Pinball, 1973

ผมไม่เคยอ่านงานของ ฮารูกิ มุราคามิ มาก่อนสักเล่ม

ถึงแม้ว่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงมามากมาย บรรดา blogger ในแวดวงก็เป็นแฟนคลับกันหลายคน อย่างเช่น คุณ hs (ยังเขียนอยู่รึเปล่าครับ?) หรือ pittaya เป็นต้น

หยุดสามวันที่ผ่านมา หนีไปปลีกวิเวกอยู่บนเกาะ หนึ่งในหนังสือที่หนีบติดไป มี Pinball, 1973 อยู่ด้วยหนึ่งเล่ม

เหตุผลที่เป็นเล่มนี้ก็เรียบง่ายมาก ผมหาไม่เจอว่าเอา Hear the Wind Sing (สดับลมขับขาน) ไปวางไว้แถวไหน แค่นั้นแหละ

บนเกาะฝนตกเกือบตลอดวัน ไม่มีอะไรทำนอกจากอ่านหนังสือ เล่นไพ่ กินเหล้า

ออกตัวอีกรอบก่อนว่าเพิ่งอ่านงานของมูราคามิไปแค่เล่มเดียว แต่ผมพบว่านิยายของเขา ต่างไปจากนิยายทั้งหมดที่เคยอ่านมากมาย สาเหตุก็คือ, เนื้อเรื่องไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญ ความรู้สึกต่างหาก

Pinball, 1973 เป็นเรื่องของการตามหาตู้พินบอลในความทรงจำของชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งในเรื่องก็ไม่ได้บอกว่าเขาชื่ออะไร แต่นั่นก็ไม่สำคัญ

เช่นเดียวกัน ตัวละครในนิยายของมุราคามิไม่ต้องมีบุคลิกโดดเด่น ไม่ว่าจะไปในแนวสดใสร่าเริงผจญภัย หรือซึมเศร้าหดหู่ชีวิตไร้ความสุข มุราคามิเลือกใช้คนธรรมดาๆ ชีวิตซ้ำซากจำเจ ทำงาน กลับบ้าน เดินเล่น กินข้าว นอน คนที่ไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหนก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร มาเป็นตัวเอก

ผมคิดว่านี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่งานของมุราคามิได้รับความนิยม เพราะอารมณ์ร่วมมันเยอะ ชีวิตจริงคนเราไม่ได้ไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเสียหน่อย มันก็ธรรมดาแบบนี้กันทั้งนั้น

สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการอ่านหนังสือตากยุง ฟังเสียงฝนใต้ชายคา ก็คือเราสามารถหาความสวยงามของเรื่องธรรมดาได้เสมอ

ตอนเช้ามืด ผมปิด Pinball, 1973 ด้วยความรู้สึกสองอย่าง อันแรกคงเหมือนกับอีกหลายคน อยากมีคู่แฝดมาอยู่ด้วยแบบนั้นจังเว้ย

ส่วนตอนสายๆ ผมกินกาแฟไปสองแก้วรวด

พูดถึง pinball แล้ว อยากให้อ่านอีกเล่มค่ะ

"south of the border west of the sun การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก"
สำนวนแปลของคุณโตมร ศุขปรีชา สนพ. กายมารุต

หลายคนอาจบอกว่านี่ไม่้ใช่เล่มที่ดีที่สุดของเขา

แต่ถ้าว่ากันถึง 'อารมณ์' ของเรื่อง เล่มนี้มีเสน่ห์มาก
เหมือนฟังเพลงแจ๊ส ที่อิมโพรไวส์ไปเรื่อยๆ เนิบๆ
มันดูธรรมดา แต่เรากลับไม่ยอมละหูไปฟังอย่างอื่นได้เลย

i agree "south of the border, west of the sun" is really good -- very romantic and real.

งานของมุราคามินี่บอกไม่ถูกว่าชอบรึเปล่า
แต่ก็อ่านไปสองเล่มแล้ว

>>> เช่นเดียวกัน ตัวละครในนิยายของมุราคามิไม่ต้องมีบุคลิกโดดเด่น ไม่ว่าจะไปในแนวสดใสร่าเริงผจญภัย หรือซึมเศร้าหดหู่ชีวิตไร้ความสุข มุราคามิเลือกใช้คนธรรมดาๆ ชีวิตซ้ำซากจำเจ ทำงาน กลับบ้าน เดินเล่น กินข้าว นอน คนที่ไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหนก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร มาเป็นตัวเอก

นั่นแหล่ะ บุคคลิกโดดเด่นแล้ว ตัวละครของมุรากามิ มันเหงาได้เป็นเดือน เป็นปี เดินดูคนได้ไม่รู้จบ...

อ่านที่เป็นภาษาอังกฤษดูสิ ผมว่าได้อารมณ์มากกว่า (มันแปลได้ตรงกว่านะผมว่า)

ภาษาที่แปลมาเป็นภาษาอังกฤษมันตรงกว่า ไม่พิรี้พิไร ไม่หรูหราเท่าที่แปลเป็นภาษาไทย

ผมอ่านญี่ปุ่นไม่ออก ไม่รู้ว่าแปลตรงหรือเปล่า แต่ว่า ฉบับภาษาไทย แปลจากอังกฤษ แต่ว่าทำสำนวนมันพังหมด

ดูอย่าง Hear the wind sing ฟังเสียงลม กลายเป็น สดับลมขับขาน

ความเรียบง่าย ไหลลื่น หายหมด หายหมดจริง ๆ

ฉบับภาษาอังกฤษอ่านง่าย เพราะว่าประโยคสั้น แต่ไหลเป็นเหมือนบทกวี

ผมมีหลายเล่ม ทั้งไทยทั้งอังกฤษ ไว้กลับมาลองเอาไปอ่าน (อ่านเทียบกันก็ได้)

ผมเพิ่งได้อ่านผลงานของ มูราคามิ ไปเล่มเดียวคือ pinball 1973 ได้มาโดยบังเอิญในตอนนั่งรอรถไฟกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวในวันแม่ที่เชียงใหม่ ที่สถานีดอนเมือง หลังจากดื่มเบียร์กับเพื่อนได้ 2-3 ขวด หยิบมาเพราะหนึ่งคือผมชอบเล่นพินบอล (ในคอมนะ) สองคือ ชอบปก หลังจากได้อ่านจนจบจึงได้ทราบว่าเป็นไตรภาค ยิ่งทำให้อยากหามาอ่านอีก หลังจากกลับมาถึง กทม ผมตระเวณหา หนังสือของมูราคามิตามร้านหนังสือต่างๆ ปรากฎว่า ไม่มีเลย ท่านผู้ใดให้ความกรุณา ช่วยบอกแหล่งที่ซื้อด้วยเถอะคร้าบ..... แล้วภาคภาษาอังกฤษซื้อได้ที่ไหนคร้าบ.... ขอบคุณมากเลยคร้าบบบ ส่งมาบอกผมได้ที่ eesupawat@yahoo.co.uk นะคร้บ

ผมซื้อที่คิโนะคุนิยะ สยามพารากอนครับ

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options

Mollom CAPTCHA (play audio CAPTCHA)
Type the characters you see in the picture above; if you can't read them, submit the form and a new image will be generated. Not case sensitive.