Japan Trip ตอนที่ 16

[ต่อจากโทไดและโตเกียวโดม]

ตอนนั้นเพิ่งเที่ยง ผมนัดไอ้คุณเพื่อนไว้ตอนบ่ายสามที่ Shibuya เพื่อจะไป Ghibli Museum เลยมีเวลาว่างตอนบ่ายอีกหน่อย เป้าหมายถัดไปของเราคือ Ginza

ดูตามแผนที่เดิม (ไหนๆ วาดแล้วเอาให้คุ้ม) วิธีเดินทางก็ง่ายๆ นั่งสาย Marunouchi จากสถานี Korukuen ซึ่งอยู่ติดโตเกียวโดมย้อนกลับไปทางเดิม ลงที่สถานีกินซ่าได้เลย

Today's Map

นั่งรถไฟน่ะไม่มีปัญหา นั่งมาตั้งหลายวันแล้ว แต่พอถึงสถานีกินซ่าก็ถึงกับเครียด ว่าตูจะออกประตูไหนดี

Ginza Station Map
ชินจูกุยิ่งกว่านี้อีก

ผมเลือกออกที่รู Sony Building ตามในไกด์บุ๊ค ซึ่งมันมาโผล่ใต้ดินของตึกโซนี่เลย ตอนเดินขึ้นไปชั้นหนึ่งก็มีขึ้นบันไดติดเซนเซอร์ เราเดินจะมีเสียงนกร้อง อันนี้เฉยๆ ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร

Sony Building
Rootkit Back Home

ชั้นล่างๆ เป็นส่วนของ exhibition ยังไม่ค่อยมีอะไรครับ ที่เท่คือตอนนั้น Walkman ตัวนี้ มันออกพอดี เค้าเลยไปเชิญศิลปินดังๆ ของญี่ปุ่นมาแสดงศิลปะแบบ installation art จัดเป็นสวน แจก Walkman คนเข้าชมคนละอัน แล้วเดินไปซึมซับดนตรีจากแต่ละหย่อมของสวน ดูไม่รู้เรื่อง (มันแนวเกิน) แต่ไม่รู้เรื่องนี่แหละ เท่

ชั้นบนๆ จะเริ่มเป็นโซนผลิตภัณฑ์ใหม่ละ

VAIO
เริ่มจาก VAIO

PS3
อ้วนดำ
(ถ้ากลับมาแล้วเขียนทันที บล็อกนี้คงดัง แต่เผอิญว่าไม่นี่สิ)

BluRay
มิลล่า

BluRay
และแผ่นที่จะอยู่ในหลอดข้างตัวคุณในอนาคต
ถ้ามันไม่แพ้ภัยตัวเองไปก่อน

อย่างอื่นๆ ก็มีกล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ เครื่องเสียงอะไรพวกนี้เผอิญว่าผมไม่ค่อยสนใจ เดินๆ ไปเหลือบไปเห็นบูต Sony Mylo เข้า ว่าจะไปเล่นเสียหน่อย ปรากฎว่ามันยังไม่เสร็จมีแต่โมเดลกระดาษอยู่เลย อนาถมาก (ไป MBK ยังมีเครื่องปลอมให้ลองจับๆ Sony นี่ไม่ไหวเลย)

หลังจากนั้นเลยออกมาดูบรรยากาศกินซ่านิดหน่อย กินซ่าเป็น shopping street ไฮโซ คงเทียบได้กับราชประสงค์บ้านเรา ของแพงสุดๆ ไปเลย

Ginza
กินซ่าหน้าตาประมาณนี้

Ginza, Chanel
Chanel ยังต้องมาอยู่ในตรอก ลองคิดระดับความหรู

Ginza Street Sign
แอบถ่ายป้ายถนน

Construction at Ginza
แต่สาวสวยแค่ไหน มันก็ต้องมีตอนโทรม

สิ่งที่มีเยอะอีกอันในกินซ่าคือแกลเลอรี่ ซึ่งเข้าไปวางมาดเดินเล่นที่สองที่ ก็สรุปได้ว่าแกลเลอรี่ทุกประเทศมันเหมือนกัน

เนื่องจากผมรับราคาอาหารที่กินซ่าไม่ได้ เลยตัดสินใจกลับไปกินรอเพื่อนที่ Shibuya เลยเพราะหิวมากแล้ว

IMG_0234

ช่วงนี้เริ่มเชี่ยว กินข้าวทีก็เลือกร้านที่มีตู้กดจะได้ไม่ต้องคุยกับคนขาย (เพราะคุยไปก็ไม่รู้เรื่อง) มื้อนี้กินข้าวแกงกะหรี่ร้านแดกด่วน 480 เยน มีซุปแถม น้ำฟรี

ท้องอิ่มแล้วแต่ยังไม่ถึงเวลานัด ก็เลยเดินที่ Shibuya รอ แน่นอนคราวนี้มีเวลาเลยเดินไปดูถนนด้านหลัง ซึ่งเป็น Love Hotel Paradise มีทุกสไตล์ให้เลือกตั้งแต่เอโดะไปจนฮาเร็มสุลต่าน แถมยังติดกับย่านวัยรุ่นมาก ประมาณว่าเจอสาวถูกใจในสยาม ก็จูงขึ้นโนโวเทลอะไรประมาณนั้นเลยครับ

Motel at Shibuya

สังเกตที่ป้ายจะมี Rest (ชั่วคราว) กับ Stay (ค้างคืน) คุณ Oakyman เคยเข้าปะอะ มาเล่าหน่อย

เดินไป Love Hotel ก็แล้ว ยังไม่ถึงเวลานัด เลยไปนั่งเต๊ะจุ๊ยรอในร้านกาแฟชื่อ Excelsior ซึ่งเป็นลูกคนละพ่อของ Starbucks (พ่อคงดูหนังเอวีเลยอยากมีเมียน้อยญี่ปุ่นชัวร์)

Excelsior Caffe
รูปนี้ถ่ายซ่อมทีหลัง แต่เอามาแปะให้เห็นโลโก้ว่าเป็นเช่นไร

พอคุณเพื่อนมาก็มุ่งสู่ Ghibli Museum ที่สถานี Mikata ที่อยู่ออกไปนอกเมืองไกลๆ หน่อย (ดูแผนที่อันเดิมประกอบ) ตัวพิพิธภัณฑ์อยู่ห่างจากสถานีประมาณกิโลนึง มีสองทางเลือกว่าจะนั่งรถหรือเดิน ตอนนั้นฝนตกเปาะแปะแต่เราก็ตัดสินใจเดิน

Sign to Ghibli Museum
ความละเมียดมันมาตั้งแต่ยังไม่ทันถึง แค่ป้ายบอกทางก็ได้ใจแล้ว

Totoro
ทางเข้าก็จะเจอกับโทโทโร่ยักษ์ กรี๊ดแตก

Tower at Ghibli Museum
หอคอยนี้ขึ้นไปสู่ดาดฟ้า ซึ่งมีหุ่นจากเรื่อง Laputa เป็นไฮไลต์
(ในหอเตี้ยมาก ผมหัวโขกไปสามที)

Ghibli Badge
อันนี้คือหลังคาเต็นต์ครับ คือจะบอกว่ามันละเมียดจริงๆ นะ

Ghibli Laputa Robot - Back
ไอ้คุณเพื่อนมันถ่ายเบลอทุกรูป เซ็ง
ดูหุ่น Laputa ไปแต่ด้านหลังละกัน

Ghibli Museum - Outside
ภาพทางเข้าจากมุมสูง เหมือนโพรงกระต่ายหรือบ้านฮ็อบบิตเลยเนาะ

เนื่องจากว่าในพิพิธภัณฑ์ห้ามถ่ายรูปก็เลยมีแค่นี้ครับ แต่ผมอยากบอกว่าข้างในมันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ ถึงแม้ว่ามันจะเล็ก แพง (ค่าเข้า 1,000 เยนต้องจองล่วงหน้า เพราะจำกัดจำนวนคนเข้าในหนึ่งวัน) ไปไกล ไม่อลังการเท่าดิสนีย์แลนด์ แต่ข้างในคุณจะได้พบกับ

  • สตูดิโอประวัติความเป็นมาของการสร้างอนิเมชั่น ที่เป็นโมเดลทำมือทั้งหมด
  • หนังสั้น 15 นาทีที่ไม่มีฉายข้างนอก และไม่มีวันออกเป็นดีวีดี เปลี่ยนทุกสามเดือน ทางเดียวที่จะได้ดูคือมาที่นี่เท่านั้น ผมโชคดีมากได้ดูเรื่องของเด็กผู้หญิงคนน้องในโทโทโร่ กับรถเมล์แมวเหมียว Jr. ซึ่งเปรียบได้กับโทโทโร่ภาค 2 ปลื้มจนน้ำตาจะไหล มีรถไฟแมวเหมียวกับยานอวกาศแมวเหมียวด้วย
  • และตั๋วเข้าดูหนังเป็นฟิล์มหนังจริงๆ ที่ถูกตัดมาจากต้นฉบับ (ผมได้จากเรื่อง Spirited Away) ของที่ระลึกที่มีชิ้นเดียวในโลก
  • จำลองห้องทำงานของฮายาโอะ มิยาซากิ
  • นิทรรศการเวียน (ตอนที่ไปเป็นของ Aardman Studio ที่ทำเรื่อง Chicken Run ซึ่งขนโมเดลจริงบางส่วนมาแสดง)
  • แน่นอน ร้านขายของสารพัดที่เป็นคาแรกเตอร์ของ Ghibli ได้ตุ๊กตาโทโทโร่กลับมาตัวนึง (จริงๆ อยากได้เครื่องบินจาก Porco Rosso ด้วยแต่ซื้อไม่ลง) เผอิญว่าช่วงนั้นเรื่อง Tales from Earthsea เพิ่งเข้าฉายได้ไม่นาน เลยมีแต่ของจากเรื่องนี้ขาย (ซึ่งยังไม่ได้ดู+คาแรกเตอร์ไม่ดึงดูด) โชคร้ายไปนิด
  • และรถเมล์ที่นั่งกลับ เป็นรถเมล์แมวเหมียว! (ไม่ขนาดในหนัง แต่ก็เป็นรถบัสลายแมวเหมียว)

ถ้าดูการ์ตูนของ Ghibli แล้วซาบซึ้ง (ซึ่งทุกคนก็คงจะเป็น) ครั้งหนึ่งในชีวิตก็ควรจะไปครับ พวกแฟนพันธุ์แท้ต้องมาทุกสามเดือน อย่างเพื่อนผมเองก็มาเป็นครั้งที่สองแล้ว (พวกบ้าการ์ตูนน่ะ เจอ Ghibli ทีไร สาวออก)

วันทรหดของผมยังไม่จบแค่ Ghibli Museum เป้าหมายในยามดึกของเราคือชินจูกุ เพื่อขึ้นอาคารศาลาว่าการนครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Building) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญอีกแห่งของโตเกียว

เจ้าตึกนี้โผล่ในการ์ตูนหลายๆ เรื่อง ผมคุ้นๆ ว่าในเรื่องกายเวอร์ก็ดัดแปลงตึกนี้เป็นที่ทำการสาขาโตเกียวของโครโนสด้วย

(เรื่องชื่อในกายเวอร์นี่ก็สุดยอดมาก ไว้มีโอกาสจะเขียนถึงอีกที สั้นๆ ก็ "อูรานุส > โครโนส > สายฟ้าแห่งเซอุส" ถ้าเข้าใจก็อ๋อทันที)

Tokyo Metropolitan Government Office
สภาพอากาศแย่มาก ไม่เห็นยอดตึก

IMG_0253
โตเกียวยามค่ำคืน มองจากยอดตึก

Elevator
ชั้นชมวิวอยู่ชั้น 45

เจ้าตึกนี้ทางขึ้นมันงงมาก​ (เป็นเพราะผมไปค่ำด้วย) เพราะตัวตึกเองเป็นตึกคู่เหนือ-ใต้ (ตึกที่ให้ขึ้นคือตึกใต้) มีหมู่ตึกบริวารอีกหลาย อ่านป้ายเลยงงๆ แถมแยกโซนทางขึ้นนักท่องเที่ยวกับคนทำงานในตึก โชคดีมีคุณป้าคนนึงเห็นเรางกๆ เงิ่นๆ เป็นทัวริสต์ขนานแท้เลยเดินมาชี้ทางให้เป็นภาษาอังกฤษ เป็นพระคุณอย่างยิ่ง

ลงจากตึกก็ดึกแล้ว ขาก็เดี้ยง ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เลยซมซานกลับไปชินจูกุ ซื้อ SD Card ที่ร้าน Yodobashi ด้วยพอยต์ที่ได้จากการซื้อของวันที่ไปอากิฮาบาระ

Yodobashi
Yodobashi คู่แข่งของ Big Camera

Ramen Restaurant
เราตัดสินใจกินข้าวที่ร้านแดกด่วนชื่อ Ringer Hut

ราเมน-เกี๊ยวซ่า
ราเม็ง-เกี๊ยวซ่า
ถ้าเห็นแต่รูปคงคิดว่ากินฮะจิบัง

เหนื่อยมาทั้งวันก็ได้เวลากลับไปนอนตายซะทีครับ ขากลับไปขึ้นรถไฟที่สถานีชินจูกุ สถานีโซนหนึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ มีโฆษณาติดไว้เต็ม เพื่อนผมมันก็ให้ทายว่านี่โฆษณาของอะไร

Railway Ad Station

ภาพตัวอย่างดูไฮโซมากจนคิดว่าต้องเป็นมือถือหรือประกัน แต่ทายยังไงก็ผิด เพราะนี่เป็นโฆษณาของสถานีชินจูกุฝั่งใต้ (ละมั้ง) เน้นว่าเป็นโฆษณาของทางออกของสถานีรถไฟใต้ดินแค่นั้น ไม่ใช่สถานีทั้งสถานีด้วย

สาเหตุที่อลังการขนาดนี้เพราะว่าชินจูกุเป็นสถานีที่มีคนผ่านเข้าออกเยอะที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อปรับปรุงทีก็ต้องโหมโฆษณาเต็มที่ อารมณ์ว่าชีวิตคุณจะดีขึ้นโขเพียงแค่ทางออกสถานีรถไฟแห่งนึงมันซ่อมเสร็จ สุดยิดมั้ยล่ะครับ

จบแล้ว พรุ่งนี้วันสุดท้ายละ

ป.ล. เช่นเคย ถ้ามีคอมเมนต์เยอะๆ มันก็มีกำลังใจเขียนต่อน่ะนะ

Once in my life ... I have to go there ... Gibli Museum

เพื่อนญี่ปุ่นคนนึงเคยให้ตุ๊กตา Totoro มาฝาก แต่ไม่เคยดูซะที
พออ่าน trip วันนี้แล้ว สงสัยต้องไปหาการ์ตูนของ Ghibli มาอ่านมั่งละ

อ่าว จะจบแล้วหรอ กำลังสนุกเลยอ่ะ
ยืดๆแบบหนังเกาหลีหน่อยสิ :P

กำลังจะมาบอกว่า รู้เหมือนกำลังดูดาวพระศุกร์

มันยืดเหมือนกัน

ไปถึง ginza นึกว่าจะถ่ายรู้ร้าน Apple มาซะอีก :'(

ใน ghibli museum มี かおなし (faceless) ตัวเป็นไหมครับ ^^ ชอบหน้ากากมัน

สุดยิด แปลว่าอะไรอ่ะ

ตกลงไปญี่ปุ่นนี่นอกจากซูชิที่ทซึกิจิแล้ว กินแต่แกงกะหรี่กับราเม็งเรอะ?

เดี๋ยวไปตามสาวๆ มาช่วย comment ก่อน เผื่อจะมีกะละมังใจ

กั๊ตจัง: การ์ตูนของ Ghibli มันไม่มีหนังสือนะ มีแต่หนัง

apirak: ไอ้ร้านนั้นเคยไปแล้วน่ะครับ (คราวก่อนไปกะทัวร์) มี Genius bar ด้วยเท่โคตร รอบนี้เผอิญว่าไม่ได้เดินผ่านด้วยแหละ

wat: ไม่มีครับ ช่วงนั้นมีแต่ Earthsea พวกภาพแปะตามกำแพงก็เป็น sketch จากเรื่องนี้ทั้งหมด

DrRider: จนครับ ไปแบบยาจก แถมแลกเงินไปไม่พออีก (ต้องเอา USD ไปแลก ซึ่งก็หายากมาก)

อะ โดนพาดพิง ไม่เคยเข้าครับ ราบุโฮะ เนี่ย (ชื่อย่อของ Love Hotel ที่คนญี่ปุ่นเรียกกัน)
อยากเข้าเหมือนกัน แต่ไม่มีโอกาส T_T

"หนัง​​สั้น​ 15 นาที​ที่​​ไม่​มีฉาย​ข้าง​นอก ​และ​​​ไม่​มีวัน​ออก​​เป็น​​​ดี​วี​ดี​ เปลี่ยน​ทุก​​สาม​เดือน ​ทาง​​เ​ดี​ยว​ที่​​จะ​​ได้​ดู​คือ​มา​ที่​นี่​เท่า​​นั้น​"
ผมว่าบางเรื่องมีทำเป็น DVD นะครับ
มี DVD รวมหนังสั้นของ Ghibli ออกมาครับ (ชื่อ Short Short)

แต่ตอนที่ผมไป Ghibli Museum นี่มันมีเทศกาลของ Pixar ครับ
ซึ่งเจ๋งมาก แต่เป็นอะไรที่เซ็งที่สุด เพราะหนังสั้นที่ฉายมันดันเป็นหนัง Pixar ทั้งหมด
ที่ดูไปแล้วหลายเรื่อง และจะได้ดูแน่ๆ ทุกเรื่อง (ถ้าไปดูหนัง Pixar เพราะมันจะฉายก่อนหนังจริง)

อยากกลับไปล้างแค้นจริงๆ

ไปลองค้นๆ ดูแล้ว Short Short อาจจะไม่มีหนังสั้นที่ฉายใน Museum จริงๆ

แสดงว่าไม่ได้เข้าไปที่ใต้ห้างละสิ แถวกินซ่าอะ สนุกมาก เพราะมีอาหารและขนม ราคาโอเคให้เลือกกินไม่ถูกเลยหละ อยากกินทุกอย่างเลย
ที่ร้านหนังสือใน Ghibli Museum มีหนังสือที่เป็นงานของ Ghibli นะ ทำเป็นเหมือนหนังสือนิทานอะ เราซื้อมาเล่มนึง เป็นเรื้องที่มี แมวรถเมล์ไง น่ารักดี เก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ถ้าอยากได้ตุ๊กตา รึของสะสมอย่างอื่นที่เป็น โทโทโร่ ต้องซื้อร้านข้างนอกนะ จะมีน่ารักและเยอะกว่าใน Museum นะ อย่างในร้าน Tokyo Hands ก็มีตรายางรูป โทโทโร่ หลายลายให้เลือกนะ ราคาพอกัน และร้านที่ขายตั๋วเข้า Museum ตรงหน้า Museum มี ตัวติดตู้เย็น ห้าแบบ และของอย่างอื่นที่ไม่เหมือนใน Museum ด้วยนะ
อยากไปอีกจัง

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.