อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ / Isriya Paireepairit / mk / markpeak
I am a Thai tech geek and ICT policy researcher. Co-founder of Blognone and SIU.
This is my personal blog for almost everything.
เคยเขียนเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ไว้ คนมาตอบล้นหลาม แต่ตัวเองก็ยังงงๆ ว่าจะเอายังไงดี คือมันมีความคิดเห็นอยู่ในหัวบ้าง แต่ยังถ่ายทอดออกมาไม่ถูก
วันนี้มาเจอบทสัมภาษณ์ที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ได้ตรงกับใจ
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง หรือแม้แต่กระแสชุมชนนิยม มันมีรากฐานอย่างหนึ่งคือ ข้างในมันดี และข้างนอกมันเลว อะไรก็ตามที่มันเลวมันมาจากข้างนอกหมด เราอยู่ข้างในเราก็ดีกันอยู่แล้ว โดยที่เราลืมไปอย่างหนึ่งว่า มันเป็นเพียงมายาคติที่ถูกสร้างขึ้นมา เวลาเราพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง พูดถึงชุมชนนิยม หรือแม้แต่ในประเทศไทย เราบอกว่าเราไม่เปิดเสรีเพราะเรารู้สึกว่าอะไรก็ตามที่มาจากข้างนอกมันสร้าง กิเลส มันสร้างความโลภ มันเอาอะไรต่างๆ ที่ไม่ดีในเชิงจริยธรรมในเชิงศีลธรรมเข้ามา แล้วเราก็พยายามปลูกฝังความคิดแบบชาตินิยมขึ้นมา แท้จริงแล้วการชูเรื่องชาตินิยมก็เพียงเพราะคุณต้องการปกป้องทุนชาติ เพราะคุณรู้สึกว่าถ้าปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาคุณเสียประโยชน์ เพราะคุณแข่งขันสู้บริษัทยักษ์ใหญ่พวกนี้ไม่ได้
(ธนาธรเป็นเจ้าของตึกที่ทำงาน เป็นรองประธานกลุ่มไทยซัมมิต ถ้าเห็นนามสกุลแล้วเอะใจว่าเกี่ยวอะไรกับสุริยะ อ่านต่อในบทสัมภาษณ์กันเอง เพราะมัน off-topic)
หลังจากอ่านเรื่องข้างต้นแล้ว ก็ได้มาเจอกับบล็อก อย่าหลงกลเปิดอ้าซ่า ของหมอวิจารณ์ พานิช ผู้อำนวยการ สคส. (เจ้าของ GotoKnow) ยิ่งเห็นภาพว่ามีคนจำนวนมากในสังคม ที่ชูกระแสชาตินิยมขึ้นมา เพียงเพราะว่าตัวเองไม่สามารถต้านทานโลกาภิวัฒน์ได้
ผมมักเจอแต่แนวคิดประมาณว่า "ต่างชาติออกไป สิงคโปร์ออกไป ห้างข้ามชาติออกไป งานและทรัพยากรเป็นของคนไทย อย่ามายุ่ง" (สู้ยังไงก็แพ้ ขอแพ้น้อยๆ มีส่วนแบ่งเหลือนิดหน่อย) แต่กลับไม่ค่อยเจอแนวคิด "เราคนไทยจะยึดครองโลก ไปช่วงชิงทรัพยากรของชาติอื่นๆ คืนมา" (พยายามจะกลับข้างมาเป็นฝ่ายกระทำบ้าง) สักเท่าไร
ตรรกะแบบอันแรกนี่ มันแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ประเทศจะมุ่งไปได้หรือเปล่า (เฉาๆ รอวันเน่าตาย?) ที่น่าเศร้าคือคนส่วนมากคิดแบบนั้น
ป.ล. ออกตัวนิดว่าเป็นแฟนบล็อกหมอวิจารณ์มานาน ไม่ได้มีจุดประสงค์จะโจมตีท่านแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะเห็นด้วยกับหมอวิจารณ์เสียทุกเรื่อง หนึ่งในนโยบายของ Wikipedia ที่ผมชอบคือ Be BOLD!
ป.ล.2 ผมเชื่อว่าคงมีคนอ่านแล้วคิดในใจทำนอง "ไอ้นี่มันหัวนอก เดินตามก้นฝรั่ง บ้าตลาดเสรี ไม่รู้จักปรับให้เหมาะกับเมืองไทย" ไม่ต้องแปลกใจตัวเองไปนะ
Comments
tee
11 May, 2007 - 10:11
Permalink
คุณ mk
คุณ mk เพียงแต่ ฉงน หรือ หมั่นไส้ เศรษฐกิจพอเพียงตะหาก เจออะไรที่สะกิดมันนิด หยิกมันหน่อยก็ชอบใจไงครับ เศรษฐกิจพอเพียงที่มันเฝอเรอ อยู่ในเวลานี้ ส่วนใหญ่แล้ว มันเป็นเพียงแฟชั่น ลองค้นหาของจริงเพื่อเข้าถึงมันดูบ้างจะเป็นไรไป
ปลาวาฬทราย
12 May, 2007 - 00:32
Permalink
ผมว่าเราต
ผมว่าเราต้องพูดคำว่าพอเพียงกันแบบพอเพียงครับ เดี่ยวนี้ได้ยินทุกชั่วโมง
fatro
12 May, 2007 - 01:56
Permalink
พิ้นฐานเร
พิ้นฐานเราอย่างนี้ (คนเหยียบกันตายเพราะเทพโอริโอ้) รบไปก็มีแต่แพ้ อย่างนี้เขาเรียกว่าแพ้ตั้งแต่ยังไม่รบหรือไม่รบในสงครามที่รู้ว่าแพ้นา :P
คุณ MK คิดยังไงครับ เราควรเปิดเสรีเต็มรูปแบบเลยไหม
thecyanline
12 May, 2007 - 04:15
Permalink
เศรษฐกิจพ
เศรษฐกิจพอเพียงเหมาะกับ scale ย่อยของสังคมเพราะจะช่วยให้รากหญ้าทำเศรษฐกิจด้วยความคิด
ไตร่ตรองมีสติไม่ฟุ้งเฟ้อ
ส่วนภาพใหญ่นั้นปฎิเสธการค้าเสรีไม่ได้แล้ว WTO เซ็นกันไปแล้วจะมาปฏิเสธ FTA นั้น
คนต่างชาติคงมองว่าเป็นเรื่องตลก เปรียบไปเหมือนกับผู้หญิงที่ยอมแต่งงานแ้ล้วแต่ปฏิเสธที่จะได้เสียกัน - -"
ไอ่พวกเรื่อง FTA เนี่ยต้องมาช่วยกันคิดมากกว่าว่าเซ็นยังไงจะสมดุลสุด(มองแบบเอาใจเค้าใส่ใจเรา)
แล้วไปเน้นพวกมาตรการสร้างภูิมิคุ้มกันหลัง FTA ดีกว่าว่าจะสร้างความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร
ปล. scoop สัมภาษณ์คุณธนาธรในเล่มนี้ดีนะ ถ้าคนรุ่นใหม่มีคนแบบคุณธนาธรเยอะๆ ก็คงจะดี
AdmOd
12 May, 2007 - 17:31
Permalink
ชีวิตมันเ
ชีวิตมันเหมือนเล่นเกมส์ The Sims ไม่ใช่ DotA
mk
12 May, 2007 - 21:14
Permalink
tee:
tee: อะไรคือของจริงครับ? ของจริงของผม กับของคุณ มันเหมือนกันรึเปล่า?
fatro: เปิดเสรีแบบมีเชิงครับ คือไม่ใช่เปิดอ้าซ่า แต่ไม่ใช่เอาชาตินิยมมาอ้างยันเตน่ะ แบบที่คุณ thecyanline ตอบมาก็คงแนวเดียวกัน
ABZee
16 May, 2007 - 18:57
Permalink
ผมว่าชาติ
ผมว่าชาตินิยมทั้งสองอย่างที่เอ่ยมานั้นมันก็น่าเกลียดด้วยกันทั้งคู่ ถึงแม้ประเทศเรานั้นมันน่าเศร้าที่(ทำท่าจะ)เป็นชาตินิยมแบบแรก แต่ชาตินิยมแบบที่สองนั้นมันเย่อหยิ่งและแบ่งแยกกันจนเกินไปหน่อย
ผมว่าคงน่าเศร้าถ้าเราเป็นชาตินิยมไม่ว่าแบบแรกหรือว่าแบบที่สอง
tee
13 September, 2007 - 13:12
Permalink
ตามกลับมา
ตามกลับมาดู ลืมไปแล้ว
อะไรคือของจริงครับ? ของจริงของผม กับของคุณ มันเหมือนกันรึเปล่า?
- คุณ mk นิยมเล่นคำนะครับ ขอให้ได้สักคำเถอะ ของจริงของคุณกับผมนั้นไม่มี อยากถามว่าปรัชญานี้มาจากใครล่ะ พอพูดคำนี้แล้วนึกถึงใคร ของใครคนนั้น นั่นแหละคือของจริง ของจริงในที่นี้คือของจริงของคนที่ริเริ่มคำๆ นี้ อีกอย่างของจริงก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องถูกเสมอไปด้วย แก่นของปรัชญา ไม่ใช่วิธีทำของปรัชญามันคนละอันกัน เพราะพอพูดถึงก็ชอบไล่ให้ไปทำเกษตรกันหมดทุกคนงั้นสิ เป็นอะไรกัน
จริงๆ ยังงงๆ อยู่ ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาอธิบายเป็นคำๆ ไปด้วย
Add new comment