เสาร์ที่ผ่านมาไปแคมบริดจ์ พอเสาร์นี้ทริปมหาวิทยาลัยเจ้าเดิมจัดไปลิเวอร์พูล เราก็ไม่รอช้าซื้อตั๋วเตรียมไว้ตั้งแต่ต้นอาทิตย์ (ค่าตั๋ว 12 ปอนด์) คราวนี้ไม่ต้องออกเดี่ยวแล้ว มีเพื่อนคนไทยไปด้วย เป้าหมายหลักก็เดาไม่ยาก แอนฟิลด์ กับกูดิสันพาร์ค นั่นเอง
มหาวิทยาลัยนัดขึ้นรถ 8 โมงเช้าอย่างเคย วันนี้ไม่หนาวเท่าตอนไปแคมบริดจ์ แต่ฟ้าก็ไม่ใส มีเมฆครึ้มทั้งวันแถมฝนตกนิดหน่อย การเดินทางใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยผ่านแมนเชสเตอร์ (แบบเฉียดๆ) และที่สำคัญผ่านอุทยานแห่งชาติ Peak District (สีเขียวๆ ในแผนที่) ซึ่งภูมิประเทศเป็นหุบเขามีลำธารไหลผ่าน สวยมาก ไว้มีโอกาสคงได้ไป
ถึงลิเวอร์พูลประมาณ 10.30 รถปล่อยให้เราลงที่ Albert Dock ซึ่งเป็นโกดังท่าเรือเก่าที่แปลงโฉมมาเป็นพลาซ่า ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว
Albert Dock มีลักษณะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมมีน้ำตรงกลาง เรือสามารถแล่นออกไปยังแม่น้ำ Mersey เพื่อออกทะเลได้
สถานที่แรกที่แวะคือ Merseyside Maritime Museum หรือพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเรือเดินทะเล ซึ่งอยู่ฟากนึงของ Albert Dock น่ะเอง ที่นี่เข้าฟรี
กิจการต่อเรือลิเวอร์พูลมีชื่อเสียงยาวนาน ที่นี่เลยมีอะไรให้ดูเยอะ เพียงแต่เราไม่แน่ใจว่าสนามบอลอยู่ไกลแค่ไหน กะเวลาไม่ถูก เลยดูแบบรีบๆ ไม่ได้พิจารณาละเอียด
หัวเรือเก่า
Titanic (ที่นี่มีแสดงข้อมูลเรือล่มครั้งสำคัญๆ หลายลำ)
การต่อสู้กับเยอรมนีสมัยสงครามโลก
ตอร์ปิโดของจริง
แสดงกลไกของเครื่องยนต์เรือ
และเรืออื่นๆ อีกมาก
รวมถึงประวัติของเมืองด้วย ตัวนี้คุ้นๆ
พนักงานประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลว่า แอนฟิลด์อยู่ค่อนข้างไกลเดินไปไม่ไหวหรอก (ดูแผนที่ประกอบ) ต้องนั่งรถเมล์ไป โดยเดินข้ามไปขึ้นฝั่งตรงข้ามมีท่ารถเมล์ใหญ่อยู่ รถเบอร์ 26 จอดหน้าแอนฟิลด์เลย
ระหว่างการเดินก็เก็บภาพไปด้วย อันนี้คือเรือแดง คาดว่าจอดไว้เท่ๆ
อีกด้านเป็นหมู่ตึกสวย 3 อาคาร ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของที่นี่ เค้าเรียกชื่อรวมๆ ว่า ‘Three Grace’ เดี๋ยวเราจะมาแวะตอนบ่าย
ค่ารถเมล์ราคานักเรียน 1.2 ปอนด์ ตอนถามราคาคนขับก็ถามเลยว่าไปแอนฟิลด์ใช่มั้ย (สงสัยนักท่องเที่ยวเยอะ) รถเมล์วิ่งผ่านใจกลางเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งใหญ่กว่าเชฟฟิลด์เยอะเลย
การเดินทางใช้เวลาประมาณ 10 นาที และแล้วก็มาถึง…
Paisley Gateway
ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ Bob Paisley อดีตกุนซือที่ประสบความสำเร็จที่สุด
เดินเข้าไปข้างในรั้ว ก็เจอกับ The Kop Stand
และรูปปั้นของ Bill Shankly อาจารย์ของ Paisley
) แอนฟิลด์มีพิพิธภัณฑ์และทัวร์ชมสนามให้เลือกจับจ่าย เผอิญว่าทัวร์ชมสนามเต็มหมด (เช็คจากเว็บตั้งแต่ก่อนมา) เลยได้เข้าแต่พิพิธภัณฑ์ ค่าตั๋วสำหรับนักเรียนคนละ 4 ปอนด์ เดินขึ้นบันไดมาก็พบกับอนุสรณ์แด่ผู้เสียชีวิต 96 คนจากสแตนด์ถล่มใน[โศกนาฏกรรม Hillborough](http://en.wikipedia.org/wiki/Hillsborough_disaster) (สนามของ Sheffield Wednesday นี่เอง)This is Anfield
ชุดแข่งมีทุกสมัย
จดหมายจากเพื่อนร่วมเมือง
อดีตผู้เล่น
(อันนี้ส่วนตัวนิด) แก้วที่ระลึก Cup Winners Cup 1966 ซึ่ง Dortmund ชนะ อิอิ
ข้าวของส่วนตัวของ Bill Shanky
Shankly’s Red Army
ลูกบอลพร้อมลายเซ็นของ Paisley
ฟิกเกอร์ก็มี
King Kenny
ถ้วย European Cup มีให้ดูครบ 4 ถ้วย
ส่วนถ้วยปี 2005 นี้มีให้สัมผัส แต่ต้องเสียเงิน (ตั้ง) 7.50 ปอนด์ (ได้รูปตอนชูถ้วย 1 ใบ)
Official Match Ball ที่อิสตันบูล
ส่วนอันนี้ฝันร้ายปี 2007 ha ha
ปิดท้ายด้วยลายเซ็น ด้วยรักจากราฟา
(จริงๆ รูปในพิพิธภัณฑ์ยังมีอีกจำนวนนึง ถ้าเด็กหงส์อยากดูก็อยู่ใน Flickr
ออกจากพิพิธภัณฑ์แล้วมาเดินร้านขายของกันต่อ ที่จ๊าบสุดคงเป็นอันนี้
ผมพลาดพลั้งซื้อผ้าพันคอมา ราคา 7 ปอนด์ ส่วนอันนี้เด็กๆ ต่อคิวซื้อเสื้อติดเบอร์ (เป็นเราคงซื้อแต่เสื้อมาติดเบอร์ตรงหลังสนามศุภ)
อันนี้ไม่ใช่กระป๋องเบียร์ แต่เป็นถังขยะในสนาม
Everton เอาไว้ต่อตอนหน้า ก่อนจากลาก็ขอแอนฟิลด์จากมุมไกล
อิจฉาอย่างมาก คิดแล้วคงไม่มีวาสนาไปทันได้เหยียบแอนฟิลด์เดิม...
ไม่ใช่เด็กหงส์เลยออกจะเฉยๆ :P
แต่ก็ยินดีที่ได้อ่านและดูรูป ^_^