เมื่อปี 2008 ผมเคยเขียนเรื่อง Thai Input Method on Mobile Phone แบบยาวๆ เอาไว้
หลังจากนั้น ไอเดียเรื่องระบบป้อนข้อมูลภาษาไทยบนมือถือ ก็ถูกต่อยอดใน Ask Blognone: ปัญหาคีย์บอร์ดภาษาไทยบนมือถือ และ รายงานการประชุม คีย์บอร์ดภาษาไทยบนมือถือ (ขอบคุณเจ้าภาพ NECTEC และ @pornprom)
นอกจากนี้ผมยังเคยอัญเชิญ @james_clark ซึ่งเป็นคนที่ "มองทะลุ" ระบบภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์มากที่สุดคนหนึ่งที่รู้จัก มานั่งคุยตัวต่อตัวสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะอีกครั้งหนึ่ง
จากการพูดคุย สนทนา ออกไอเดียทั้งหมด เลยได้ข้อสรุปว่า มันยากมากถึงยากที่สุด ลำพังภาษาไทยก็ยากอยู่แล้ว เรายังมาเจอข้อจำกัดเรื่องนโยบายจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์ไปจากเวอร์ชันที่ขายทั่วโลกอีกด้วย
บล็อกข้างต้นนั้นผมเขียนสมัยที่ยังใช้มือถือที่เป็น Numpad/T9 อยู่ กรอบความคิดส่วนใหญ่เลยยังอิงกับมือถือแบบ 12 ปุ่มเป็นหลัก ไอเดียสำหรับมือถือจอสัมผัสถือว่าเป็น assumption ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องนัก
เวลาผ่านมาอีก 1 ปีกว่า ได้ใช้มือถือจอสัมผัส 2 ตัวคือ BlackBerry Storm กับ HTC Magic รวมถึง iPhone ของคนอื่น ก็สามารถประเมิน implementation ของมือถือในปัจจุบันได้มากขึ้น
อ่าน Ubiquity internationalization blogging roundup แล้วมีลิงก์ไปยังบล็อก The Tower of Babel ของคุณ jono นักพัฒนาหลักของ Ubiquity เจอกับประโยคนี้
Fired up by conversations with an international crew of Mozilla localizers, and by an inspiring keynote speech from Mitchell Baker on (among other things) the importance of internationalization, I set to work and spent the next 48 caffeine-fueled hours of the summit writing a proof-of-concept Japanese parser for Ubiquity. (Japanese happens to be the language I know best other than English). I was able to show off the Japanese parser in action at my summit presentation.
“But how will this work in Finnish?” “How will it work in Thai?” asked the localizers and other interested parties who surrounded me after my presentation was done. Every human language has its own idiosyncrasies. Is Mozilla going to write a unique parser for every language in the world?
ตัวหนาเป็นคำถามของผมเอง (ที่ Mozilla Summit) ผมเดินไปถามพี่แกข้างเวทีหลังพูดจบ เป้าหมายหนึ่งคืออยากรู้ แต่เป้าหมายอีกอันคือต้องการจะปัก "แผนที่ประเทศไทยในแผนที่ซอฟต์แวร์โลก" (เคยเป็นคำขวัญของ SIPA อยู่พักหนึ่ง) ตอนนี้ก็พบว่ามันสำเร็จแล้ว อย่างน้อย jono ก็จำได้ว่ามีภาษาไทย :D (ผมไปอธิบายเรื่องภาษาไทยไม่มีช่องว่างระหว่างคำให้เขาฟังอยู่พักหนึ่งด้วย พี่แกพยักหน้าหงึกๆ แล้วบอกว่ายากโคตร)
ขั้นต่อไปก็ต้องมานั่งนึกๆ คิดๆ ระดมสมองกันว่า ถ้า Ubiquity จะสามารถสั่งเป็นภาษาไทยได้ มันจะออกมาหน้าตาอย่างไร แน่นอนว่ามันจะไม่ถูกใช้กับ Ubiquity เพียงอย่างเดียว แต่จะรวมไปถึง UI ที่เป็น natural language อื่นๆ ในอนาคตอีกมากด้วย
ในบล็อก Fading Out the Translation พี่เทพอ้างอิงถึงบทความ ไขข้อข้องใจ ทำไม Firefox ต้องแปลภาษาไทย ของผม เลยกลับไปอ่านย้อนใหม่หมดอีกรอบ
ผมพบว่าเป็นบทความที่ดีมากอันหนึ่งที่เคยเขียนมา ถ้าเป็นภาษา Slashdot ก็ต้องบอกว่าได้คำยกย่องครบทุกอันยกเว้น +1 Funny
มานั่งระลึกดูว่า ตอนนั้นแรงจูงใจเป็นอย่างไร
กล่าวโดยสรุปแล้ว ปัญหาเรื่องคำวิจารณ์ต่อการแปล มีที่มาจากสาเหตุเดียว "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ" ซึ่งสามารถสังเกตได้จากคอมเมนต์ "บางอัน" ในบทความอันนั้นครับ เมื่อชี้แจงด้วยเหตุผลอย่างละเอียดต่อประเด็นที่โดนโจมตีทั้งหมดแล้ว จะเห็นการ "แถ" ไปโจมตีเรื่องอื่นๆ แทน ก็คนมันจะโจมตีเสียอย่าง อะไรประมาณนั้น
Q: ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องแปลเมนูภาษาไทยให้เข้าใจยากด้วยว่ะ<br/> A: ถ้าเข้าใจยากก็มาช่วยแปลให้เข้าใจง่ายสิครับหรือไม่ก็ใช้อังกฤษ
จาก Ubuntuclub ผ่าน gumara
manually related:
เรื่องนี้เคยคุยกับ @pittaya และอีกหลายๆ คนตอนไป GoogleDevFestBkk ไว้บ้างนิดหน่อย
ประเด็นคือ เรากำลังจะเข้าสู่ยุคที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในเร็ววัน เริ่มมีอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริงจังอย่าง iPhone, BlackBerry Storm หรือ T-Mobile G1 ออกมาให้เห็น ความก้าวหน้าที่สำคัญอันหนึ่งของอุปกรณ์พวกนี้คือ input method ที่ก้าวหน้ากว่ามือถือแบบเก่าๆ ที่ใช้ numpad 12 ปุ่ม เช่น มีระบบสัมผัสพร้อม soft keyboard หรือว่าคีย์บอร์ดจริงแบบ QWERTY เต็มขั้น ทำให้การพิมพ์หรือป้อนข้อมูลบนมือถือนั้นง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ผมเคยได้ยินว่ามีคนพิมพ์นิยายทั้งเรื่องด้วย iPhone มาแล้ว
ปัญหาคือ input method เหล่านี้มันออกแบบมาสำหรับเฉพาะภาษาอังกฤษ (หรือถ้าพูดให้ถูกคือภาษาตระกูลละติน) พอเอามาใช้ป้อนภาษาไทย มันไม่ถึงกับเจ๊ง แต่ก็ไม่เนียนเหมือนป้อนภาษาอังกฤษ