เศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวานคุยกับ อ. มะนาว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แกบอกว่า "ผมเอียนเศรษฐกิจพอเพียงว่ะ"

ผมเป็นคนหนึ่งที่ยืดอกรับด้วยความยินดีว่า "ไม่เข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงซักกะนิด" อ่านที่ อ. มะนาวเขียนไว้แถวนี้ ก็เห็นด้วยว่าที่เราไม่เข้าใจเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเพราะนิยามมันไม่ชัดเจนนั่นแหละ

ผมไม่เคยอยากได้เฟอร์รารี่หรือ SLR แต่อยากได้ VW Beetle กับ Peugeot 407 ก็เลยไม่แน่ใจว่าอย่างนี้มันเรียกพอเพียงหรือเปล่า (ถ้าพูดกันตรงๆ ยังอยากได้ Wii กับ Macbook Pro ด้วย)

ตอนนี้เศรษฐกิจพอเพียงเลยเป็นแค่ hype (ที่โคตร overly-hyped) และเครื่องมือของชนชั้นนำที่ใช้กดขี่คนอื่นเท่านั้น (เป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการของกฎหมายหมิ่นฯ) ไม่ได้ว่าไม่ดีนะ เพียงแต่ไม่เข้าใจ เลยไม่สามารถตัดสินได้ว่าดีหรือไม่ ควรทำตามหรือเปล่า

อยาก debate เรื่องนิยามกับทุกคน เชิญตรงนี้เลย

Comments

ขอเริ่มจา

ขอเริ่มจากอัญเชิญพระราชดำรัสครับ
http://kanchanapisek.or.th/speeches/1998/1204.th.html
“...คำว่าพอเพียงมีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอใช้สำหรับใช้ของตัวเอง มีความหมายว่าพอมีพอกิน...พอมีพอกินนี้ ก็แปลว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง...”

“...ให้พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ก็ทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำสมควรที่จะปฏิบัติ...”

“...Self-sufficiency นั้นหมายความว่า ผลิตอะไรมีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง...”

“...คนเราถ้าพอในความต้องการ มันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข...”

ที่ผมเข้า

ที่ผมเข้าใจคือ เ้น้นให้มีสิ่งที่จำเป็นก่อน พอได้สิ่งที่จำเป็นแล้วค่อยไปหาของที่ต้องการบ้าง โดยไม่ทำให้เราต้องลำบากมากนัก

ฟังดูเหมื

ฟังดูเหมือนดี แต่ไม่มีคน implement จริงๆ จังๆ
ยังหา prove of concept ไม่ได้

ที่แย่คือเป็น concept ที่ไม่สามารถวิพากษ์ได้ว่ามันดีหรือห่วย practical หรือไม่

พอเพียง

พอเพียง คือไม่โลภครับ โลภแปลว่าต้องการอะไรมากๆ(เกินกำลัง)
ถ้าคุณอยากมีรถแบบนู้นแบบนี้โดยที่ไม่ต้องไปกู้หนีใครมากมาย ไม่ต้องไปวิ่งให้คนนู้นคนนี้ค้ำประกัน นั่นก็ยังพอเพียงครับ

แต่คนบางคน...กู้มันทุกอย่าง ทั้งมือถือ, Plasma TV, Home Theater, ตู้เย็น, แอร์, และอีกร้อนแปด แบบนี้เรียกพอเพียงเหรอ?

ผมเลือกที

ผมเลือกที่จะเข้าใจมันว่า มีเยอะใช้เยอะ มีน้อยใช้น้อย ถ้ามีน้อยใช้เยอะมันก็ไม่สมดุล หรือมีเยอะใช้น้อยมันก็ไม่สมดุล

คือหลับปรัชญานี้เนี่ย มันไม่ได้ยากที่จะเข้าใจสักเท่าไหร่ ว่าง่ายๆคือตัดกิเลส แต่ที่ทำให้มันเข้าใจยากคือมันขัดกระแสบริโภคนิยมและก็พวกมือถือสากปากถือศีลใหญ่ๆโตๆทั้งหลาย

พอเพียง? เอาไว้เป็นทางเลือกเถอะ อย่างยัดเยียดเลย ชีวิตเกิดมาต้องสนุก ไม่ได้เกิดมาเตรียมตัวตาย

เศรษฐกิจพ

เศรษฐกิจพอเพียงเหรอ? เออๆ อืมๆ ดีๆ นโยบายจากเบื้องบนคงต้องดีแหละมั้ง ก็เห็นท่านนายกฯก็เศรษฐกิจพอเพียง ท่านรัฐมนตรีก็เศรษฐกิจพอเพียง ท่านกำนันผู้ใหญ่ก็เศรษฐกิจพอเพียง ท่านสีท่านสาก็เศรษฐกิจพอเพียง ท่านพ่อค้าแม่ค้าก็เศรษฐกิจพอเพียง ใครจะเลือกใช้เศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ก็ได้ตามสะดวกไม่ว่ากันเป็นเรื่องของเส รีภาพในการเลือก แต่ขอทีอย่ายัดเยียด!!

อ่านต่อ
http://numthang.org/content/77/

กำลังพูดถึงอยู่เลย

พอเพียง

พอเพียง มันเป็นเรื่องปัจเจก จะใช้มาตรฐานของใครคนใดคนหนึ่งมาตัดสินไม่ได้หรอกว่าพอเพียงหรือยัง

แต่โดยหลักๆ ก็คิดว่า มีกินมีปัจจัย 4 ได้โดยไม่เดือดร้อน (แค่นี้ก็ยากละ) และไม่เบียดเบียนคนอื่น มีกำลังค้นหา หรือสร้าง อะไรขึ้นมาใช้เองได้โดยไม่ต้องพึ่งคนอื่นมากนัก หรืออยากได้อะไรมาทำให้มีความสุขโดยไม่เดือดร้อนตัวเอง และผู้อื่น นั่นละ พอเพียงของผมหละ

http://house.exteen.com/20070

http://house.exteen.com/20070301/entry

ยาวเหยียด -*-

เชิญชวนอ่

เชิญชวนอ่าน บทความอ.พิชญ์ที่ประชาไท พูดเกี่ยวข้องกับ "ความหมาย" (และความไม่มีความหมาย) ของเศรษฐกิจพอเพียงครับ

กิเลสคือ

กิเลสคือ แรงขับเคลื่อนตัวสำคัญของมนุษย์ เศษรฐกิจพอเพียงในความหมายของผมคือ มีกิเลสแต่พอเพียง อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่เดือดร้อนตนเองและคนอื่น

แฮะๆ

แฮะๆ นานๆทีจะเห็น MK คิดอะไรแปลกๆดีเหมือนกันนะคับ

ตั้งแต่อ่านหลายความเห็นขึ้นมานี่นะ ทำให้เห็นเหมือนกันว่า "ในหลวง" ของเรา เป็นแบรนด์ ที่มีผลต่อจิตใจ ของคนไทยจริงๆ ใครๆก็อยากให้สิ่งที่ในหลวงคิด ในหลวงทำนั้นมีผลต่อทุกคน หลายๆคนก็จ้องจะทำเศรษฐกิจพอเพียง

บางคนก็พยายามจะทำพอ แต่ก็ไม่เห็นจะพอ หลายคนก็อยากพอ แต่มันพอไม่ได้

เศรษฐกิจพอเพียง จริงๆแล้วก็อ้างอิงกับศาสนานั่นแหละครับ

ถ้าคุณทำร้านขายคอมพิวเตอร์ แล้ววันนึงๆ มีเงินใช้จ่าย มีเงินเก็บ มีความสุขดี อย่างนี้โอเคไหมครับ ...

ต่อมา มีเงินเก็บเยอะขึ้น มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ ก็ซื้อรถซักคันเอาไว้ใช้งาน พอกับเงินเก็บที่มี แบบนี้โอเคไหมครับ

ถ้า เกิดวันนึงอยากจีบสาว ซื้อกุหลาบให้ ช่อละ 2 หมื่น แต่คุณทำด้วยความสุขใจ และมีปัญญาจ่าย แบบนี้โอเคไหมครับ

ระบบเศรษฐกิจแบบนี้ เศรษฐกิจประเทศนั้นๆ ไม่โตฮวบฮาบ หรอกครับดูคล้ายถอยหลังเข้าคลอง แต่จริงๆแล้วมั่นคงกว่าระบบทุนนิยม มากมาย

มันดูเหมื

มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องเข้าใจค่ะ
ขออนุญาติตีบทความ รวมเป็นหลักง่าย ๆ
(อาศัยด้วยการทำงานเกี่ยวข้องกับหลักปรัชญานี้ ซึ่งบางทีก็เอียนจะแย่แล้วเหมือนกัน)
หลักปรัชญา(ซึ่งหมายความว่าไม่มีอะไรถูกหรือผิด)เศรษฐกิจพอเพียง
ประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อน นำสู่ความสมดุลแบบยั่งยืน 4 มิติ
3 ห่วง
1.ความพอประมาณ (ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่กับเวลาและกับตัวเอง สถานที่ เป็นต้น)
2.ความมีเหตุผล (ตอบโจทย์เสมอ เข้าต่อกับห่วงที่สาม...)
3.การมีภูมิคุ้มกันที่ดี (เป็นเพราะมีเหตุผล ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น)
2 เงื่อน
เมื่อก่อนเป็น ความรู้คู่คุณธรรม
แต่กับสังคมที่มันหาสาระไม่ได้ หันไปไหนก็เจอแต่หา..ยนะ
เลยเป็น คุณธรรมนำความรู้
4 มิติ
สังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม
(เมื่อทำตามปรัชญา 4 ตัวนี้ก็จะสมบูรณ์อย่างยั่งยืนตลอดกาล)
((ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นจริงได้หรือเปล่า?))
คนที่ไฮโซมาก ๆ มีเงินใช้เหลือกิน จนเราอาจมองว่าดูฟู่ฟ่า นั่นก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียงได้
ถ้าสิ่งที่เขาทำ ประกอบด้วยองค์ประกอบพวกนี้

หวังว่าคงเกิดอะไรบ้างนะคะ

แนะนำให้ไ

แนะนำให้ไปหาดูปาฐกถาเศรษฐกิจพอเพียง ของ ดร.สุเมธ
เจ้าของโครงการชัยพัฒนาดูครับ ท่านอธิบายไว้ชัดแจ้งมากๆ
(ขี้เกียจอธิบายตรงนี้ มันยาว)

จริงๆแล้ว

จริงๆแล้วเศษฐกิจพอเพียง น่าจะเหมือนหลักการของศาสนาพุทธที่รู้จักพอ
แต่ว่าที่เห็นทุกวันนี้ ก็มีแต่บ.ต่างๆเอาคำว่าพอเพียงมาประกาศกันปาวๆเท่านั้นเองจริงๆแฮะ

เศรษฐกิจพ

เศรษฐกิจพอเพียงระดับส่วนบุคคล (Self-Sufficient Economy) พอจะเข้าใจ แต่ระดับมหภาค (ประเทศชาติ) นี่ยังคิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่า "พอเพียง" จะทำอย่างไร แต่ก่อน "เกินตัว" อย่างไร แล้วจะแข่งขันกับชาวโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจใหม่อย่างไร ทิศทางที่ชัดเจนของรัฐบาลที่จะบริหารจัดการประเทศ โดยชู "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นอย่างไร ขัดต่อแผนฯ ที่สภาพัฒฯ ได้ร่างไว้เป็นสิบยี่สิบปีแล้วหรือไม่ ต้องรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเริ่มกันใหม่หรือไม่ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ขาดข้อมูล ชี้แจงให้ประชาชนตาดำๆ (ไม่ใช่หน้ามึนตาใสนะ)

สมมติ เราจะเน้นเรื่องการเกษตร แต่ปลูกข้าวแสนล้านตัน แลกได้แค่ ซอฟต์แวร์เครื่องเล่น MP3 หนึ่งล้านชุด แต่เราไม่สอนสั่งให้ประชาชนคนไทยพอเพียงกับสิ่งที่เรามี(กำลังผลิต) และเราไม่มี(กำลังผลิต MP3 Player) เรายังคงดูหนังฮอลลีวู๊ด ดื่มดำกับกาแฟสตาร์บั๊ก นิยมรถญี่ปุ่น อื่นๆ อีกมากมาย เราต้องปลูกข้าวกันอีกล้านๆ ตัน ต้องส่งออกทรัพยากรธรรมชาติกันอีกเท่าไร จึงจะพอไปแลกกับของนอกราคาแพงเหล่านี้

ถ้าใครเคยอ่านหนังสือเรื่อง "AS FUTURE CATCHES YOU By: Juan Enriquez" ที่อดีตนายกฯ เคยเอ่ยถึง จะทราบว่า บางทีเราต้องคิดกันหลายตลบกว่านี้ ว่าประเทศไทยจะยึนจดใดบนโลกใบนี้ ถ้าเราจะไปตามแนงทางเศรษฐกิจ "พอเพียง" จริงๆ

"ที่แย่คือ

"ที่แย่คือเป็น concept ที่ไม่สามารถวิพากษ์ได้ว่ามันดีหรือห่วย practical หรือไม่"

-----------------------------

ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ

ตามความรู้สึก+กับสิ่งที่รับรู้มาท่านทรงทันสมัยนะครับ รับฟังผู้อื่น

คนอื่นต่างหากที่ออกตัว

อย่าง ณ ปัจจุบันก็มีผู้คนมากมายตั้งคำถาม ถกกันเรื่องนี้ (ที่นี่ก็ทำอยู่นี่ไง)
นี่ก็เป็นทางหนึ่งที่จะืทำให้ผู้คนเกิดปัญญา กับคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง
ไม่รู้ก็ถาม รู้ก็มาบอก สงสัยก็ขบคิด และหาคำตอบ ก็ถูกต้องแ้ล้ว

ส่วนตัวพอเพียงก็คือ ไม่เบียดเบียนใคร แม้แต่ตัวเอง

(No subject)

“ประเทศไทยในขณะนี้มี "วิกฤตเศรษฐกิจพอเพียง" หมายความว่า มีวิกฤตความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่า จะเอาไปทำอะไร เพราะกลายเป็นว่าทุกคนที่เป็นผู้นำชุมชน สังคม ก็ใช้คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นข้ออ้างในการทำอะไรก็ได้ที่ดูดี รัฐบาลก็ถือเป็นนโยบาย นักการเมืองก็ใช้พูด เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีว่า ได้ตอบสนองพระราชดำรัส”

“คนไทยเรา เวลามีพระราชดำรัส ก็ไม่วิเคราะห์ ไม่ตั้งคำถาม อันนั้นยังพอว่า เพราะว่าเป็นประเพณีเรา แต่เชื่อและนำมาใช้อย่างไม่ศึกษา จึงเกิดวิกฤต...”

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาแท้ๆ คือเราไปยกย่องความคิดนี้แบบไม่ค้นคว้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสในเรื่องนี้เป็นปรัชญา เป็นข้อเสนอแนะในการดำเนินชีวิต

ดังนั้นรัฐบาลไม่สามารถนำปรัชญาในการดำเนินชีวิตมาเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจได้

เราต้องวิเคราะห์ให้เป็นวิชาการ เพราะปรัชญาในการดำเนินชีวิตเป็นนโยบายวัฒนธรรมและสังคม หากรัฐบาลจะเอามาใช้ต้องประกาศเป็นนโยบายวัฒนธรรมและสังคม แม้จะเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่นโยบายเศรษฐกิจ เพราะนโยบายเศรษฐกิจ คุณต้องมีรูปแบบการดำเนินกิจกรรมหลายๆ อย่าง เช่น เพิ่มหรือลดทุน การพัฒนาการผลิตจะทำอย่างไร”

มติชน : วิกฤต “เศรษฐกิจพอเพียง” สมเกียรติ อ่อนวิมล “ปรัชญา” ไม่ใช่ “ทฤษฎี”

เศรษฐกิจพ

เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับผมนั้น หมายถึง การพึ่งตัวเองได้

ผมเองก็อยากมี Mac Book Pro เช่นกัน แต่ขณะที่ Emac เก่าๆ กับ PC (Windows) ที่บ้านก็ยังใช้งานได้ดี Fujitsu C2220 Windows OS ก็ยังสามารถ present งานลูกค้าได้ ก็เลยตัดใจเอาเงินส่วนที่จะนำไปซื้อ MBP ไปฝากธนาคาร สำรองไว้ส่งบ้านทาว์นเฮาส์ 25 ตารางวา กับ รถกระบะอีก 1 คัน และ จ่ายค่าประกันสุขภาพปีละหมื่นกว่าบาท การพึ่งตัวเองได้อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นคือ การมีพร้อมอย่างพอดีซึ่งปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตสูงสุด จากนั้นก็นำผลประโยชน์ซึ่งเกิดจากการใช้ทรัพยากรนั้นหมุนเวียนกลับมาทะนุบำรุงชีวิตครอบครัว และ ปรับปรุงบำรุงบริหารทรัพยากรที่ใช้ในการดำรงชีวิต เป็น cycle อยู่อย่างนี้
คำว่า "พอเพียง" ที่ผมเข้าใจ ไม่ได้หมายความว่า มีมาตรฐานชีวิตที่สุขสบายไม่ได้ ในทางกลับกัน มาตรฐานต้นทุนชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกันนั้นกลับเป็นตัวบ่งชี้มาตรฐานความพอเพียงของแต่ละคนเอง ครอบครัวที่มีสมาชิกมาก อาจจะต้องการที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่มาก ต้องการรถที่ค่อนข้างเอนกประสงค์ ในขณะครอบครัวเล็กๆของผม ซึ่งสมาชิกทั้ง 2 คนใช้ชีวิตแต่ละวันหมดไปกับการทำงานเสียเป็นส่วนใหญ่จึงไม่มีความสามารถและความจำเป็นที่ต้องการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ พฤติกรรมเป็นตัวกำหนดมาตรฐานความพอเพียง ประเด็นคือ เราเลือกที่จะเพียงพอแล้วหรือไม่

ผมยังประทับใจกับประโยคที่ว่า "กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน" วันนี้แม้เราจะไม่ได้เป็นเกษตรกรที่มีโอกาสกินและปลูก ก็เพียงแต่ได้ประยุกต์ใช้กับชีวิตคนเมือง "กินไม่เกินกำลังที่หาได้ ใช้ไม่เกินความจำเป็น ออมเพื่อจะได้มีใช้และมีกินต่อไป"

"จำเป็นหรื

"จำเป็นหรือไม่" ง่ายๆที่ ดร.สุเมธเคยบอกไว้
จะซื้ออะไร จะต้องการอะไรให้คิดถึงประโยคนี้ก่อน

เท่าที่เร

เท่าที่เรียนมา ก็เหมือนคุณ Narcissism

คือ

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ต้องประกอบด้วย3สิ่งนี้ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ คือ
1.1 พอประมาณ
1.2 มีเหตุผล
1.3 มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
บวกกับเงื่อนไขความรู้และคุณธรรม นำไปสู่ความสมดุลของเศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อม/วัฒนธรรม

ปัญหาอยู่

ปัญหาอยู่ที่ความเข้าใจ
ปรัชญาหมายถึงแนวคิดที่ได้ทำการทดลองจากการปฏิบัติจริงมาแล้วแต่อาจมีข้อโต้แย้งทำให้ยังไม่เป็นทฤษฎี ที่ในหลวงท่านทรงงานไว้มากมายทั้งด้านเกษตรเป็นทฤษฎีใหม่ สามารถปรับใช้กับอุตสาหกรรม บริการ เทคโนโลยี่ได้
หากแต่โลกปัจจุบันในยุคการแข่งขันการได้เปรียบ ทั้งปัญญา เงินทุน และเทคโนโลยี่ ที่ใช้
การเชื่อมโยงข่าวสารที่รวดเร็ว ในระบบอินเทอร์เน็ท ทำให้เกิดการสร้างความได้เปรียบข้ามชาติ ก่อให้ประเทศที่มั่งคั่งด้วยเงินตรา เข้าครอบครองระบบเศรษฐกิจสู่การใช้ทรัพยากรของแต่ละประเทศให้หมดไปอย่างรวดเร็ว ในการแข่งขันที่แท้จริงแล้วสามารถเปรียบเทียบได้ทางเศรษฐศาสตร์มหภาค โดยตัวละคร 3 ตัว ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน
และภาคครัวเรือน ระบบเศรษฐกิจ โดยทั่วไป จะมีวงจรประมาณ 10-20 ปี แต่ในปัจจุบัน
เปลี่ยนเร็วมาก ผลที่ต้องการ อยู่รอด เจริญเติบโต ย่อมไม่ยั่งยืน จะทำอย่างไรให้ยั่งยืน
คือโจทย์สำคัญ จึงเป็นที่มาของแนวคิด ให้การดำรงชีวิต อย่างใช้สติ พิจรณา อย่างรอบด้าน(integrate)รอบคอบโดยใช้เหตุผลเข้ามาประกอบการพิจรณา(rational)
อีกทั้งต้องพิจรณาอย่างระมัดระวังโดยการดูศักยภาพตัวเอง ดูผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า
คู่แข่ง สินค้าทดแทนซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อตนเองและกิจการของเราซ้ำยังมีภาวะสังคม การเมือง(นโยบาย)ที่ไม่แน่นอน เศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี่ ซึ่งหมายถึง ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการล้มเหลวได้ต้องจัดการความเสี่ยง(risk
management)จากการพิจรณาดังกล่าวทำให้เราได้เข้าใจว่าไม่ว่าจะทำกิจการงานใดๆ
ตั้งแต่งานในบ้าน การเกษตร อุตสาหกรรม บริการ เทคโนโลยี่ ต้องใช้ปัญญาคือความรู้
(knowledge)โดยการรับรู้ เรียนรู้ ตลอดเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่จบสิ้น ประการที่
สองต้องมีคุณธรรม ไม่เอาเปรียบโดยวิธีสกปรก ต้องมีการแบ่งปันเพื่อเจริญเติบโตไปด้วยกัน โดยความซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบ เป็นธรรม สร้างสมดุล ทั้งระบบสังคม ธรรมชาติ
ประการที่สาม แต่การดำเนินการทั้งหลายย่อมใช้เวลาทำความเข้าใจทั้งแนวคิดและวิธีปฏิบัติคือต้องมุ่งมั่นพยายามทำให้สำเร็จ โดยต้องเข้าใจ นำไปลองใช้ในชีวิตประจำวัน
สร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้กิจการ
สรุปได้ว่าแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงต้องมีพื้นฐาน3ประการคือ ความรู้ ที่ต้องหาอย่างต่อเนื่อง คุณธรรม ที่มองทุกคนเป็นมิตรแข่งขันในเชิงสร้างผลงาน วิจัย พัฒนาปรับปรุงงาน
เพื่อเผยแพร่วิธีการและแบ่งปันผู้ที่ด้อยกว่าให้ทำมากกว่ารอรับอย่างไม่หยุดยั้ง และต้องมี
ความพยายาม ตั้งมั่นในความสำเร็จเป้าหมายให้ทุกคนอยู่ดีกินดี จะสร้างฐานให้แกร่งสามารถ อยู่รอด เจริญเติบโต ยั่งยืนต่อเนื่อง โดยมีหลักการปฏิบัติ 3 ประการ การพิจรณา
อย่างรอบด้าน คือพิจรณาสมรรถนะ ศักยภาพ ความสามารถของตนทั้งกำลังกาย สติปัญญา เงินทุน เทคโนโลยี่ที่มีอยู่หรือจะกู้ยืมก็ตามต้องพิจรณาความเหมาะสมพอดีหรือ
ความพอประมาณ(sufficiency)ไม่มากไปไม่น้อยไปหากมีทุนจะทำใหญ่ก็ได้แต่ต้องระมัดระวังมากขึ้นเหนือฟ้ายังมีฟ้า การพิจรณาต้องรอบคอบใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ การเมือง เทคโนโลยี่สมัยใหม่ที่กล่าวคือrational จากนั้นต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงทั้งภายนอกภายใน(risk management
อย่างระมัดระวัง นำมาสู่กิจการงานที่เป็นธรรมาภิบาลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ รักษาสมดุล
ทั้งสามตัวละคร ภาคครัวเรือนอยู่ได้กินดีอยู่ดี เจริญเติบโต มีรายได้ดี ก็จะใช้จ่าย ทำให้
ภาคธุรกิจ เกิดการสร้างงาน ตามความต้องการของผู้บริโภค ให้เกิดรายได้ดีเสียภาษีแก่
ภาครัฐ นำมากำกับ ดูแล ควบคุม สนับสนุน ส่งเสริม ให้เกิดการสร้างสาธารณะ ที่ดีกับไปสู่
การได้เปรียบการแข่งขันเพราะ คนมีศักยภาพ งานมีศักยภาพ แบบ win win นะครับ
ทุกอย่าง อยู่ที่ปัญหา ต้องหาสาเหตุแห่งปัญหา หาวิธีแก้ด้วยปัญญา จะพาความสุขแก่ทุกคนครับ ทำสิ่งใดก็ตามดูที่ตนเอง อย่างทำให้ใครเดือดร้อนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
รู้จักแบ่งปันความรู้มิใช่เงิน "เราจะไม่ยื่นปลาให้ ถ้าเขาไม่พยายามที่จะหาปลา เขาต้องเรียนรู้วิธีตกปลา อีกทั้งสามารถเพาะพันธ์ปลาถือว่าสุดยอด " จริงไหมครับ