Notification Console

เคยลองใช้โปรแกรมตระกูล PIM มาเยอะแยะมากมาย แต่สุดท้ายล้มเหลวตลอด และค้นพบว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการส่งอีเมลเข้าหาตัวเอง แล้ว flag ไว้ให้เด่นชัด

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

มานั่งคิดหาคำตอบดูก็เป็นเพราะว่าอีเมลกลายเป็น "เรื่องที่ต้องทำ" เมื่อออนไลน์ เราเลยมีพฤติกรรมต้องเช็คเมลเป็นประจำและบ่อยๆ (ยิ่งมี Gmail กับ AJAX ก็เรียกได้ว่าแทบจะเปิดหน้าต่าง Gmail ทิ้งไว้) การแจ้งเตือนด้วยอีเมลจึงประสบความสำเร็จมากกว่าการตามดู task ในโปรแกรม PIM ที่สุดท้ายแล้วก็เลิกใช้ไป

(ตอนนี้ผมเลยตั้งให้ Google Calendar เตือนนัดหมายเข้ามาทาง Gmail ดังนั้นจะเปิด Google Calendar เฉพาะเมื่อต้องการเพิ่มนัดหมายเท่านั้น)

เมื่อการแจ้งเตือนหรือ notification เป็นเรื่องสำคัญ ก็เลยลองมาวิเคราะห์พฤติกรรมตัวเองว่าวันนึงเนี่ยเรามีช่องทางรับ notification อะไรบ้าง

  1. มือถือ โทรศัพท์มือถือมีรูปแบบการเตือนเฉพาะตัว 2 อย่างก็คือ รับสายเข้า (ไม่ว่าจะเป็นเสียงหรือสั่น) กับ SMS ส่วนพวก mobile RSS reader, email client หรือ IM client ผมมองว่าเป็นการเลียนแบบโปรแกรมจากคอมพิวเตอร์มาใช้ ยังไม่แพร่ไปในวงกว้างเท่าไร นอกจากนี้มือถือยังมีคุณสมบัติพิเศษด้าน mobility (ความสามารถในการพกพา) ซึ่งทำให้สถานะของอุปกรณ์จะต่างออกไปจากคอมพิวเตอร์ ไปเหมือนกับวิทยุแบบพกพามากกว่า

  2. อีเมล อันนี้ทุกคนคงเข้าใจกันดี อีเมลมีลักษณะเป็น text ข้อความยาว, เนื้อหาส่งถึงผู้รับโดยตรง (ไม่ใช่ผู้รับก็ไม่มีสิทธิ์ได้ข้อความนี้ เรียกง่ายๆ ว่า private) สามารถตอบกลับได้

  3. Feed reader มีลักษณะเป็น text ข้อความยาวเช่นเดียวกับอีเมล แต่ต่างกันตรงที่เนื้อหาเป็น public ใครที่สนใจก็สามารถเข้าถึงได้ แพร่กระจายเป็นวงกว้าง และเป็นการสื่อสารทางเดียวตอบกลับไม่ได้ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับข้อความประเภทข่าวสารอย่างที่ใช้กันอยู่

  4. IM ลักษณะคือ text ข้อความสั้น ข้อความเป็น private และตอบกลับได้ทันที

ถ้าเราศึกษาพฤติกรรมของเว็บที่ให้บริการใดๆ โดยส่วนใหญ่ จะเห็นว่าเว็บเหล่านี้ใช้การแจ้งเตือนผ่านรูปแบบที่สอง (อีเมล) กันมานานแล้ว เมื่อเราลงทะเบียน ซื้อของ รีเซ็ตรหัสผ่าน หรือมีเพื่อนเพิ่มใน social network ก็จะได้เมลแจ้งเตือน 1 ฉบับมาบอกว่า คุณทำ...แล้วนะ (สังเกตว่าข้อความที่ส่งเป็นข้อความเฉพาะตัว จึงมาทางเมล)

SMS ตามข้อหนึ่งก็มีลักษณะเป็น subset หนึ่งของอีเมล คือมีพฤติกรรมแบบเดียวกัน (private) แต่ก็ต่างกันนิดเดียวตรงเรื่อง mobility เราจึงเห็นการแจ้งเตือนผ่าน SMS สำหรับเรื่องที่ รอไม่ได้ เช่น หุ้นขึ้นถึงจุดที่กำหนด หรือบิดใน eBay ถึงราคาที่ตั้งไว้ เป็นต้น ซึ่งข้อความพวกนี้โดยมากก็สามารถตั้งให้ส่งทางเมลควบคู่กันไปได้อยู่แล้ว

พอมาถึงยุคของ Feed การสื่อสารแบบทางเดียวก็หันมาใช้ Feed กันถ้วนหน้า เพราะดีต่อทั้งผู้รับ (สะดวก) และผู้ส่ง (ผู้รับสะดวกก็ควรจะได้รับสารจากผู้ส่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ) นอกจากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ (และบล็อกซึ่งถือเป็นหมวดเดียวกัน) เรายังสามารถรับผลกีฬา สภาพอากาศ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ฯลฯ ได้ด้วย

สุดท้ายคือ IM กำลังมาแรง นอกจากจะเอาไว้คุยกับเพื่อนซึ่งเป็นภารกิจหลัก ช่วงหลังก็มีคนเอา IM มาใช้ในการแจ้งเตือนมากขึ้น ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ twitter ซึ่งเป็น micro-blogging site เขียนบอกสั้นๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่

ผมเคยสงสัยว่ามันจะมีคนขยันเข้าไปหน้า twitter เพื่อเขียน microblog ขนาดนั้นเลยเหรอ ปรากฎว่า twitter สร้างช่องทางการเขียน (console) ของตัวเองทาง IM แค่เราแอด twitter เป็นเพื่อนใน IM ส่งอะไรไปหามันก็จะไปโผล่ในหน้าเว็บ twitter ของเรา ในทางกลับกันถ้าเพื่อนเราอัพเดตข้อมูลใน twitter เราก็จะได้ข้อความกลับมาทาง IM เจ้าเดิม (twitter มีทาง SMS ด้วย อันนี้เข้าหมวดแรก)

เว็บแอพพลิเคชันใหม่ๆ หันมาใช้ช่องทางการเตือนทั้ง 4 แบบมากขึ้น

  • เครือ Google ผ่านทางอีเมล, Feed และหลังๆ รุกตลาด SMS หนักมาก
  • MySpace ชัดเจน ออก IM ของตัวเองในการรับข่าวสาร
  • ถ้ายังจำกันได้ สมัยก่อนโปรแกรม ICQ ส่ง SMS ฟรี อันนี้แสดงให้เห็นการประสานงานระหว่าง IM กับ SMS
  • เดี๋ยวนี้เรารับ CVS commit ได้ทาง Feed นอกเหนือไปจากอีเมล

ดังนั้นการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์นับแต่นี้ไป คงต้องพิจารณาช่องทางการแจ้งเตือนทั้ง 4 นี้อย่างจริงจัง

(หมายเหตุ: การแจ้งเตือนคือจากเว็บไปยังลูกค้าเท่านั้น ช่องทางการอัพโหลดข้อมูลจากลูกค้ากลับมายังเว็บ ต้องคิดแยกต่างหากอีกกรณี ไว้ขยัันแล้วจะมาเขียนถึง)

Keyword: 

Comments

Google calendar

Google calendar ก็ส่ง sms เตือนฟรี ชอบๆ

ข้างบน + 1

ข้างบน + 1

blognone ไม่มี

blognone ไม่มี event calendar แล้วหรอครับ

maya3d:

maya3d: ทำไม่ไหวครับ โพสต์เองคนเดียวไม่มีคนช่วย