Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
เมื่อวานได้ไปเที่ยวแคมบริดจ์มา (เชื่อว่าผู้อ่านบล็อกนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักแคมบริดจ์) สาเหตุที่ไปก็ไม่มีอะไรมากแค่ว่าเป็นทริปของมหาวิทยาลัยจัด (แบบเดียวกับตอนไป IKEA) คือต้องอธิบายก่อนว่า Student Union ของมหาวิทยาลัยมันฟิตจัดมาก มีทริปออกทุกเสาร์อาทิตย์ แถมบางเสาร์อาทิตย์มีจัดชนกันอีกต่างหาก แล้วไปกับทริปของมหาวิทยาลัยนี่ราคานักศึกษา ถูกกว่าไปเองเห็นๆ ขึ้นรถก็ขึ้นหน้ามหาวิทยาลัยไม่ต้องถ่อไปถึงสถานีรถไฟ เด็กก็เลยแห่ไปกันถล่มทลายทุกทริป อย่างไปแคมบริดจ์นี่รถโค้ช 2 คันนั่งกันเต็มทุกที่นั่ง
ด้วยเหตุผลด้านราคา (เป็นหลัก) กับความคิดว่าไหนๆ มีโอกาสมาแล้วก็ไปเที่ยวเยอะให้เยอะที่สุดเท่าที่ไปได้ ไม่รู้ชีวิตนี้จะได้ไปเหยียบอีกหรือเปล่า ก็เลยได้ไปแคมบริดจ์ให้รู้เห็นแจ้งว่าหนึ่งในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลกหน้าตามันเป็นยังไง แคมบริดจ์อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ (เหนือลอนดอนมานิดเดียว) ดังนั้นเดินทางจากเชฟฟิลด์ที่ผมอยู่ก็ซัดไปเกือบครึ่งประเทศแล้ว ยังดีที่เกาะอังกฤษมันเล็ก ครึ่งประเทศใช้เวลาประมาณ 3 ชม. แต่ไม่รู้ว่าพี่คนขับแกทำยังไงได้ 2.5 ชม. เส้นทางก็ตามแผนที่ครับ (มี Google Maps UK แล้วแสนสะดวก)
ทางมหาวิทยาลัยนัดขึ้นรถ 8 โมงเช้า (หนาวมาก) ขึ้นรถได้นั่งติดกับคนจีนก็เลยชวนมันคุย คุยไปคุยมาปรากฎว่ามันมาจากปักกิ่ง ก็เลยยิ่งมันเพราะว่าเมื่อต้นปีเพิ่งไปปักกิ่งมา (การคุยกับเด็กต่างชาติ ถ้ามีซักฝ่ายเคยไปเหยียบประเทศอีกฝ่าย จะออกรสมาก เพราะมีเรื่องให้คุยเยอะ) นั่งคุยไปหลับไป ราวๆ 11 โมงก็ถึงแคมบริดจ์
ทริปนี้อยู่เฉพาะในตัวเมืองแคมบริดจ์เท่านั้น ผมยกแผนที่จาก Visit Cambridge มาให้ดูประกอบ ไม่ต้องกลัวว่าดูไม่รู้เรื่องเพราะตอนแรกผมก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ผมใช้วิธีเขียน Notes ไว้ใน Flickr ว่าตรงไหนคืออะไร แนะนำให้กดเข้าไปดูประกอบการอ่านบล็อกเป็นช่วงๆ
รถโค้ชจอดส่งตรงสวนสีเขียวมุมซ้ายล่างที่เขียนว่า Queen's College ที่มีจุดดำสองจุดคู่กัน
มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยแบบแคมปัสหรือมีรั้วกันเขตแดนชัดเจน แต่เป็นมหาวิทยาลัยที่อาคารกระจายตัวกันอยู่ทั่วเมือง โชคดีหน่อยที่ส่วนอาคารสำคัญๆ อยู่กระจุกเดียวกันหมด (เพราะสร้างตั้งกะศตวรรษที่ 14)
ลักษณะพิเศษของแคมบริดจ์ (และออกซ์ฟอร์ด รวมถึง University College London) คือมหาวิทยาลัยไม่ได้แบ่งเป็นคณะแบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่แบ่งเป็นคอลเลจย่อยๆ รวมทั้งหมด 31 คอลเลจ (รายชื่อ) นักเรียนที่เอ็นติดก็มีสังกัดคอลเลจตั้งแต่แรก (เหมือนแฮร์รี่ พ็อตเตอร์) แล้วเรียน กิน นอน สอบ อยู่ในคอลเลจตัวเองตลอดชีวิตนักศึกษา ไม่ต้องไปปะปนกับนักเรียนคอลเลจอื่น
สำหรับนักเรียนไทยที่จบแคมบริดจ์ ในวิกิพีเดียก็มีรายชื่ออยู่บางส่วน
ชื่อแคมบริดจ์นี้มาจากว่ามันอยู่ติดแม่น้ำแคม (River Cam) ก็เลยหมายถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคม (Cam-bridge) ง่ายๆ ตรงไปตรงมา เลยทำให้โซนหลักของมหาวิทยาลัยมีแม่น้ำไหลผ่าน
จุดแรกที่เดินเข้าเมืองมา จะเจอกับ Mathematical Bridge หรือสะพานคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นสะพานที่ดังที่สุดของแคมบริดจ์ มีตำนานว่าไอแซค นิวตันเป็นคนสร้าง (อันนี้ไม่จริงเพราะนิวตันตายก่อนสะพานสร้าง) ที่มีชื่อแบบนี้เพราะลือกันว่าสะพานสร้างโดยไม่ใช้น็อตหรือตะปูเลย อยู่ได้ด้วยโครงสร้างทางคณิตศาสตร์เพียวๆ
สะพานต้นฉบับพังไปนานแล้ว อันนี้สะพานเวอร์ชันสอง มีน็อตเห็นชัดเจน
เนื่องจากมีแม่น้ำไหลผ่ากลางมหาวิทยาลัย (แต่ดูไซส์แล้ว มาอยู่แถวบ้านเราคงเป็นได้แค่คลอง) กิจการพายเรือ (จริงๆ คือถ่อเรือ หรือ punting) จึงเป็นที่นิยมตามปกติ มาถึงแคมบริดจ์ทั้งทีก็ควรจะลงเรือชมนกชมไม้ให้คุ้ม
เรือถ่อพวกนี้ถ่อเองได้ ผมอยากลองถ่อมากแต่ว่าเพื่อนร่วมทริปซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งคู่ไม่เอาด้วย สุดท้ายเลยตกลงกันที่จ้างคนถ่อพาทัวร์ ค่าเสียหายตกหัวละ 10 ปอนด์ เทียบประสบการณ์ที่ได้นับว่าคุ้มมาก
เริ่มแรกคุณไกด์พาย้อนแม่น้ำลง (ดูแผนที่ประกอบ) ไปดู Darwin College ซึ่งตั้งเป็นเกียรติให้กับชาร์ล ดาร์วิน ผู้ค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการ ที่เห็นนี้คือหอพักนักศึกษาของ Darwin College
จากนั้นก็ย้อนขึ้นเหนือ ลอดใต้ Mathematical Bridge เห็นน็อตชัดเจน <br/>
King's College ซึ่งเป็นคอลเลจที่มีชื่อที่สุด ที่เห็นยอดสูงๆ นั่นคือโบสถ์ เดี๋ยวขึ้นจากเรือแล้วเราจะมาตรงนี้อีกรอบ
ถัดมาจะเจอกับ Clare Bridge ซึ่งเป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดของแคมบริดจ์ (สร้าง 1640 และรอดจากสงครามกลางเมืองมาได้) สะพานนี้เป็นที่ๆ กวีจีน Xu Zhimo มาเขียนกลอนร่ำลาเมืองแคมบริดจ์ไว้ ซึ่งคาดว่าคงดังมากในเมืองจีน (เพื่อนร่วมทริปชาวจีนถึงกับกรี๊ดกร๊าด และไกด์สามารถบอกชื่อสะพานเป็นภาษาจีนกลางได้)
Clare Bridge เป็นส่วนหนึ่งของ Clare College ซึ่งเป็นคอลเลจที่เก่าเป็นอันดับสอง (สร้าง 1326)
จากนั้นเข้าสู่โซนของ Trinity College ซึ่งเป็นคอลเลจที่ใหญ่ที่สุด และรวยที่สุด (เค้าคาดเดาทรัพย์สินแล้วคิดว่าน่าจะเป็นนิติบุคคลที่รวยเป็นอันดับ 4 ของประเทศ)

คอลเลจสุดท้ายในชุดคอลเลจริมแม่น้ำ คือ St John's College
รูปข้างบนคือ Bridge of Sighs หรือสะพานแห่งการถอนหายใจ ต้นตำรับมาจากสะพานชื่อเดียวกันในเวนิซ แต่ของเวนิซได้ชื่อนี้มาเพราะเป็นสะพานที่นักโทษต้องเดินผ่านก่อนเข้าเรือนจำ ส่วนสะพานของแคมบริดจ์นั้นเป็นเพราะนักเรียนต้องเดินผ่านจากหอพักไปเข้าห้องสอบ
มีสะพานชื่อนี้อีกอันในออกซ์ฟอร์ด และลาสเวกัส (อันหลังคงเดาได้ว่าทำไมถึงต้อง "sigh")
ในบรรดาคอลเลจริมแม่น้ำทั้งหมด ผมยกให้ St John's College สวยที่สุด บรรยากาศเหมือนปราสาทฮอกวอร์ต ซึ่งไกด์เล่าว่าคนเข้าใจผิดเยอะมาก (ที่เห็นในหนังเค้าไปถ่ายที่นี่)
โชคดีที่มาฤดูใบไม้ร่วง ไม้เลื้อยเลยเป็นสีแดงสวยงาม
ปิดท้ายด้วยเป็ดแคมบริดจ์ (มีเยอะมาก) กำลังตีปีก
ทัวร์แม่น้ำแคมก็จบลงแค่นี้ (ที่เหลือก็พาย้อนไปขึ้นฝั่งที่เก่า) บล็อกชักยาวขอตัดไปต่อตอนหน้า
Comments
ykpb
21 October, 2007 - 22:13
Permalink
ฟ้ามันสวย
ฟ้ามันสวยดีแฮะ
เหมียว
22 October, 2007 - 02:31
Permalink
ฟ้าใสมาก
ฟ้าใสมาก แต่คงหนาวอีกตามเคย
Bridge of Sighs ตั้งชื่อโดนใจ
St. John's College ก็สวยดีนะ แต่ตอนกลางคืนแสงจันทร์สลัวๆ คงวังเวงน่าดู
HaMoo
22 October, 2007 - 13:24
Permalink
เห็นแล้วใ
เห็นแล้วให้นึกถึงคลองแสนแสบบ้านเรา !!
phutta
28 October, 2007 - 01:35
Permalink
ผมมีเวลาไ
ผมมีเวลาไม่กี่ชั่วโมงเลยไม่ได้นั่งเรือ วิวในเรือสวยไม่แพ้กันนะครับ ที่มหาลัยที่แฟนผมอยู่ก็จัดทริปสำหรับนักศึกษาเยอะเหมือนกันครับ ผมยังมีโอกาสได้สวมรอยไปกับเขาเลย :)
bact'
31 October, 2007 - 01:07
Permalink
เอ้อใช่
เอ้อใช่ เคมบริดจ์ นะ
แคมบริดจ์ นี่ อีกเมือง (สะกดเหมือนกัน แต่ออกเสียงไม่เหมือน)
cotton
2 November, 2007 - 11:02
Permalink
ดูเพลินเล
ดูเพลินเลยค่ะ
ฟ้าใสดีมากเลยอะ
เห็นแล้วอยากไปเที่ยว
ส่วนหอพักนักศึกษาถึงจะสวยแต่ก็ดูขลัง ยิ่งสร้างมานาน ชวนให้นึกถึงเรื่องแนวลึกลับ
อ่อ ชายนักถ่อเรือ เท่จัง แต่งตัวดูหนุ่มอังกฤษดี อิอิ
ส่วนคู่ที่ให้หญิงถ่อ เจ๋งดีมาก :P
madam
11 March, 2009 - 13:49
Permalink
แล้วเราจะได้อยู่คอเลจไหนขึ้นอ
แล้วเราจะได้อยู่คอเลจไหนขึ้นอยู๋กับอะไรค่ะ ถ้าเป็นปริญญาโทกฎหมาย ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ อยากทราบมักมาก
Add new comment