Firefox/Debian Trademark Issue

The Mozilla Scandal - ปัญหาเรื่องเครื่องหมายการค้า Firefox กับการนำไปใช้ใน Debian

(บทความนี้อาจจะเอียงไปทาง Debian เยอะหน่อย แต่ถ้าอ่านลิงก์+ความเห็นละเอียดๆ ก็คิดว่ามีทั้งสองฝ่ายครบถ้วนดี)

จริงๆ ปัญหาเรื่อง trademark นี่เกิดมานานแล้ว เพียงแต่คิดว่าเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่ดี ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างตั้งใจดี เพียงแต่มีนโยบายบางส่วนไม่ตรงกัน และความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้ (ไม่มีโลโก้จิ้งจอกไฟใน Debian) เราจะแก้ปัญหากันอย่างไร? สามารถบอกได้หรือไม่ว่าฝ่ายไหนถูกฝ่ายไหนผิด (ตามกฎหมาย) หรือฝ่ายไหนคนดี ฝ่ายไหนเห็นแก่ตัว (ในแง่จริยธรรม)

น่าเอาไปพูดใน BTD 2.0 แต่ไม่รู้เวลาจะพอหรือเปล่าแฮะ

ป.ล. ที่น่าแปลกใจคือคนฝั่ง Mozilla ไม่มีใครสนใจจะ "สมานฉันท์" กันเลย คนที่ออกมาบ่อยๆ อย่าง Asa Dotzler กลับ "หัวเราะเยาะ" ด้วยซ้ำ

Comments

ผมอยู่ข้าง โมซิลล่าแฮะ
ถ้าคุณแก้งานเขาไปเยอะขนาดนั้นคุณก็ไม่ควรไปใช้ชื่อเขา มันจะมีปัญหาอะไรถ้าคุณเปลี่ยนไปใช้ชื่อ debfox แทน
ตอนโดนด่าน่ะ เขาไม่ได้ด่านี่ ว่าเดเบียนไฟฟอกซ์ห่วย เขาบอกว่าไฟฟอกซ์ห่วยเฉยๆ
ถ้าตรงที่โดนด่า โมซิลล่าเขียนก็สมควร แต่ถ้า ตรงนั้น เดเบียนเขียนละ? ก็โดนด่าฟรีสิ เสียชื่อเปล่าๆ
All-or-None แฟร์ดี
จริงๆเดเบียนไม่ต้องไปห่วงเรื่องชื่อเลย นั่นมันเรื่องของโมซิลล่า แล้วคนใช้เดเบียน มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ใช่ geek?

มันก็เป็นเรื่องของแบรนด์ ซึ่งถ้าใช้ชื่ออื่นไปซะ เรื่องก็คงจบ IceWeasel ก็จะเป็น free software แต่ firefox ไม่ใช่ free software เพราะผู้ใช้ไม่มีเสรีภาพเต็มที่ในการ modify และ redistribute แต่ผลเสียของการเปลี่ยนชื่อ น่าจะตกกับ firefox เอง ในเมื่อ distro ต่างๆ ที่ต้องเปลี่ยนชื่อ ถ้าใช้ชื่อไม่เหมือนกัน ก็จะเสียงแตก หรือแม้จะใช้ชื่อเดียวกัน มันก็ต้องแบ่งเป็นสองพวกอยู่ดี ทั้งๆ ที่โดยปกติแล้ว มันก็ซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันนั่นแหละ คงไม่มีใคร patch จนจำหน้าตาไม่ได้หรอก (นึกถึง patch ที่เกี่ยวกับการ build package, install menu สิ ถ้าต้องติดต่อ mozilla ขอ approve ตลอดจะยุ่งแค่ไหน)

house: ผู้ใช้ debian ที่ไม่ใช่ geek มีเยอะแยะครับ เช่น ผู้ใช้ ubuntu, knoppix, skolelinux เป็นต้น

/me ชักอยากร่วม boycott firefox แล้วหันไปโปรโมทตัวที่สามารถใช้ชื่อแบบคงเส้นคงวาดีกว่า --> Epiphany! (สมานฉันท์มั้ยล่ะ ยังส่งเสริม gecko อยู่ แต่ไม่เอา firefox)

ก็เห็นด้วยกับ house ว่า Mozilla ไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแต่มันน่าจะมีทางออกประนีประนอมกว่านี้หน่อย

สถานการณ์มันจะคล้ายๆ กับ Firefox Thai Community Edition ซึ่งไม่ตรงกับเกณฑ์ของ Community Edition เป๊ะๆ (เพราะต้องแพตช์ตัดคำ) แต่ก็ขอใช้ชื่อ Community Edition "เป็นกรณีพิเศษ" ได้

ผมว่าในเมื่อโครงการอย่าง Debian ถือว่าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และไม่น่าจะทำชื่อ Firefox เสียหายแต่อย่างใด ทาง Mozilla ก็น่าจะอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ อาจมีข้อตกลงนิดหน่อยกับ Debian ว่าห้ามทำโง้นงี้ที่ยอมไม่ได้จริงก็ว่าไป แบบนี้น่าจะจบสวยกว่า

ตามหลักการของ debian ที่จะสร้าง universal distro ให้คนอื่น base on การอนุญาต "เป็นกรณีพิเศษ" ก็ยังไม่เพียงพอครับ เพราะ debian จำเป็นต้องรักษา social contract ว่าใครที่เอา debian ไปพัฒนาต่อ จะไม่ต้องทำอะไรเพิ่มอีก (เช่น ไม่ต้องติดต่อ mozilla เพื่อขออนุญาตเพิ่มเติม) ซึ่งถ้า Mozilla อนุญาตถึงขนาดนั้น ก็คงไม่ต้องมีข้อจำกัดอะไรอีกแล้ว กล่าวคือ โดยหลักการของ mozilla, mozilla ก็คงไม่ยอมอยู่ดี

เพราะฉะนั้น ถ้าดูตามรูปการณ์แล้ว คงไม่มีทางอื่นนอกจากเปลี่ยนชื่อล่ะครับ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็ย้าย firefox ออกไปอยู่ในภาค non-free ซะ (ซึ่งก็จะทำให้ไม่ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของ debian แต่เป็นส่วนเสริม แล้วก็ไม่มีการแก้ bug ใดๆ ทั้งสิ้น -- ตรงตามเงื่อนไขของ mozilla เป๊ะ) แต่ก็ดูเป็นทางออกที่แย่กว่า

จริงๆ มันมองได้สองแง่น่ะ จะบอกว่าคนด่าก็ด่า firefox ไม่ใช่ด่า debian มันก็ใช่ แต่ถ้าใช้ชื่ออื่น ก็จะเป็นการไม่ให้เครดิตกับ firefox ในผลงานเหมือนกัน โดยทำให้เกิดภาพว่า debian เอามาพัฒนาเพิ่มเติมมากมาย ซึ่งในทางปฏิบัติ มันน่าจะเกิดแบบหลังมากกว่า ดูจากสไตล์การทำงานแบบ perfectionist ของ debian แล้ว แบบแรกนี่เกิดได้ยากมากๆ ดูอย่าง patch ภาษาไทยสิ แก้แล้วแก้อีกยังไม่ยอมรับเลย