Lecture Notes: INF6350 #1

ตั้งใจแต่แรกว่าจะจดเลคเชอร์เรื่องที่เรียนลงบล็อก แต่สัปดาห์แรกก็เป็นหมันเสียแล้ว (เพราะหนีเที่ยว) เมื่อมีเวลา+ความตั้งใจอีกครั้งก็รวบทีเดียว 2 ตอนเลย

วิชานี้รหัส INF6350 ชื่อวิชา Information Resources & Information Literacy คำอธิบายคอร์สก็กดเข้าไปดูกันเองตามลิงก์

Lecture #1

คำสำคัญของคอร์สนี้คือ Information Literacy ถ้าเราดูจากคำแปลของ Literacy ที่ว่า "การอ่านออกเขียนได้" แล้ว ก็น่าจะพอเดาความหมายของ information literacy ได้ว่า "การหาและใช้ information เป็น"

ในภาพรวมก็ประมาณนี้ ส่วนนิยามเชิงวิชาการก็แตกต่างกันไปในรายละเอียด

  • Wikipedia ใช้นิยามของ American Library Association ว่า "able to recognize when information is needed and have the ability to locate, evaluate, and use effectively the needed information"
  • ส่วนอาจารย์ของผม Sheila Webber ใช้นิยามของตัวเอง (แกไปเขียนบล็อก Information Literacy ไว้ด้วย เท่โคตร) "the adoption of appropriate information behaviour to identify, through whatever channel or medium, information well fitted to information needs, leading to wise and ethical use of information in society."

สังเกตคำว่า information behavior ที่ทำตัวหนาไว้ มีศัพท์ใหม่ต้องรู้อีกแล้ว สไลด์ของ Sheila แบ่งลำดับชั้นความสัมพันธ์ไว้ดังนี้

  • Learning/problem-solving อยู่ชั้นนอกสุด (เป็น superset กว้างที่สุด) หมายถึงความสามารถแก้ปัญหาใดๆ ในภาพรวม ซึ่งต้องมี information behavior ที่เหมาะสม
    • Information behavior คือบอกได้ว่าการแก้ปัญหานั้น ต้องการหาข้อมูลอะไร
      • Information seeking คือบอกได้ว่าจะหาข้อมูลที่ว่า ได้อย่างไร อันนี้สำคัญมาก
      • Information encountering เป็นกรณีพิเศษ คือเราไม่ได้ไปหาข้อมูล แต่จู่ๆ มันวิ่งมาชนเอง แบบนี้จะจัดการกับข้อมูลที่วิ่งมาชนอย่างไร

สรุปว่าการแก้ปัญหา (problem-solving) ที่ดีนั้น เราต้องทำ 2 อย่างประกอบกัน

  • Information literacy - สร้างทักษะในการนิยามข้อมูลที่ต้องการ และค้นหาข้อมูลนั้น เปรียบง่ายๆ ว่าฝึกใช้กูเกิลให้เก่งๆ ไม่ใช่เอะอะก็เอาผลค้นหาอันแรกสุดอย่างเดียว
  • Information search tools - พัฒนาเครื่องมือการค้นหาให้ดีขึ้น อันนี้เห็นภาพง่าย ดูได้จากพัฒนาการของ search engine ในช่วง 4-5 ปีมานี้

ที่เหลือก็น้ำจิ้มประเภทว่า information literacy สำคัญต่อตัวเองและองค์กรอย่างไร เป็นอันจบเลคเชอร์แรก

Lecture #2

คราวนี้เปลี่ยนคนสอนมาเป็น Sheila Corrall ชื่อเหมือนกันแต่คนนี้เป็นหัวหน้าภาค

ลืมเขียนไปว่าวิชา IL นี้มีรากมาจากวิชาห้องสมุด อธิบายง่ายๆ ว่าการจัดการข้อมูลไม่ว่าจะหนังสือหรือดิจิทัล มันก็ใช้หลักการพื้นฐานเดียวกัน (ลองเทียบรหัสหนังสือตัวเลข 3 ตัว กับระบบ directory แบบ dmoz) คณะหรือภาควิชาด้านนี้ ไม่ว่าจะเรียก Information Science, Informatics, Information Studies โดยมากมักพัฒนามาจากคณะห้องสมุด (บางแห่งยังอยู่ในคณะห้องสมุด) อย่างที่ภาคก็มีโปรแกรม Master in Librarianship ซึ่งต้องเรียนวิชา IL นี้เหมือนกัน

กลับมาที่วิชาเรียน คาบนี้สอนเรื่อง Information Resource อธิบายง่ายๆ ก็คือ ที่ๆ เราสามารถหา information ได้

ตัวอย่าง information source ก็มีมากมาย เช่น คนเราด้วยกันเอง (ถามเพื่อน), หนังสือ, นิตยสาร, พจนานุกรม, แผนที่, เว็บ ฯลฯ

ถ้าเป็นเอกสารทางวิชาการ เค้าแบ่งความสัมพันธ์เป็น 3 ชั้น (3-tier)

  1. original - เช่น เปเปอร์ผลงานวิจัย, เอกสารขอสิทธิบัตร
  2. indentification and summarising services - เช่น abstract ของเปเปอร์, review เปเปอร์
  3. reorganize and repackage - เช่น textbook (introductory level) ที่มีการอ้างเปเปอร์อื่น

ถ้าเป็นงานตระกูลเอาไว้อ้างอิง (Reference Works) แบ่งได้เป็น 2 แบบ

  • Pointer หรือ referral works คือเป็นตัวชี้อย่างเดียว เช่น Bibliography
  • Summarising work หรือ digest ให้คำตอบแบบพื้นฐานด้วย พร้อมทั้งชี้ไปยังแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม เช่น สารานุกรม

จากนั้นอาจารย์ก็สอนเรื่องแนวโน้มของ Information Universe 5 อย่าง

  1. reference source แบบเก่าเริ่มย้ายมาเป็นออนไลน์ เช่น พวกระบบห้องสมุดต่างๆ
  2. primary source (ไม่ใช่ reference) ก็ย้ายมาเป็นออนไลน์เหมือนกัน เช่น พวก journal ต่างๆ เดี๋ยวนี้ออนไลน์หมด
  3. search engine มีพัฒนาการดีขึ้น
  4. collaborative content creation ต่างๆ เริ่มเกิด เช่น blog/wiki
  5. โลกเก่าต้องเผชิญหน้ากับโลกใหม่ เส้นแบ่งระหว่าง academic กับ commercial จางลง (ตัวอย่างที่ชัดมากคือ Google Scholar, Google Library)

การปรากฎตัวขึ้นของแหล่งข้อมูลแบบใหม่ๆ ทำให้นักวิจัยสาขานี้ต้องจัดหมวดแหล่งข้อมูลกันใหม่ ซึ่งอาจารย์ยกตัวอย่าง TNW Information Universe Model จากหนังสือ The New Walford Vol. 1 Science, Technology and Medicine มาให้ดู ท่าทางจะเป็นวิชาการมากหาภาพโมเดลนี้ในกูเกิลไม่เจอ ก็ขอจบไว้แค่นี้ละกัน

Comments

ขอบคุณค่ะ ตอนที่เจอบอลคนี้ กำลังหาความหมายของ information literacy อาจารย์เค้าให้หาความหมายและอธิบาย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปี 1 ค่ะ เอก สารสนเทศศาสตร์

น่าสนใจดี มีมุมมองใหม่ๆ ลองไปดู TNW information technology model ว่าเป็นอย่างไร ไม่ได้ค่ะ โน๊ต IR 2 ตอนก็ดีมาก อ่านแล้วเข้าใจ โดยเฉพาะ precision & recall จะลองหาหัวข้ออื่นที่เรียนอ่าน ขอบคุณที่แชร์ความรู้กัน

เมื่อก่อนเคยเรียน แต่ไม่ได้จำเลยครับ เหอะ ๆๆ
ดูไปดูมา มันก็มีความสำคัญอยู่เนาะพี่

Add new comment