Submitted by mk on 26 August, 2007 - 23:29
ตอนแรกว่าจะไม่เขียนเอง แต่วันนี้ได้คุยกับ อ. รวิทัต เรื่องงานเมื่อวาน ก็มี remark ที่น่าสนใจหลายอย่าง
- เป็นงานที่ดีมีประโยชน์ ได้ความรู้+แรงบันดาลใจ แต่ทำอย่างไรเราจะทำให้ประโยชน์อันนี้กระจายไปได้ถ้วนทั่ว ไม่ใช่เฉพาะแต่ในเกษตร เด็กตามมหาวิทยาลัยอื่นๆ ยังมีปัญหาเรื่องความแตกต่างของอุปกรณ์-สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้อีกมาก
- ปัญหาข้างต้นในแง่เนื้อหา สามารถแก้ได้โดยถ่ายวิดีโอแล้วเอาขึ้นเว็บ/torrent แต่มันก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมด ยังไม่สามารถทดแทนในเรื่องบรรยากาศ หรือโอกาสในการพบปะพูดคุยกันระหว่างงานได้ เพราะอันที่มันจะได้จริงๆ ก็คือการพูดคุยวงเล็กแบบยาวๆ หลังเลิกงานนี่ล่ะ
- จากประสบการณ์ของผม แนวทางที่ถูกต้องคือจัดเล็กๆ แต่บ่อยๆ เพราะมันมีเรื่องของความสนิทสนม การปรับความคิดเข้าหากัน การถกเถียงและให้เวลาครุ่นคิด (ก่อนจะกลับมาถกเถียงใหม่) อยู่มาก โจทย์ก็คือทำยังไงเราจึงจะสร้าง meeting group แบบนี้ให้เกิดในทุกที่พร้อมๆ กันได้
- meeting group แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาในเมืองนอก ตามคณะหรือภาควิชา อาจารย์มักเป็นคนจัดเองทุกสัปดาห์ อาจมีพูดคุยสนทนา รีวิว paper หรือรีวิวหนังอะไรก็ว่าไป สิ่งสำคัญไม่ใช่อยู่ที่เนื้อหาว่าคุยอะไรกัน แต่เป็นการบังคับ+เปิดช่องทางแบบอ้อมๆ ให้เด็กได้ฝึกกระบวนการคิดแบบต่อเนื่อง (และมีคนคอยรีวิว ทั้งที่เป็นอาจารย์ และเป็น peer-review) มากกว่า
- เมืองไทยมีแบบนี้น้อยมาก ที่ผมรู้จักก็มีแค่ อ. มะนาวกับ อ. เดฟกำลังพยายามสร้างอยู่
- ประเด็นเริ่มแตกไปเป็นว่า ทำไมการเรียนรู้ในห้องเรียนเมืองไทย มันถึงเป็นขั้นตอน มีขอบเขตชัดเจนมากๆ ทำไมเราไม่เรียนแบบเพลโต ที่ออกไปนั่งเรียนใต้ต้นไม้ ชี้กอหญ้าก็สามารถถกความรู้ได้เป็นสัปดาห์
- ยกตัวอย่างกันว่า ทำไมเราไม่สามารถเรียนรู้จากการ์ตูนได้ (อย่างเปิดเผยและได้รับการยอมรับ) อย่างเรื่อง User-generated Content เอาจริงแล้วมันก็คือบอลเก็งกิ หรือแนวคิดการรีดจักระใน Naruto มันก็ logical มากๆ และใช้จริงในทางวิศวกรรม
- เอาแบบสรุปๆ คือจากการพูดคุยครั้งนี้ ผมตระหนักว่าเรื่องโอกาสทางการศึกษาเป็นเรื่องเร่งด่วน คงต้องทุ่มน้ำหนักให้กับ Blognone Ed และ Roadshow ให้มากขึ้น อันนี้ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ (ที่อาจอ่านบล็อกนี้อยู่) ด้วย
ป.ล. ผมกับ อ. เดฟ ค้นพบว่า ต่างฝ่ายต่างหัวเราะก๊าก กับมุกน็อตโอริฮารูกอนของ sugree (ในห้องคงมีคนเก็ตมุกนี้ไม่มากเท่าไร)
Comments
iannnnn
26 August, 2007 - 23:45
Permalink
ผมเก็ตนะค
ผมเก็ตนะครับมุกนั้น
Ford AntiTrust
26 August, 2007 - 23:47
Permalink
มุขน็อต 4
มุขน็อต 4 ตัวนี่ฮามาก คิดได้ไง ;P
keng
26 August, 2007 - 23:56
Permalink
ทำไมผมไม่
ทำไมผมไม่เข้าใจ T3T
fake-or-dead
27 August, 2007 - 00:07
Permalink
ฮาเหมือนก
ฮาเหมือนกันครับ
ธาตุที่แกร่งที่สุดในจักรวาล >.<
pittaya
27 August, 2007 - 07:46
Permalink
sugree
sugree เค้าพูดมาสองชื่อนะ Mithril กับ โอริฮารูกอน
wiennat
27 August, 2007 - 08:26
Permalink
ผมได้ยิน
ผมได้ยิน โอริฮารูกอน ไม่ชัด ได้ยินเป็น โอริเดคอนไปซะงั้น แต่มิธริล นี่ได้ยินชัดเจนเปลี่ยน
mk
27 August, 2007 - 10:00
Permalink
pittaya: Mithril ใน FF
pittaya: Mithril ใน FF มันของกระจอกอันดับต้นๆ ไง แต่โอริฮารูกอนนี่เทพสุดใน DQ
เหมียว
28 August, 2007 - 00:57
Permalink
อ้อ
อ้อ เพิ่งมาเก็ตตอนอ่านในวิกินี่เอง
ขอฮาย้อนหลังละกัน :D
sugree
28 August, 2007 - 20:05
Permalink
ผมพูดเร็ว
ผมพูดเร็วไปหน่อยมั๊งครับ แฮ่ะๆ ผมชอบโอริฮารูกอนมานาน ยังหวังว่าไอ้น็อตนี้จะเป็นของจริง ตามหลักแล้วแรงกดไม่ควรจะมีผลให้น็อตหัก แต่ถ้าโดนเฉือนก็ไม่แน่ ถ้าตู้เอียงก็มีสิทธิ์โดมิโน
bact'
29 August, 2007 - 20:52
Permalink
เทพสุดในส
เทพสุดในสปรีแกนตะหาก :P
Add new comment