Japan Trip ตอนที่ 13

(ไอ้)คุณ keng กระตุ้นมาอีกแล้วว่า ทริปญี่ปุ่นนี่มันคงจบปี 2008 สินะ เลยได้ฤกษ์เขียนต่อ

เนื่องจากทิ้งช่วงไปนานมาก คนอ่านคงลืม (คนเขียนไม่ลืมเพราะจดมาละเอียด) ก็ไปอ่านตอนเก่าก่อนได้ [ตอน 12, แท็ก Japan]

ตอนนั้นที่ Akihabara ได้เวลาเที่ยง คุณ ส. ผู้นำทางก็พาไปกินราเม็งร้าน Jangara ซึ่งว่ากันว่าเป็นอดีตราเม็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น (อันดับปัจจุบันตกลงมาแล้ว) อันนี้เป็นสาขา Akihabara ก็ไม่ต้องรอคิวนานมาก

หมายเหตุ: ร้านนี้เป็นร้านที่คุณ Ott Pattara แห่ง Meta Media แนะนำมาด้วย

Jankara Ramen
หน้าร้านสีสันสดใสซะ

Jankara Ramen
ราเม็งญี่ปุ่นจะมาแนวกันหมด คือนั่งเคาเตอร์
เครื่องปรุงเห็นเยอะแบบนี้ แต่เอาจริงแล้วเค้าไม่ปรุงกัน
ผมปรุงซะเต็มสตรีม นาย ส. หันหน้ามาแซวว่าบ้านนอก คนญี่ปุ่นเค้าไม่ปรุง

Jankara Ramen
พ่อครัวร้าน Jangara หน้าตาเข้าถึงวิถีแห่งราเม็งมาก

Jankara Ramen
(อดีต) ราเม็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่นครับ

ราเม็งร้านนี้จะเน้นรสชาติกลมกล่อมของน้ำซุปเป็นหลักนะ คือมันจะไม่จัดจ้านแบบราเม็งโออิชิ ฮะจิบังที่เรากิน

กินข้าวเสร็จเราก็เดิน Akihabara กันต่อ

Mac Store Akihabara
ถ่ายมาฝากสาวก ^_^
เคยไปสาขาที่กินซ่าตอนมาญี่ปุ่นคราวก่อน อันนั้นอลังกว่า

IMG_0092
อันนี้ก็ถ่ายมาฝากสาวก
สังเกตป้าย Members Only

IC Selling at Akihabara
Akihabara มีหลายโซนครับ โซนที่บ้านๆ เลหลังก็มี
อันนี้ขายไอซี

Since 1946
เหมือนพันทิพย์ป่ะ
(ป้ายร้านดูประวัติยาวนาน)

เอา SD พ้มมาวางไว้ข้างเครื่องแกงได้ง้าย
เอา miniSD มาวางขายคู่เครื่องแกง
ทำไปด้าย

Pacman Land
ตึกนี้รวมเกมเก่า แพงนะใช่ถูก

ระหว่างนี้ก็เดินซื้อของฝากตามใบสั่ง เผอิญมีเพื่อนอยากได้ gashapon ของเรื่อง Air Gear ไปนั่งหมุนอยู่ 4 ครั้ง ครั้งละ 200 เยน โชคดีมากได้ไม่ซ้ำตัว [เพื่อนถ่ายรูปมา 2 ตัว]

ลองหมุนให้ตัวเองตัวนึง ก็ได้อายานามินอนอ้าซ่ามา (อยากได้อาสึกะมากกว่า T_T)

Ayanami

จากนั้นเรามุ่งไปยัง Shibuya เพื่อไปร้องคาราโอเกะ งานอดิเรกหลักของนาย ส. เพื่อนผมน่ะเอง

Crowd at Shibuya
ชิบูยะคนเป็นหนอน

Shibuya on Day
ถ่ายวิดีโอตอนคนข้ามถนนมาด้วย
ทำไฟล์หาย เซ็ง!

คาราโอเกะเมืองญี่ปุ่นก็เป็นห้องๆ แบบบ้านเรา คิดราคาเป็นต่อชั่วโมงต่อหัว มีลดราคาได้นิดหน่อยโดยต้องมีคูปองในมือถือ (ผมไม่มีก็จ่ายเต็มไปซะงั้น 280 เยน) มีน้ำหวาน กาแฟ ไอติม ให้กินฟรีตลอด

ระบบค้นหาเพลงของที่นี่ก็แอดวานซ์มาก เป็นอุปกรณ์คล้ายๆ tablet pc แต่มิวสิควิดีโอประกอบเพลงนั้นไม่ค่อยมีมิวสิคจริงที่ฉายทีวีแบบบ้านเรา

Shibuya KaraokeShibuya Karaoke
บรรยากาศภายในห้องประมาณนี้
ที่เห็นน่ะคนไทยทั้งนั้น

ผมไปร้องอยู่แป๊บๆ ก็สนุกใช้ได้ แต่การพูดญี่ปุ่นไม่ได้อยู่คนเดียวมันก็น่าเศร้า พอหมดช่วงโมงแรกก็ต้องออกจากห้องมาต่อชั่วโมงใหม่ คนอื่นกำลังมันกันเลยอยู่ต่อ ผมเลยกลับบ้านมานอนเล่นดีกว่า เหนื่อยมาหลายวัน

ในเมื่อต้องหาข้าวเย็นกินเอง ก็เลยใช้โอกาสให้คุ้ม ลองกินข้าวกล่องเซเว่นดู (แบบที่ต้องอุ่นไมโครเวฟ) ซึ่งนาย ส. ก็เตรียมการมาดี บอกว่าตอนซื้อเค้าจะถามว่าอุ่นมั้ย ก็ให้พยักหน้าตอบ ไฮ้ๆ ไป

ข้าวกล่อง 7-11
395 เยนครับ ไม่อร่อยเท่าไร ถือซะว่าลอง

วันที่ 4 ในญี่ปุ่นก็จบแค่นี้ วันถัดไปจะเป็นคิวของ Harajugu แล้ว

โดนไกด์แซวซะด้วย อิอิ แต่นึกออกเลยนะ อิอิ

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.