขภาพของผู้โดยสารบางคนอีกด้วย
  • ช่องทางการสื่อสาร แน่นอนว่าผู้โดยสารทุกคนต้องการโทรกลับบ้านไปแจ้งญาติพี่น้องว่าปลอดภัย รวมถึงบุคคลทั่วไปต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้น มีตัวเลขว่าศูนย์ภัยพิบัติของแคนาดา ได้รับโทรศัพท์เฉลี่ย 5000 สายต่อวัน

แค่การร่วมแรงร่วมใจเฉยๆ คงไม่พอ สิ่งสำคัญคือการแบ่งงานอย่างเป็นระบบและรอบคอบของหน่วยงานแคนาดาที่รับผิดชอบนั่นเอง (ซึ่งการฝึกซ้อมช่วยได้เยอะ)

ผมไปเห็นระบบการทำงานของหน่วยงานด้านนี้ในเมืองไทยมาหลายแห่ง ยังนึกภาพไม่ค่อยออกว่าถ้าเกิดพิบัติขนาดสึนามิรอบ 2 มันจะออกมายังไง แต่ดูไม่จืดแน่นอนถ้าเรายังไม่ทำอะไรเพิ่ม

อัพเดต: ไม่ได้ตั้งใจโฆษณา แต่ OpenCARE ลงไทยรัฐวันนี้พอดี

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.