James Clark's Open Source Strategy

James Clark อดีตเจ้านายของผมเขียนบล็อกเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การใช้โอเพนซอร์สในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

ในฐานะที่เคยทำงานกับแกมาปีครึ่ง ผมบอกได้เลยว่าแต่ละ bullet point ในบล็อกนั้นถือเป็น essential idea มากๆ และหลายอันในนี้ก็กลายมาเป็นหลักวิธีคิดพื้นฐานของผมในการโปรโมตโอเพนซอร์สในที่ต่างๆ (โดยเฉพาะ Blognone) ด้วย

ข้อที่อยากยกมาพูดถึงเป็นพิเศษคือการศึกษา (Education and professional development) เรามักพูดกันอยู่เสมอว่าเด็กสายคอมพิวเตอร์เมืองไทยน่ะห่วย แต่เราไม่ค่อยมองหาหนทางแก้กันเท่าไรนัก อาจารย์สอนไปก็ด่านักเรียนไปว่าไม่สนใจ ไม่ตั้งใจ แต่คณะ/ภาควิชาเองก็ไม่ได้มี resource ที่ดีให้นักเรียนที่สนใจได้ใช้เหมือนกัน

จริงๆ แล้วพื้นฐานด้านเทคนิคของคนในวงการซอฟต์แวร์ไทยไม่แพ้เมืองนอกนะครับ แต่มาตกม้าตายเอาดื้อๆ ในเรื่องพวกการสื่อสารภาษาอังกฤษ, การทำงานเป็นทีม, การทำงานกับซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ซึ่งบ้านเราเน้นเรื่องพวกนี้น้อยมาก แต่จุดอ่อนตรงนี้สามารถแก้ได้ง่ายๆ ในราคาถูก โดยการให้นักพัฒนาไปเอา best practice จากการร่วมโครงการโอเพนซอร์สระดับโลก (ซึ่งต้องคุยเป็นภาษาอังกฤษ, ทำงานเป็นทีม และซอฟต์แวร์มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว แถมยังเป็นโครงการที่ success-proven อีกต่างหาก) กลยุทธ์ตรงนี้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์บ้านเรายังมองไม่ค่อยเห็นประโยชน์กัน ยังชอบไปจ้างอบรมพวก CMM อะไรทำนองนั้นอยู่ ซึ่ง cost-effective มันต่างกันมาก

อีกประเด็นที่พูดถึงก็คือคนไทยนิยมเขียนซอฟต์แวร์ขึ้นมาใหม่ (แล้วทิ้งเมื่อสิ้นปีการศึกษา) ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรคน-เวลาไปมหาศาล ผมเห็นค่านิยมนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนและตอนนี้มันก็ยังอยู่ดีมีสุขไม่หายไปไหน แน่นอนว่าเวลาไปเล่าใครๆ การเขียนโปรแกรมใหม่หมดมันเท่กว่าพัฒนาโปรแกรมคนอื่นต่อหลายเท่า แต่พอเรียนจบออกมาทำงานแล้ว ชีวิตจริงมันก็ไม่เป็นอย่างนั้น เทียบประโยชน์ทั้งต่อผู้เรียนและต่อประเทศในภาพรวม มันก็เห็นๆ กันอยู่ว่าอะไรดีกว่า

สมัยผมเรียนโชคดีที่ได้อาจารย์มีวิสัยทัศน์ ผมทำโปรเจคต์จบที่รับช่วงต่อกันมาหลายปี (คนเริ่มไม้แรกคือคุณ sugree) ตอนนี้โปรแกรมนั้นยังถูกใช้อยู่ที่ SDSC และมหาวิทยาลัยหลายแห่งในภูมิภาคแปซิฟิก (ตัวอย่าง) ในขณะที่โปรเจคต์ของเพื่อนอีกหลายคนเหลือแค่ซีดีที่เก็บไว้กับรายงานในห้องสมุด

Add new comment