Flat World Factors

เคยได้ยินคำพูดว่าการสนทนากับผู้รู้จริงเพียงแป๊บเดียว ได้ผลกว่าอ่านหนังสือเองเป็นพันเล่ม

เมื่อวานไปประชุมจัดงาน YouFest กันแบบขำๆ ไม่กี่คน นอกจากได้เรื่องตัวงานแล้ว ได้มุมมองและแนวคิดที่น่าสนใจกลับมาเยอะ คงเป็นเพราะกลุ่มที่ไปนี่สนใจเรื่องประมาณเดียวกัน แถมทฤษฎีเยอะด้วยกันทั้งนั้น ผมเองก็ไม่รู้ว่าหัวข้อนี้มันมีชื่อเรียกว่าอะไร (ต้องถาม bact') แต่อธิบายง่ายๆ ก็พวก social network, collective intelligence, ทฤษฎีโลกแบน, เหตุผลที่ทำให้ You ได้ขึ้นปก TIME ทำนองนี้แหละ

เข้าเรื่องดีกว่า มีการแยกแยะประเด็นที่ทำให้เรื่องข้างบนมันเกิด ก็สรุปได้ 3 ข้อ

  1. Internet: มองในแง่นักไอที อินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านการสื่อสาร ส่วนน้ากานต์ (กานต์ ยืนยง) มองในแง่นักเศรษฐศาสตร์ว่ามันเป็นการลด cost ในการเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องต่างๆ ของแต่ละปัจเจกบุคคล
  2. Social Network: เมื่อสาธารณูปโภคสมบูรณ์แล้ว ทำอย่างไรจะจูงใจให้แต่ละปัจเจกบุคคลมาทำอะไรร่วมกัน คำตอบก็คือ Social Network น่ะเอง
  3. Open License: การที่จะมีผลงานร่วมกันได้ ต้องทำลายข้อจำกัดทางกฎหมายทิ้งไป (ไม่งั้นติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ของแต่ละคน) ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จก็คือ GPL (ซอฟต์แวร์) และ Creative Commons (งานสร้างสรรค์) น่ะเอง

สุนิตย์ (TRN) เสริมข้อ 4 มาอีกข้อว่าเป็น เงิน ซึ่งถ้ามองในแง่นักเศรษฐศาสตร์คงเป็น ทุน (Capital) แต่ตามความเข้าใจของผมคงเป็นวิธีดูดเงินจากที่ต่างๆ เข้ามาในระบบ เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ โดยใช้โอเพนซอร์สเป็นโมเดลก็อย่างเช่น วิธีที่ Apache ได้เงินจาก IBM มา หรือ Mozilla Foundation ได้จาก Google นั่นเอง

ถ้าชอบเรื่องอะไรพวกนี้ก็แนะนำให้มา YouFest จะสนุกมาก ขนาดผมไปแค่ประชุมจัดงานยังสนุกเลย (หรืออาจจะสนุกเฉพาะพวกบ้า 5-6 ตัวนี้เท่านั้นก็ได้แฮะ)

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.