ปราสาทพระวิหาร เอ็มโอยู 2543 และแผนที่ โดย พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หนึ่งในข้อเรียกร้องของกลุ่มชาตินิยมคือ ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยการจัดทำหลักเขตแดนทางบก ปี 2543 (เอ็มโอยู 2543) ที่ลงนามโดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รมช.กระทรวงการต่างประเทศไทยในขณะนั้น และนายวาร์ คิม ฮง ที่ปรึกษาฝ่ายกิจการชายแดนของกัมพูชา เหตุผลที่ต้องยกเลิกก็เพราะเอ็มโอยู 2543 ระบุว่า หนึ่งในเอกสารที่ต้องใช้ในการปักปันเขตแดนทางบก คือ แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับฝรั่งเศสตามอนุสัญญาปี ค.ศ.1904 และ สนธิสัญญาปี ค.ศ.1907 ซึ่งมีความหมายรวมถึง แผนที่ที่ทำให้ไทยแพ้คดีปราสาทพระวิหารในปี 2505 หรือที่ฝ่ายไทยชอบเรียกว่าแผนที่ 1 : 200000 แต่ในที่นี้จะเรียกว่าแผนที่ตอนเทือกเขาดงรัก
เรื่องนี้ดูจะสร้างความตระหนกให้แก่กลุ่มชาตินิยมไม่น้อย เพราะพวกเขายืนยันมาโดยตลอดว่า ไทยไม่เคยยอมรับแผนที่ฉบับนี้ (ฉะนั้น ไทยจึงไม่ต้องยอมรับคำตัดสินของศาลโลกที่ยกปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา) แต่ปรากฏว่าพวกเขาได้ค้นพบว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่พวกเขาช่วยกันอุ้มชู กลับเป็นผู้ไปทำเอ็มโอยูที่แสดงการยอมรับแผนที่เจ้าปัญหาเสียเอง ฉะนั้น รัฐบาลอภิสิทธิ์จะต้องเลิกเอ็มโอยูโดยด่วนที่สุด!
ผมเพิ่งเจอวาทกรรม "ดีนะที่รัฐบาลไม่ยุบสภาไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ไม่อย่างนั้นประเทศไทยคงเสียดินแดนไปแล้ว" ถึงกับช็อคและอึ้งไปเลย
เมื่อวานไปประชุมแถวสีลม ประชุมยังไม่จบต้องรีบออกมาก่อนเพราะมีงานต่อ แต่นั่นก็เที่ยงกว่าแล้ว จะกินข้าวร้านทั่วไปคงไม่มีทางได้กินในระยะเวลาอันสั้น เหลือบไปเห็นป้าย Subway เลยไปกินระลึกความหลังหน่อย
นี่เป็นการกิน Subway ครั้งที่สามในแผ่นดินไทยของผม แต่สมัยอยู่อังกฤษนี่กินมากกว่าสามครั้งต่อสัปดาห์แน่ๆ สิ่งที่ทำให้ Subway ไม่ได้รับความนิยมในบ้านเราเป็นเรื่องของราคาล้วนๆ ในขณะที่ Subway อังกฤษหนึ่งอัน มันถูกกว่าแซนด์วิชแช่เย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตเสียอีก
"มีบัตรเครดิตกสิกรรึยังคะ?"
เช่นเดียวกับคนเล่นเน็ตชาวไทยจำนวนไม่น้อย (มั่นใจว่ามีคนไทยเกินล้าน) ผมติดตามงานของคุณ phuphu ด้วยความชื่นชมยิ่ง
นอกจากจะเขียนการ์ตูนได้สนุก ซึ่งเป็น skill #1 ของคนวาดการ์ตูนแล้ว ที่ผมว่าเป็นจุดเด่นของ phuphu คือวิธีการมองโลกที่มันร่วมสมัย (ซึ่งนักเขียนการ์ตูนรุ่นก่อนหน้านี้จะไม่มี) แต่ก็ไม่จำกัดเป็นเฉพาะกลุ่มมากเกินไป (ซึ่งนักเขียนการ์ตูนผ่านเน็ตมักเป็นกัน คือมีมุขหรือความสนใจเฉพาะกลุ่ม) ซึ่งตรงนี้ทำให้งานของ phuphu เข้าถึงประชากรวัยรุ่นส่วนมากได้อย่างโดดเด่น
ส่วนหนังสือในเครือ a book/a day คงไม่ต้องพูดถึงกันมาก เพราะถือว่าเป็นสำนักพิมพ์ที่ established ตัวเองในกลุ่มผู้อ่านสมัยใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว (เคยเขียนไว้) ตอนที่ผมได้ลง a day นั้นโด่งดังมาก เพื่อนฝูงถามหาชนิดว่าต่อให้ได้ลง Newsweek คงไม่เยอะเท่านี้ มันแสดงให้เห็นถึงแบรนด์ a day ที่เข้าไปอยู่ในใจผู้อ่านชาวไทยเรียบร้อยแล้ว
ถ้า phuphu จับมือกับ a book มันจะเกิดอะไรขึ้น?
คำ ผกา เป็นคอลัมนิสต์ปากคอเราะร้าย
เธอยืนยันว่า
เธอเป็นคนที่ไม่มีสำนึกเกี่ยวกับเรื่อง "ธรรมะ" "จิตวิญญาณ" "ภายใน" อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอมี passion กับการด่าและการวิพากษ์
ชวนคนคุยเรื่องกินกับปี้
แรงขับเคลื่อนในชีวิตของเธอ คือ ราคะ โทสะ โมหะ
อยากทำอะไรเธอก็ทำ
ภายใต้การเคารพในสิทธิ เสรีภาพ และกติกาการต่อรองผลประโยชน์ที่เป็นธรรมทางสังคม
สิ่งที่เธอแสดงให้เห็นอย่างเปิดเผย ก็คือ...
ชีวิตคนคนหนึ่ง มีอิสรภาพและศักยภาพที่จะเติบโต เรียนรู้ รื่นรมย์ และมีคุณค่าได้ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น
อย่างที่ไม่ต้องรู้สึกผิด และไม่จำเป็นต้องรู้ว่า "ธรรมะ" หรือ "จิตวิญญาณ" คืออะไร
ผมว่าพวกศาสนาจัดๆ มาเจอแบบนี้ก็คงทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันนะ อย่างเก่งคงได้แต่ด่าแค่ว่า "ไอ้พวกไม่มีจิตวิญญาณ"
จาก Tilopa House: ศาสนาของคำผกา (๑) : ความดีเป็นเรื่องอัตวิสัย