Blogger Code of Conduct

โดนคุณ iTeau เขียนตัดหน้า :P ไหนๆ เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ตอบขยายความผ่านบล็อกละกัน

ใน blogosphere วันนี้คงไม่มีอะไรดังเกิน Blogger Code of Conduct ฉบับร่างของ Tim O'Reilly

อธิบายแบบง่ายๆ Code of Conduct ก็เหมือนคำปฏิญาณ/คำสาบานของลูกเสือสำรอง (หรือจะสมสามัญก็แล้วแต่ชอบ) ว่าจะประพฤติตัวเป็นคนดี เพียงแต่ Code of Conduct ฉบับนี้ระบุเป็นพิเศษว่า "คนดี" ของบล็อกเกอร์ต้องมีอะไรบ้าง เช่น ต้องมีชีวิตพอเพียง สมานฉันท์ ฯลฯ ก็ว่ากันไป

นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าบล็อกได้กลายมาเป็นสื่อในกระแสเรียบร้อยแล้ว เนื้อหาที่เขียนลงบล็อกมีผลกระทบมากกว่าแต่ก่อน เริ่มมีประเด็นการหมิ่นประมาท ให้ร้าย ล่อลวง ทำลายชื่อเสียงกันมากขึ้น จึงต้องมีการนำเอาวิธีปฎิบัติของสื่อดั้งเดิม (เช่น จรรยาบรรณของนักข่าวประเภทต่างๆ) มาใช้กับบล็อกกันบ้าง

มีคนเขียนเรื่องจรรยาบรรณของบล็อกเกอร์มาเยอะแล้ว (ตัวอย่าง) เพียงแต่เคสนี้ดังเพราะคนเขียนเป็น Tim O'Reilly (ถ้ารู้ว่าเค้าเป็นใคร ก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าทำไมดัง)

ใจความหลักๆ ของ Code of Conduct ฉบับ O'Reilly มี 6 ข้อ (ในแต่ละข้อจะมีขยายความที่สำคัญไม่แพ้กัน ดูในต้นฉบับกันเอาเอง)

  1. เราจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขียน และความคิดเห็นของคนอื่นบนบล็อกของเรา
  2. เราจะไม่เขียนสิ่งที่เราไม่พูดในโลกความเป็นจริง ในโลกออนไลน์ด้วย
  3. ถ้ามีปัญหา เราจะเจรจากับอีกฝ่ายก่อนจะเผยเรื่องสู่สาธารณชน
  4. ถ้าเราคิดว่ามีคนโจมตีคนอื่นอย่างไม่เป็นธรรม เราจะไม่นิ่งเฉย
  5. เราจะไม่เปิดให้แสดงความเห็นแบบนิรนาม
  6. เราจะวางเฉยต่อพวกเกรียน

บล็อกเกอร์จำนวนมากเขียนวิจารณ์ถึงเรื่องนี้ อันที่อ่านแล้วละเอียดดีคือ Ars Technica เว็บข่าวในดวงใจ ยกแต่ละข้อมาหาตัวอย่างในความเป็นจริงว่าเข้ากรณีไหน

ทีนี้มาถึงตาผมวิจารณ์บ้าง ผมคิดว่า Code of Conduct อันนี้มีเจตนาที่ดี แต่คงทำได้ในทางปฏิบัติยากมาก (อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำอีกรอบว่านี่เป็นแค่ฉบับร่าง) สิ่งที่ยังไม่ครอบคลุมถ้าจะเอาไปใช้จริงได้แก่

  • การตีความว่าอะไรสมควรไม่สมควร อะไรดูหมิ่นเหยียดหยาม เป็นเรื่องที่ subjective มากๆ
  • การดำเนินการหลายอัน (เช่น การเจรจาในข้อ 3 หรือการเรียกร้องให้ข้อโทษในเสริมข้อ 4) ต้องใช้เวลามาก ตัวอย่างง่ายๆ ใกล้ตัวคือกรณี YouTube ซึ่งรัฐบาลไทยยังเจรจาไม่ถึงไหน ประชาชนก็เลือดเดือดกันไปหมดแล้ว
  • จุดเด่นของบล็อกในแง่ anonymity ช่วยให้เรากล้าเปิดเผยข้อมูลได้มากขึ้น (เช่นเรื่องส่วนตัว) แต่เป็นดาบสองคมว่าก่อให้เกิดการให้ร้ายกันง่ายขึ้น ข้อ 2 และ 5 จะช่วยป้องกันด้านร้ายนี้ แต่จะทำให้ด้านดีหายไปด้วยเช่นกัน คุ้มหรือเปล่า?

โดยสรุุปผมคิดว่า Code of Conduct ฉบับนี้คงจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่จะเป็น "จุดเปลี่ยน" ให้เกิดการทดลองสร้างสรรค์ Code of Conduct แบบใหม่ๆ มาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมันน่าจะมีอันที่เวิร์คๆ สักอันหรือหลายๆ อัน

ตอบคำถามของคุณ iTeau:
ผมเชื่อว่ามันมีกฎเกณฑ์กว้างๆ สำหรับบล็อกที่คนส่วนใหญ่เห็นตรงกัน (อย่างของ O'Reilly ข้อ 6 ก็เป็นอะไรที่คัดค้านได้ยาก) อยู่แล้ว และทุกวันนี้คนหมู่มากก็ทำตามวิถีปฏิบัติกันอยู่โดยไม่รู้ตัว การมีแนวทางเป็นลาบลักษณ์อักษรเป็นพัฒนาการที่ดี แต่คงไม่มี Code of Conduct ชิ้นเดียวที่เหมาะสำหรับทุกคน สุดท้ายแล้วมันคงเหมือนศาสนา (มีหลายอัน, มีสิทธิ์เลือก) มากกว่ากฎหมาย (อันเดียว, ไม่มีสิทธิ์เลือก)

เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆ เหมาะแก่การคุยใน YouBlog เป็นอย่างยิ่ง

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options