ITU/ESCAP Disaster Communications, Day 3/1

ผมนิสัยเสียชอบเขียนอะไรค้างคา (ซีรีย์ญี่ปุ่นคงจบปี 2008) ช่วงที่ยังมีไฟอยู่ต้องรีบอัด

วันที่ 3 เริ่มต้นด้วย

Session 6: Public Communication Networks

Technology standards of telecommunications for disaster relief and early warning โดยคนจาก ITU สาย Standardization Bureau โดยเฉพาะ

  • เมื่อเป็นเรื่อง stanard ในการประชุมเกี่ยวกับ disaster จึงหนีไม่พ้น CAP - Common Alerting Protocol
  • ข้อมูลที่ส่งผ่าน CAP สามารถแปะมาเป็น attachment ได้ แต่ควรส่งมาเป็น URI แทนจะดีกว่า
  • มีการพูดถึง ISO TC223 (อ่าน) "Societal Security" ศัพท์ใหม่อีกแล้ว มันครอบคลุมความหมายด้าน crisis management และ business continuity capabilities น่าจะแปลว่า การทำให้ธุรกิจทั่วไปดำเนินต่อไปได้ยามเกิดวิกฤต
  • คนพูดบอกว่ามาตรฐานที่มีอยู่เนี่ย พอกับความต้องการแล้ว 95% — แปลได้ว่าตอนนี้ได้เวลา implement กันเสียที

The importance of the Internet in Disaster Relief โดย ดร.ปิยวุฒิ ศริชัยกุล จาก NECTEC

  • โชว์ Internet Connectivity maps ระหว่างปี 1991 กับ 1997 (ถึงแม้ว่าไม่มีใหม่กว่านั้น แต่น่าจะเดาได้ว่าคงครอบคลุมหมดแล้ว)
  • โชว์ Internet Traffic Report
  • และแน่นอน โชว์ Internet Connectivity in Thailand ที่ทุกคนน่าจะเคยผ่านตา (แต่ไม่มีใครดูรู้เรื่อง)
  • โชว์กิจกรรมของเนคเทคสำหรับ disaster relief อันได้แก่ Donation Matching System (รู้สึกจะไม่มีเว็บ), Missing Persons Tracking System และ "I am Alive" System
  • ปัญหาสำคัญของ Missing Persons คือมีญาติมาลงทะเบียนคนสายไว้ถึง 4636 คน แต่ระบบช่วยค้นเจอได้แค่ 340 คนเท่านั้น ที่เหลืออาจเป็นได้ว่ามันเจอตัวแล้ว ไม่ได้ตามมาแก้ข้อมูลในเว็บ
  • lesson learned จากสินามิ
    • การทำงานในช่วงฉุกเฉินเป็นแบบ ad-hoc
    • กำแพงภาษา/วัฒนธรรม เช่น คนไทยเรียกสีผม หรือสีเสื้อของศพที่ลอยน้ำมาไม่ถูก
    • มีเว็บผุดขึ้นมาเยอะมาก ข้อมูลซ้ำกัน คือทุกคนหวังดีแต่ไม่มีประโยชน์
    • ฟอร์แมตไม่เข้ากัน, แบนด์วิธไม่พอ
    • การสื่อสารเป็น voice-based จะมีปัญหาในการแปลงมาเป็น text-based เช่น ฟังผิด สะกดผิด
    • demand/supply mismatched ถ้าใครฟัง BTD2 คงนึกออกเรื่องหมอพรทิพย์ออกทีวีบอกว่าอยากได้หลอดฉีดยา วันถัดมาหลอดฉีดยาก็ล้น
    • สรุปว่า: เมื่อฉุกเฉิน ประเด็นการแชร์ข้อมูลกลายเป็น priority อันดับต่ำในสายตาทุกคน (รองจากช่วยด้านอาหาร, ยา, etc.) จึงไม่แปลกอะไรที่สุดท้ายข้อมูลก็จะมั่ว เพราะไม่ได้ออกแบบกันดีๆ แต่แรก
  • ปัญหาทั้งหมดแก้ได้ด้วย OpenCARE! (โคตร hard sale :P)

Mobile cellular for disaster warning and relief โดยคนจาก AIS ให้ตัวเลขวงการมือถือบ้านเราเป็นความรู้ดี

  • Cellular penetration ปี 2006 คือ 59% (แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่าคนไทย 59% มีมือถือใช้)
  • ส่วนแบ่งตลาด: AIS 48.40% (17.76 ล้านเบอร์), DTAC 31.30%, True Move 18.40%
  • ปัญหาของเครือข่ายโทรศัพท์ยามเกิดวิกฤต
    1. call congestions จำนวนมาก
    2. cell site พัง (จากวิกฤต)
    3. เมื่อ congestion เยอะ อุปกรณ์ระบบเครือข่ายก็แฮงค์ ต้อง restart ใหม่ใช้เวลา ก็ยิ่ง congestion มากขึ้นไปอีก
  • มีกราฟ network capacity ตอนสึนามิให้ดู แทบจะคูณสองไปจากช่วงเวลาปกติ
  • วิธีแก้ไข
    1. สร้าง topology ที่ทางเส้นใดเส้นหนึ่งขาด ยังมีทางอื่นให้ไปได้
    2. ทำ traffic load balancing
    3. เพิ่ม node สำรอง ในกรณีนี้หมายถึง sattellite mobile car ที่ใช้แทน cell site ที่โดนคลื่นซัดพังไป

Professional mobile radio for public protection and disaster relief โดยผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี

  • วันที่สองรู้จักกับ amateur radio ไปแล้ว คราวนี้เป็น professional radio บ้าง
  • PMR: Professional mobile radio - ที่พวกทหาร ตำรวจ ดับเพลิง พยาบาล ใช้กัน
  • เพราะคนพูดเป็นฝรั่งเลยยกเหตุการณ์ 9/11 กับ London Underground มาบอกว่าเครือข่าย GSM พังยามฉุกเฉิน แต่วิทยุยังอยู่
  • อย่างไรก็ตาม วิทยุจากคนฝั่ง Public Safety and Security (PSS) กับ Public Protection and Disaster Relief (PPDR) ไม่ประสานงานกัน เข้าไปในพื้นที่แล้วช่องสัญญาณชนกัน
  • เราจึงต้องการระบบวิทยุที่มันเวิร์คกว่านี้ เช่น ทำ group call ได้, ส่งได้ทั้ง voice และ data, มี call priorization, ใช้เวลาเชื่อมต่อเครือข่ายเร็ว เป็นต้น พูดง่ายๆ ว่าเอาวิทยุมาทำเป็นดิจิทัลนั่นเอง
  • ระบบที่ว่านี้มีแล้ว ชื่อ TETRA - Terrestrial Trunked Radio (มันมาขายของนี่เอง)
  • ในสหรัฐ อังกฤษ เยอรมนี ติดตั้ง TETRA กันครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศแล้ว ตอนนี้ยังใช้คู่กับระบบอนาล็อกอยู่ แต่จะเปลี่ยนเป็น TETRA หมดในอนาคต
  • ถึงระบบนี้ดีแค่ไหนก็ตาม แต่แพง___เลยแหละ (ใส่คำตามใจชอบ) ประเทศเราคงอีกนานกว่าจะมีเงินขนาดนั้น

Session 7: Satellite Communications For Emergency Support Services

Satellite technology for disaster communications โดย Asia-Pacific Satellite Communications Council (APSCC)

  • คนสายดาวเทียมก็ต้องมาโฆษณาดาวเทียมว่าดีกว่าระบบอื่น (วิทยุ, มือถือ)
  • เค้าบอกว่า "Terrestrial Infrastructure is vulnerable to natural disaster" ดังนั้นมาใช้ดาวเทียม (extra-terrestrial) กันดีกว่า โฮะๆ
  • รายชื่อ Satellite Operator แถวนี้ อินโดนีเซียมีเยอะสุด 3 เจ้า ตามมาด้วยอินเดีย, จีน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น อย่างละ 2 เจ้า ส่วนบ้านเราก็เจ้าเดียว Thaicom (แถมไม่น่าเชื่อถืออีกตะหาก เพื่อนผมทำอยู่สถานีรับที่ลาดหลุมแก้วบอกว่าวันนั้นทหารเพียบเลย อุ๊บส์!)
  • ตอนสึนามิ ทาง APSCC ขอบริจาคแบนด์วิธจาก Operator ซึ่งมี 5 รายให้มาฟรีๆ 3 เดือน

Satellite Communication & Disaster Management โดย Inmarsat (ผู้ให้บริการดาวเทียมของอินเดีย)

  • ถ้ายังจำ TSF (NGO ด้านเทเลคอม) ใน session ของวันที่ 2 ได้ Inmarsat ได้ทำงานร่วมกับ TSF ในเคสไต้ฝุ่นทุเรียนที่ฟิลิปปินส์
  • มีรายชื่อ NGO ที่ทำงานร่วมกับ TSF ยาว 2 หน้ากระดาษ - ไม่มี NGO ไทย คิดเองว่าเกิดจากไม่รู้จัก TSF มากกว่าอย่างอื่น
  • โชว์ BGAN ซึ่งเป็น handset ขนาดเล็กเท่าโน้ตบุ๊ค ใช้กับดาวเทียมของ Inmarsat มีความเร็ว downlink ประมาณ 500 kbps ส่วน uplink ประมาณ 400 kbps เอาไว้ใช้เป็น hotspot สำหรับโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม
  • เค้ามีวิดีโอให้ดู เคสเดียวกับของ TSF คือยกชุด BGAN เข้าไปในพื้นที่ให้คนโทรศัพท์กลับบ้าน
  • ดูหน้าตาเจ้า BGAN ได้จากเว็บของ Inmarsat

Information needs and flow for disaster management โดยคนจาก ESCAP

  • session นี่ค่อนข้างน่าเบื่อเลยไม่ค่อยได้ฟัง หิวข้าวด้วย
  • ประโยคเด็ด "Hazards are not neccessarily to become disasters" แปลเป็นไทยว่า ภัยพิบัติบรรเทาได้
  • สึนามิทำให้เราเห็น digital divide ระหว่างพื้นที่ต่างๆ และประเทศต่างๆ ชัดเจนขึ้นมาก

ชักยาวแล้ว แบ่งครึ่งบ่ายไปไว้อีกตอนละกัน

Visit SatCom Group for more information on BGAN products ;p

This is not spam, but the website can provide you with brochures and manuals if you are interested in.. hahaaa..

Ok, ok.. I'm leaving now.

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.