วันที่ 5 - 12 ต.ค. 2006
ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะไปตะลุยแม่สายอีก 2 วัน 1 คืน แต่น้ำท่วมอำเภอฝาง (เป็นทางตัดตรงเชียงใหม่-แม่สาย) ทางขาดลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง ผมก็เริ่มลังเล อีกวิธีหนึ่งที่สามารถไปได้คือไปแวะเชียงรายก่อน (เชียงใหม่-เชียงราย-แม่สาย) แต่คิดไปคิดมาแล้วเปลี่ยนแผนดีกว่า น้ำซัดมานี่มันไม่ขำนะ
จำได้แม่นว่าคืนนั้นปรึกษาอีตา pruet เจ้าถิ่น (แต่ตัวอยู่บอสตัน) ซึ่งก็ได้คำแนะนำที่ดีมากว่า
"อ๋อทางขาดเหรอ คุณก็เดินไปสิ ha ha"
แค้นจนต้องเอามาลงบล็อกประจาน
ผมตัดสินใจว่าวันนี้ตระเวณในตัวเมืองเชียงใหม่ที่เหลือก่อน ว่าแล้วก็ขุดน้องมาจากที่นอนแต่เช้าให้มันพาไปหาของอร่อยกิน เชียงใหม่เป็นเมืองที่ของกินอร่อยเยอะแบบไม่น่าเชื่อ (ผมอยู่โคราชที่เมืองขนาดพอๆ กันของกินไม่เยอะขนาดนี้) บอกน้องว่าจะไปดูศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ตรงหลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ มันเลยบอกจะพาไปกินข้าวหมูกรอบละกัน
ร้านนี้หันหน้าหาอนุสาวรีย์สามกษัตริย์จะอยู่ถนนทางด้านขวามือ เดินไปนิดเดียวอยู่ตรงข้ามประตูศูนย์เลย ผมกับน้องเป็นแฟนคลับหมูกรอบด้วยกันทั้งคู่ และรู้ดีกว่าหาหมูกรอบอร่อยๆ กินยากมาก แต่สำหรับร้านนี้ ดูรูปสิครับ แค่นี้ก็อร่อยแล้วอะ
ถ้าร้านนั้นขายหมูกรอบเป็นอาชีพก็มีแนวโน้มสูงที่จะขายก๋วยจั๊บด้วย ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ก๋วยจั๊บเลยสั่งมาลอง ก็พอไปได้ไม่อร่อยชิ้งขนาดข้าวหมูกรอบ
จากนั้นไปส่งน้องกลับไปนอนตามปกติ แล้วก็ย้อนมาเดินศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีกรอบ ค่าเข้าชมคนไทย 10 บาทหรือ 20 บาทนี่ล่ะ จำได้แต่คนที่ประชาสัมพันธ์นุ่งซิ่นแล้วน่ารักดี :D
ที่นี่แสดงประวัติเมืองเชียงใหม่ในอีกมุมที่ต่างไปจากพิพิธภัณฑ์ ตัวอาคารเป็นศาลากลางหลังเก่าที่ดัดแปลงมาหลังใช้งาน แต่ก็ไม่ทิ้งคอนเซปต์พิพิธภัณฑ์เมืองไทยครับ เงียบเป็นป่าช้า แถมห้องข้างบนมีรูปปั้นแสดงความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ผมเดินอยู่คนเดียวต้องรีบๆ เดินไปห้องถัดไปเลย หลอนมาก
ออกจากศูนย์แล้วก็ทำตัวเป็นทัวริสต์ที่ดีแวะวัดที่มีชื่อในตัวเมือง หันหลังให้อนุสาวรีย์แล้วเดินไปทางขวาเรื่อยๆ จะเจอสองวัด
วัดแรกคือวันพันเตา ประวัติไปหาอ่านกันเอง (ลืมหมดแล้ว)
เดินเลยไปอีกนิดนึงจะเจอวัดเจดีย์หลวง ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเชียงใหม่
ผมกลับมากินข้าวเที่ยงที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์อีกด้าน (ด้านซ้าย คนละด้านกับข้าวหมูกรอบ) ซึ่งมีร้านข้าวมันไก่ดังๆ หลายร้าน แต่ตอนเช้าดันซัดเยอะไปเลยเปลี่ยนใจกินก๋วยเตี๋ยวแทน ร้านลูกชิ้นปลา "สอาด" ลูกชิ้นอร่อยแต่ก๋วยเตี๋ยวงั้นๆ หรือเป็นเพราะอิิ่มก็ไม่รุ
ตอนบ่ายผมก็ยังทำตามคำแนะนำที่ดีของไอ้เอย ไปดูนิทรรศการที่หอศิลป์ มช. อยู่หัวถนนนิมมานเหมินทร์
ช่วงนั้นที่หอศิลป์มี 2 งานที่แสดงอยู่ ชั้นบนมีแสดงภาพถ่ายจากกลุ่ม "คนสร้างภาพ" มาไกลจาก ม.รังสิต ส่วนด้านล่างเป็นนิทรรศการ thesis ของนิสิต ป.โท ภาควิชาภาพพิมพ์ คณะวิจิตรศิลป์ มช. นี่เอง
เอ่ยถึงภาพพิมพ์ เราคงนึกถึงแต่ภาพพิมพ์บนกระดาษแบนๆ ถูกมั้ยครับ ตอนแรกผมก็คิดอย่างงั้น แต่เดินเข้าไปแล้วผมก็พบกับ.....
เพิ่งรู้เหมือนกันแฮะว่าภาพพิมพ์มีความหมายครอบคลุมไปถึงเรื่องงานจัดวาง (ในโพยที่หยิบมาเค้าใช้คำว่า Installation) ด้วย
ระหว่างที่ผมเดินดูไปเรื่อยๆ ก็มีอ. ผู้หญิงท่านหนึ่งเข้ามาทัก (สงสัยคิดว่าไอ้นี่จะมาขโมยงานกลับบ้าน) ผมลืมถามชื่อแต่คิดว่าเป็น อ. ของภาควิชาภาพพิมพ์นั่นแหละ อ. ดูจะปลื้มมากที่มีคนจากกรุงเทพมาดูนิทรรศการ แถมไม่ได้เรียนศิลปะอีกต่างหาก ผมเลยสัญญาไว้ว่าจะช่วยโปรโมตให้ ซึ่งก็โปรโมตแล้วนะถึงจะช้าไปหน่อยก็เหอะ
วันนั้นอากาศร้อนมาก ช่วงเย็นผมเลยกลับไปอาบน้ำแล้วนอนดู Densha Otoko ต่อไปอีก 4 ตอนรวด นางเอกเรื่องนี้สวยสุดๆ
น้องชายผมเข้าไปอ่านหนังสือที่มหาลัย ทิ้งให้กินข้าวเองคนเดียว ข้างหอน้องมีตลาดนัดเปิดใหม่ชื่อ "กาดเชิงดอย" เลยได้กินผัดหมี่โซบะโฟมละ 10 บาทกับหมูสะเต๊ะประทังชีวิต เมื่อวานกินแพงมาแล้ววันนี้ก็อดออมหน่อยนะ
จบวันที่ 5