(ไอ้)คุณ keng กระตุ้นมาอีกแล้วว่า ทริปญี่ปุ่นนี่มันคงจบปี 2008 สินะ เลยได้ฤกษ์เขียนต่อ
เนื่องจากทิ้งช่วงไปนานมาก คนอ่านคงลืม (คนเขียนไม่ลืมเพราะจดมาละเอียด) ก็ไปอ่านตอนเก่าก่อนได้ [ตอน 12, แท็ก Japan]
ตอนนั้นที่ Akihabara ได้เวลาเที่ยง คุณ ส. ผู้นำทางก็พาไปกินราเม็งร้าน Jangara ซึ่งว่ากันว่าเป็นอดีตราเม็งอันดับ 1 ของญี่ปุ่น (อันดับปัจจุบันตกลงมาแล้ว) อันนี้เป็นสาขา Akihabara ก็ไม่ต้องรอคิวนานมาก
หมายเหตุ: ร้านนี้เป็นร้านที่คุณ Ott Pattara แห่ง Meta Media แนะนำมาด้วย


ราเม็งญี่ปุ่นจะมาแนวกันหมด คือนั่งเคาเตอร์
เครื่องปรุงเห็นเยอะแบบนี้ แต่เอาจริงแล้วเค้าไม่ปรุงกัน
ผมปรุงซะเต็มสตรีม นาย ส. หันหน้ามาแซวว่าบ้านนอก คนญี่ปุ่นเค้าไม่ปรุง
ราเม็งร้านนี้จะเน้นรสชาติกลมกล่อมของน้ำซุปเป็นหลักนะ คือมันจะไม่จัดจ้านแบบราเม็งโออิชิ ฮะจิบังที่เรากิน
กินข้าวเสร็จเราก็เดิน Akihabara กันต่อ


อันนี้ก็ถ่ายมาฝากสาวก
สังเกตป้าย Members Only

Akihabara มีหลายโซนครับ โซนที่บ้านๆ เลหลังก็มี
อันนี้ขายไอซี

เหมือนพันทิพย์ป่ะ
(ป้ายร้านดูประวัติยาวนาน)
ระหว่างนี้ก็เดินซื้อของฝากตามใบสั่ง เผอิญมีเพื่อนอยากได้ gashapon ของเรื่อง Air Gear ไปนั่งหมุนอยู่ 4 ครั้ง ครั้งละ 200 เยน โชคดีมากได้ไม่ซ้ำตัว [เพื่อนถ่ายรูปมา 2 ตัว]
ลองหมุนให้ตัวเองตัวนึง ก็ได้อายานามินอนอ้าซ่ามา (อยากได้อาสึกะมากกว่า T_T)
จากนั้นเรามุ่งไปยัง Shibuya เพื่อไปร้องคาราโอเกะ งานอดิเรกหลักของนาย ส. เพื่อนผมน่ะเอง
คาราโอเกะเมืองญี่ปุ่นก็เป็นห้องๆ แบบบ้านเรา คิดราคาเป็นต่อชั่วโมงต่อหัว มีลดราคาได้นิดหน่อยโดยต้องมีคูปองในมือถือ (ผมไม่มีก็จ่ายเต็มไปซะงั้น 280 เยน) มีน้ำหวาน กาแฟ ไอติม ให้กินฟรีตลอด
ระบบค้นหาเพลงของที่นี่ก็แอดวานซ์มาก เป็นอุปกรณ์คล้ายๆ tablet pc แต่มิวสิควิดีโอประกอบเพลงนั้นไม่ค่อยมีมิวสิคจริงที่ฉายทีวีแบบบ้านเรา
ผมไปร้องอยู่แป๊บๆ ก็สนุกใช้ได้ แต่การพูดญี่ปุ่นไม่ได้อยู่คนเดียวมันก็น่าเศร้า พอหมดช่วงโมงแรกก็ต้องออกจากห้องมาต่อชั่วโมงใหม่ คนอื่นกำลังมันกันเลยอยู่ต่อ ผมเลยกลับบ้านมานอนเล่นดีกว่า เหนื่อยมาหลายวัน
ในเมื่อต้องหาข้าวเย็นกินเอง ก็เลยใช้โอกาสให้คุ้ม ลองกินข้าวกล่องเซเว่นดู (แบบที่ต้องอุ่นไมโครเวฟ) ซึ่งนาย ส. ก็เตรียมการมาดี บอกว่าตอนซื้อเค้าจะถามว่าอุ่นมั้ย ก็ให้พยักหน้าตอบ ไฮ้ๆ ไป
วันที่ 4 ในญี่ปุ่นก็จบแค่นี้ วันถัดไปจะเป็นคิวของ Harajugu แล้ว