Substantive Democracy

บรรดานักวิชาการรัฐศาสตร์รุ่นใหม่ๆ นอกจาก อ. พิชญ์ แห่งอยากตอบ Forever (ซึ่งตอนนี้ผมกลายเป็นที่ปรึกษาประจำตัวแกเรื่อง Ubuntu) แล้ว อีกคนที่ผมตามอ่านงานอยู่เงียบๆ คือ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ซึ่งแอบสงสารเค้านิดนึงตรงโดนชาวบ้านมองที่นามสกุลก่อนจะพิจารณาผลงาน

วันนี้ตามลิงก์จาก BioLawCom.de ไปที่ประชาไท ศิโรตม์เขียนวิจารณ์บทความของธีรยุทธ บุญมี ได้แบบโคตรเฉียบ

ขาประจำมาแล้ว ‘ธีรยุทธ’ มองรัฐประหาร ‘ไม่เชื่ออำมาตยาธิปไตยจะกลับมา’ - ประชาไท

อ่านแล้วก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ข้อแรกผมไม่เชื่อว่า 5 ปีใต้การบริหารของทักษิณจะทำความเสียหายให้ประเทศขนาดที่ธีรยุทธกล่าวหา จริงอยู่ที่คนไทยอาจจะโดนสปอยล์ไปบ้าง แต่ทุกวันนี้เรายังอยู่ดีมีสุข มีเงินใช้ และมีกลุ่มคนที่มีความคิด มีอุดมการณ์เคลื่อนไหว ไม่ได้หายไปไหน

อันที่เห็นด้วยคือระบบการปกครองต้องปรับให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ ทีนี้มันขึ้นกับเราเองว่าอะไรคือเป้าหมาย ระหว่าง "ความเป็นประชาธิปไตย" (แบบไหนก็ไม่รู้) หรือ "ความเจริญของประเทศ" ประชาธิปไตยแบบลีกวนยูที่โดนด่ามาตลอด จะชอบธรรมทันทีถ้าเป้าหมายของเราคืออย่างหลัง

รูปแบบประชาธิปไตย custom ที่ธีรยุทธเสนอ คือ ประชาธิปไตยที่ให้สิทธิ์พิเศษแก่ "บุคคลชั้นนำ" เช่น ประธานศาลสูง, ตัวแทนจากคณะรัฐศาสตร์เก่าแก่ (เท่านั้น) ถ้าเป็นตัวบุคคลก็อย่างเช่น หมอประเวศ, ระพี สาคริก

ระบอบแบบนี้ก็โอเคนะครับ มันก็ไม่เสียหายอะไรถ้าเรายอมรับให้ถอดมาตรา 30 ใน รธน. 2540 "บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน" ออกไปได้

ถ้าให้วิจารณ์แบบไม่กวนตีนเหมือนย่อหน้าตะกี้ ก็ต้องบอกว่าระบบนี้มี flaw ใหญ่โคตร เราไม่มีอะไรมาวัดได้เลยว่าใครเป็น "ชนชั้นนำ" ในขณะที่การเลือกตั้งหรือโหวตมันวัดได้ (ถึงแม้จะวัดได้ไม่ดีนัก แต่ก็ยังวัดได้)

ส่วนของคุณศิโรตม์ ประชาธิปไตยไม่เท่ากับ...ความเป็นไทย+ตุลาการภิวัตน์+อำมาตยาภิวัฒน คิดว่าเขียนได้มีเหตุผล และมีข้อโต้แย้งคุณธีรยุทธได้สมบูรณ์ในตัวอยู่แล้ว รบกวนไปอ่านกันเอง

ป.ล. ใน comment มีประเด็นเรื่อง royalist ถูกยกขึ้นมา ตอนแรกว่าจะเขียนด้วยแต่ไม่เอาดีกว่า เบื่อ

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.