Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ผมขนลุกในจังหวะที่เครื่องบินลำที่สองชนตึก และน้ำตาซึมในช่วงที่ผู้โดยสารบน United 93 โทรกลับบ้าน
United 93 เป็นหนังเชิงสารคดี จับใจความบนไฟลท์ 93 ของสายการบิน United Airline ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องบินสี่ลำของวันที่ 11 กันยายน 2001 และเป็นเครื่องบินลำเดียวที่ไปไม่ถึงเป้าหมาย (เป้าหมายคือวอชิงตันดีซี แต่ตกก่อนด้วยเหตุผลว่าผู้โดยสารบนเครื่องลุกขึ้นสู้)
ไม่มีผู้โดยสารของ United 93 คนไหนมีโอกาสได้กลับบ้านมาเล่าให้เราฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบนนั้น ภาพที่เห็นในหนังมาจากการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ สัมภาษณ์ญาติผู้เสียชีวิต แล้วนำบวกกับจินตนาการของผู้กำกับ
ถึงแม้ว่าทั้งหมดจะเป็นแค่จินตนาการ แต่ทำออกมาได้ดีมาก ไม่มีอเมริกันฮีโร่ ไม่มีมุสลิมเป็นคนเลว ตัวละครไม่มีชื่อ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ขณะที่ดูหนังอยู่เราเหมือนแค่ผู้สังเกตการสถานการณ์ "จริง" คนหนึ่งเท่านั้น เครื่องบินตกก็ตัดจบไป ไม่มีข้อสรุปใดๆ จะตีความอย่างไรขึ้นกับคนดูเอง (ไม่ได้ดูเรื่อง World Trade Center แต่เข้าใจว่าอารมณ์ของหนังคงไปอีกแนวเลย)
หนังแบ่งเป็น 2 ช่วงหลักๆ ครึ่งแรกเน้นห้องควบคุมการจราจรทางอากาศ (FAA ของสหรัฐ) ตามสนามบินต่างๆ (รวมถึงสำนักงานใหญ่ และกองทัพอากาศ) ซึ่งต้องเผชิญกับภัยพิบัติร้ายแรงที่สุด(อาจจะ)ในประวัติศาสตร์ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไร ไม่มีใครรู้สาเหตุ และที่สำคัญไม่มีใครรู้ว่าต่อจากนี้ควรทำอะไร ส่วนครึ่งหลังเป็นเหตุการณ์บนเครื่องบินหลังจากเทคออฟจนถึงวาระสุดท้าย
ที่พิเศษจนต้องเอ่ยถึง คือหัวหน้าห้องควบคุมของ FAA (คนที่ตัดสินใจสั่งให้เครื่องบินทุกลำในประเทศลงจอด) นั้นเป็นตัวจริงมาเล่นเอง หนังไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของหน่วยงานรัฐหน่วยไหน แต่เป็นเรื่องของการประสานงานระหว่างหน่วยที่ล่าช้าและไม่ลงตัว (เพราะไม่มีใครเคยเจอมาก่อน - แนะนำให้อ่านบทความเรื่องสึนามิในประชาไท)
ในฐานะที่ผมเคยช่วยงานวางระบบสารสนเทศสำหรับรับมือภัยพิบัติมาบ้าง ก็บอกได้ว่ามันเป็นงานที่ต้องอุทิศตนสูง ไม่ได้หน้า ทำดีแค่เสมอตัว ทุกหน่วยงานขาดแคลนทรัพยากร และยามสงบสุขไม่มีใครมาสนใจ แต่คนที่ทำงานตรงนั้นไม่สามารถปล่อยปละละเลยได้ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น มันกระทบต่อชีวิตคนจำนวนมาก
สรุปสั้นๆ ว่าหนังดีแนะนำให้ดู แต่อย่าคาดหวังว่ามันเป็นหนัง storyteller แบบที่เราคุ้นเคย มันเป็นอีกแนวที่ต่างออกไป ดูจบแล้วไม่รู้ว่าสนุกหรือเปล่า ซาบซึ้งกินใจแค่ไหน มันจะเกิดอาการงงๆ และเต็มไปด้วยคำถามจำพวก "ถ้าหากว่า" แบบที่หนังเปิดประเด็นไว้
Comments
iPAtS
29 December, 2007 - 23:11
Permalink
เรื่องนี้
เรื่องนี้ ช่วงแรกๆ ดูไม่รู้เรื่องเลยครับ เพราะอะไรต่างๆ วุ่นวายมากๆ
ส่วนเรื่อง WTC เป็นคนละแนวเลยครับ ออกแนวๆ ฮีโร่หน่อยๆ น่าเบื่อนิดๆ
mk
30 December, 2007 - 00:14
Permalink
iPAtS:
iPAtS: ถ้าเคยมาดูระบบสื่อสารภัยพิบัติแบบผม จะอินมากเลยครับ
cotton
31 December, 2007 - 23:12
Permalink
หลายเสียง
หลายเสียงบอกว่าหนังดี
แต่็ก็ไม่อยากดูอยู่ดี เพราะเหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าโลกนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
Add new comment