Exteen: ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง

พักนี้ยุ่งมากๆ สองวันนี้เพิ่งไปนั่ง brainstorming กับทีม OpenOffice.org ที่เพิ่งมาจากเยอรมัน เกี่ยวกับทิศทางของภาษาไทยใน OOo อันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน ไว้เล่าทีหลังนะครับ



สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการล่มสลายของ DiaryHub ซึ่งมันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ Exteen และบริการเว็บล็อกแหล่งอื่นในเมืองไทย [ผลกระทบ]



ถ้าไม่รู้ก็ขอเล่าย้อน ผมรู้จักกันเป็นส่วนตัวกับทีม Exteen เนื่องจากเป็นรุ่นน้องที่มหาลัย เคยใช้บริการ Exteen ก่อนขยับขยายมามีเว็บตัวเองแบบปัจจุบัน แอบเอาใจช่วย+ให้คำแนะนำ (อันนี้นานๆ ที) มาโดยตลอด



ตามหลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ เด็กป.5 ก็ยังรู้ การประกอบกิจการใดๆ ย่อมต้องมีต้นทุน ถ้ารายได้มากกว่าต้นทุนก็กำไร น้อยกว่าก็ขาดทุน เพื่อความสะดวกก็ขอแบ่งต้นทุนการทำเว็บเป็น 2 ชนิด คือ 1. เงิน (ซึ่งนำไปจ่ายเป็นค่าโฮสต์ ค่าโดเมน ค่าแบนด์วิธ) และ 2. แรงคน (ในที่นี้รวมเวลา แรงกาย แรงใจ สมอง และค่าเสียโอกาสอื่นๆ) จากที่เปิดบริการมาได้ปีนึงกับอีกนิดๆ พูดได้เต็มปากว่า Exteen แม่งโคตรเข้าเนื้อเลย



(ย่อหน้านี้ผมคิดเองคนเดียวนะครับ) การเติบโตของ Exteen ก็โตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอัตราที่ดีแต่ค่อนข้างจะคงที่ (มั้ง ไม่เคยเห็นตัวเลข) ซึ่งสิ่งที่ตามมากับยอดสมาชิกที่เพิ่มขึ้นก็คือต้นทุนทั้งสองอย่างที่เพิ่มตามมาด้วย แน่นอนว่าภาวะเข้าเนื้อมันก็รุนแรงตามเช่นกัน สิ่งที่ทีมงานเลือกสำหรับการแก้ไขปัญหานี้ก็คือ อดทน รองรับมันต่อไป คงคอนเซปต์ฟรี (+เซอร์วิสเต็มที่) ไว้เหมือนเดิม ถึงแม้จะรู้ดีว่า มันมีลิมิตของมันอยู่ง และเราก็กำลังเดินทางเข้าใกล้ลิมิตเรื่อยๆ ก็ตามที การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นซักวัน เพียงแต่อาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้



กรณี DiaryHub ที่ไม่เคยมีใครคิดถึงมาก่อน ทำให้ลิมิตเลื่อนเข้ามาใกล้เร็วขึ้นมาก สมาชิกจำนวนมากที่ย้ายเข้ามา เพิ่มทั้งต้นทุนตัวเงิน (แบนด์วิธ/diskspace) และแรงกาย (เข้ามาใหม่ยังไม่ค่อยรู้ธรรมเนียม ดูแลเหนื่อย) ซึ่งคุยกับไอ้เว็บมาสเตอร์มันกลัวอย่างหลังมากกว่าอย่างแรกอีก



ผมเลยคิดว่านี่น่าจะเป็นช่วงเวลาสมควรซะที ที่ Exteen จะชิงผ่าทางตันของตัวเองก่อน (ซึ่งทางตันนี้รู้ว่ามันจะมาแน่)​ก่อนที่จะรับปัญหาไม่ไหว และเกิดปัญหาซ้ำกรณี DiaryHub ขึ้นมาอีก



โชคดีที่ปัญหามันง่ายๆ ไม่ซับซ้อน มีแค่สองข้อ

  1. เงินไม่มี
  2. แรงไม่พอ

ผมขอเสนอทางออกแยกเป็นกรณีกัน ซึ่งมาไล่ดูก็จะพบว่ามันสัมพันธ์กันแหละ พวกนี้คุยกับเว็บมาสเตอร์เป็นการส่วนตัวไปหมดแล้ว แต่มาเขียนใหม่อีกทีให้ความคิดมันเชื่อมโยงเป็นระบบ มันจะได้เอาไปนั่งคิดถูก


ปัญหา: เงินไม่มี



ทางแก้พูดง่ายมาก เงินไม่มีก็หาเงินน่ะเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วเราต้องพิจารณาว่า ลักษณะของการหาเงินที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งมันมีได้หลายวิธีมากๆ ตั้งแต่เก็บเงินสมาชิกทั้งหมดแบบเว็บบล็อกที่อื่น จนไปถึงขายกิจการให้อากู๋ ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าของว่าต้องการวางอนาคตของเว็บให้เป็นอย่างไร เท่าที่สรุปได้ (เอาเอง) คิดว่าเว็บมาสเตอร์ไม่ต้องการให้หน้าเลือดเกินไป ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแถมตังให้คนมาใช้ด้วยซ้ำ (อันนี้ผมเวอร์เล่นนะ)


ทางออก: เก็บเงินค่าสมาชิกแบบ Premium



ผมคิดว่านี่เป็นทางออกที่ประนีประนอมและเป็นจริงเชิงปฏิบัติได้มากที่สุด เป็นโมเดลที่เราคุ้นเคยกันดีและพิสูจน์แล้วว่าได้ผล (เช่น Flickr เป็นต้น) การเพิ่มระดับสมาชิกเป็นแบบ Premium เป็นการรับประกันว่าคุณยังมีสิทธิ์จะใช้แบบธรรมดาได้ฟรีเช่นเดิม (ไม่โหด) แต่ถ้าคุณจ่ายเพิ่ม คุณก็จะได้สิทธิพิเศษเพิ่มมากกว่าสมาชิกธรรมดาหลายอย่าง ซึ่งมันก็สมเหตุสมผล (สิทธิพิเศษควรมีไรบ้าง เดี๋ยวจะเขียนถึง) วิธีนี้ดีกว่าการ donate ซึ่งมีแนวโน้มว่าคนยินดีจะ donate ให้ แต่จ่ายครั้งแรกแล้วก็จบกันไป การจ่ายค่าสมาชิกเป็นช่วงเวลาจะรับประกันความสม่ำเสมอของรายได้ได้ดีกว่า



วิธีการอื่นๆ ที่เป็นไปได้แต่ไม่เลือกก็อย่างเช่น การขายพื้นที่โฆษณา ด้วยเหตุผลว่าในประเทศที่การโฆษณาออนไลน์ล้มเหลวแบบเมืองไทย ถ้าเว็บไม่ติด top 10 ของ truehits ก็คงอยู่ด้วยค่าโฆษณาได้ยาก อีกทางที่เป็นไปได้คือ ขายกิจการ ซึ่งผมเชื่อว่ามีคนซื้อแน่นอน (และเป็นคนซื้อระดับบิ๊กเนมด้วย กะๆ เอาจากยอดสมาชิกและกระแสบล็อกที่กำลังขึ้น) วิธีนี้จะตัดปัญหาทุกอย่างทิ้งไปในทันที เพียงแต่ต้องแลกด้วยสิทธิ์ในการบริหารงาน ซึ่งเว็บมาสเตอร์ไม่ยอมชัวร์ๆ อยู่แล้ว สองประเด็นนี้ก็ตกไป



ถัดจากปัญหาการเก็บเงินในเรื่อง concept แล้ว (เก็บมั้ย เก็บแบบไหน) ก็ยังมีปัญหาการ implementation ตามมาอยู่ดี (จะจ่ายยังไง) ในประเทศที่โครงสร้างพื้นฐานทางการทำธุรกรรมออนไลน์กระจอกมากแบบเมืองไทย ลูกค้ากลุ่มเด็ก/วัยรุ่นไม่มีบัตรเครดิต ไม่มี paypal และถ้าจะใช้การโอนเงินเข้าบัญชี ทีมงานที่มีแค่ 2 คนจะมีเวลามาตรวจสอบเงินเข้าบัญชีเหรอ? อันนี้นอกขอบเขตของที่ผมจะเขียนแล้ว ก็มอบให้เป็นปัญหาของทีมงานต่อไปละกันครับ



ปัญหา: แรงไม่พอ



ผมจำคำที่พูดกับแชมป์ใน msn ได้ว่า ต่อให้มีเงินจ้างคนช่วยเพิ่มก็ตาม แต่ถ้าคนช่วยมันไม่มีใจก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้มันกลับกัน เงินไม่มีก็จริง แต่คนมีใจน่ะ เพียบเลย



Exteen เป็นสังคมที่สมาชิกค่อนข้างจะอบอุ่น (อย่างน้อยก็พวกก่อตั้งที่เห็นๆ กันมานาน) ถึงแม้ว่าส่วนมากจะไม่มีความรู้ทางเทคนิคขนาดดูแลระบบ/เพิ่มฟีเจอร์/ปรับปรุงเว็บได้ก็ตาม แต่งานอย่างอื่นที่ทำได้มีเยอะแยะ ในสายงาน support นั้น ปัญหาส่วนมากเป็นปัญหาง่ายๆ ที่เจอบ่อยๆ คนที่รู้ก็จะรู้สึกว่ามันไม่เห็นจะใช่ปัญหาเลย ในขณะที่คนไม่รู้ก็ถามอยู่นั่นแหละ



ทางแก้: หาคนมาช่วยแบบอาสาสมัคร



ปัญหา support นี่หนักกว่าการ design/development/implement อีกนะครับ มีภาระผูกพันยาวนาน ในขณะเดียวกันก็น่าเบื่อไม่มีอะไรใหม่ แต่เราสามารถแบ่งเบาปัญหานี้ออกไปจากทีมงานหลักได้ ด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่าง social network



ถ้าไม่รู้จัก social network ก็คงต้องไปหากันเอาเองว่ามันคืออะไร จากความสำเร็จของ open source, del.ici.ous หรือ wikipedia ทำให้แนวคิดของการทำงานร่วมกันในรูปอาสาสมัครได้รับการยืนยันว่า มันเป็นไปได้จริง การที่คนเราจะยินดีทำงาน เมื่อแลกกับเงินเท่านั้น มันไม่เป็นจริงต่อไปอีกแล้ว ปัจจุบันคนจำนวนมากทำงานเพื่อแลกกับอย่างอื่น เช่น ความสุขทางใจ หรือสิทธิพิเศษทางสังคม เช่น ชื่อเสียง หรือได้รับการยอมรับจากสังคม



แน่นอนว่า ทำงานเอามัน หรือได้ความสุขทางใจ มันดูอุดมคติมากเกินไป สิ่งที่ผมเสนอคือ ให้สมาชิกของ Exteen ทำงานนอกเหนือไปจากการเขียนบล็อกตามปกติ [ยกตัวอย่างเช่น ตอบปัญหาให้กับสมาชิกใหม่ เขียน FAQ หรืออันที่น่าสนใจมากคือ รายงานบล็อกที่มีปัญหา (abuse) ซึ่งฟันธงได้ว่ามันจะรุนแรงมากๆ ในอนาคตอันใกล้] เพื่อแลกกับสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งอันนี้ต้องคิดกันอีกที ยกตัวอย่างก็ได้อย่าง สร้างระบบ rank ที่สมาชิกคนอื่นโหวตให้กับสมาชิกที่มีผลงานความดี ถ้า rank ถึงในระดับนึงคุณก็เอา premium ไปฟรีๆ หรือเลื่อนชั้นเป็น moderator เป็นต้น



วิธี social network ได้รับการคอนเฟิร์มว่าเป็นไปได้จริงแน่ๆ แค่ตอนนี้ก็มีสมาชิกจำนวนหนึ่งที่อยากจะช่วยฟรีๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาจะไปอยู่ที่การ implement ระบบต่างๆ ที่ค่อนข้างซับซ้อนหน่อยเท่านั้นเอง แต่ว่าถ้ามาทำงานจริงๆ จะรู้ว่า ปัญหาทางเทคนิคไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน มันไม่น่ากลัวเลยครับ


สมาชิก premium ควรจะได้รับอะไรบ้าง



คำถามนี้ก็สามารถตอบย้อนไปได้ว่า ขึ้นอยู่กับ Exteen ในอนาคตมีแผนจะเปิดบริการอะไรบ้าง ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่รู้ครับ แต่พอจะแยกได้เป็น 2 กรณี คือ สิทธิที่ต้องได้ชัวๆ คิดง่ายทำง่ายเห็นผล กับสิทธิพิเศษที่นี่ที่เดียว ต้องใช้เวลาและเป็นเรื่องของอนาคต แต่ถ้าทำได้ก็เป็นจุดขายเลยทีเดียว



สิทธิขั้นต้น



อันนี้ลิ่วเขียนถึงไปหน่อยแล้ว ก็เห็นด้วยเกือบหมด อันที่ต้องมีแน่นอนคือการแปะตราว่า ชั้นเป็น premium นะ และตอกย้ำถึงสถานภาพทางสังคม (ออนไลน์)​นี้บ่อยๆ การอวดว่าเป็น premium มันไม่ได้ดูน่าหมั่นไส้เหมือนไฮโซบอกว่าตัวเองเป็นไฮโซเสมอไปนะครับ ถ้าเล่นกับความรู้สึกดีๆ การเป็นสมาชิก premium มันก็ดูน่าอิจฉาเหมือนคนถือ ipod nano นั่นแหละ



การตอกย้ำความเป็น premium ก็ทำได้หลายแบบ เช่น พื้นที่เฉพาะแยกออกมาเป็นพิเศษในหน้าแรก ใหญ่กว่าเด่นกว่าตกช้ากว่า ดีไม่ดีช่วงแรกที่สมาชิกยังน้อยอยู่ เว็บมาสเตอร์อาจเสียเวลามาเขียนบรรยายลักษณะของบล็อกสมาชิก premium แบบสั้นๆ ให้ด้วย (ซึ่งแบบปกติมันไม่มี) อย่างอื่นอาจเป็นตรา premium ที่จะแปะอยู่ท้ายชื่อสมาชิกคนนั้นเสมอเวลาไปคอมเมนต์บล็อกคนอื่น (วิธีการเดียวกับที่ flickr ใช้)​อันที่ควรมีอีกก็คือการได้ฟีเจอร์/ธีมใหม่ก่อนคนอื่น ถ้าเอาใจกันหน่อยก็อาจมีฟีเจอร์/ธีมสำหรับ premium เท่านั้นก็ยังได้เลย



สิทธิในอนาคต



นี่คือไอเดียที่คิดออกในตอนนี้ครับ บางอันมันก็เพ้อฝันนิดๆ แต่อย่าลืมว่านี่เป็นแค่ brainstorming หาอันดีแล้วคัดอันห่วยออก

  • Group Blogging / Planet : สิ่งที่สังเกตคือบน Exteen มีพวก cosplay หรือไม่ก็กลุ่มการ์ตูน  dojin ค่อนข้างเยอะ ซึ่งคนพวกนี้มีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะคือรักกลุ่มของตัวเองมาก ทำงานกันเป็นทีม และไม่ค่อยมีกิจกรรมกับคนนอกกลุ่ม สิ่งที่ Exteen ได้ประโยชน์แบบไม่ต้องเปลืองแรง คือ ระบบสมาชิกแนะนำสมาชิก ประมาณกูเขียนที่นี่ มึงก็เขียนที่นี่ด้วยสิ เป็นต้น และเมื่อสมาชิกทุกคนในกลุ่มเขียนบล็อกที่เดียวกัน สิ่งที่ทำได้ก็คือ บล็อกกลุ่ม (Group Blogging) ยังไงล่ะครับ ถ้าการเขียนบล็อกกลุ่มมันยากเกินไปในการ implement ก็อาจเริ่มจากการดึง feed ของสมาชิกในกลุ่มมาแสดงยังบล็อกกลางของกลุ่มก่อนได้ แนวคิดแบบเดียวกับ planet เพียงแต่ไม่ต้องลงมือติดตั้ง / คอนฟิกเอง Exteen เตรียมไว้ให้ แค่ใส่ชื่อสมาชิกในกลุ่มก็ได้ planet ทันที ขอแค่คุณจ่ายตังเท่านั้นแหละ
  • Photo Space / Online Storage : วิธีนี้ผมนึกถึง flickr ก่อน แต่นึกไปนึกมาก็เจอตัวอย่างที่ตรงกว่าคือ MSN Space สาเหตุคือคำถามที่ผมเห็นบ่อยๆ บน Exteen คือ จะเอา [รูป/เพลง/หนัง] ลงบล็อกได้อย่างไร แสดงให้เห็นว่าสมาชิกส่วนมากสนใจการ customize บล็อกตัวเอง และแชร์ไฟล์พวกนี้ให้กับเพื่อนๆ เป็นอย่างมาก เนื้อที่ของ Exteen สิบเมกมันก็เท่าแมวดมแล้วในทุกวันนี้ (MP3 สามไฟล์ก็เต็มแล้วนะ) ดังนั้นก็เป็นไปได้ว่า สมาชิก premium ได้ space เพิ่ม และส่วนจัดการกับ space ในการแชร์รูป/เพลง/หนัง ให้กับเพื่อนได้ง่ายๆ ในระดับเดียวกับ MSN Space (ไม่ใช่ FTP upload หรือแสดงไฟล์ที่มีเป็น tree เรียงๆ)



    วิธีหนึ่งที่เป็นไปได้คือ หาพันธมิตรแบบเดียวกับ flickr (ในเมืองไทยตลาดนี้ยังว่าง ไม่รู้มีใครสนใจทำมั้ย) ส่วนอีกวิธีก็คือทำเองทั้งหมด แต่อย่าลืมว่าคู่แข่งโดยตรงคือ MSN นะครับ ชื่อมันค้ำคอ

นึกไม่ออกแล้วไปนอนก่อน จบมันซะดื้อๆ ยังงี้แหละ

Keyword: 

Comments

อยากได้พรีเมี่ยม อยากเป็นไฮโซ จ่ายเท่าไรจะได้

ชอบไอเดียคุณมาร์คครับ...คิดเป็นระบบดี
ชอบเรื่อง ระบบ suport แนวอาสาครับ..
ชอบเรื่อง group bloging + photo space ที่เอามาแชร์กันได้ด้วยครับ.

เรื่องเก็บตังส์ผมเห็นด้วย..อยู่แล้วครับ
จะเก็บมากเก็บน้อยก็ว่าไป..แต่พอมีเรื่องเงินมาก็จะมีเรื่องความโลภตามมา
ก็ต้องบริหารให้ดี..ความโลภในที่นี้..อาจจะไม่ได้มาจากตัวทีมงานปัจจุบัน
แต่อาจจะมาจากอนาคต..ใครก็ไม่รู้ก็ได้..เงินน่ากลัวครับ..ต้องดูดีๆ...
แล้วอดนอกเรื่องไปถึง คำคมที่เกี่ยวกับคนและเงิน..จำไม่ได้ว่าจากใคร
จำได้แต่ว่าเป็นคนจีน..คนเป็นสัตว์ป่า แต่เงินคือหัวใจของสัตว์ป่า..

ผมกลับเห็นว่า กายขายไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ถ้าหาจุดที่ลงตัวได้ เว็บที่ซื้อไปถ้าใหญ่อยู่แล้วคงไม่ได้ต้องการจะมาทำเงินกับ blog ตรงๆ แต่น่าจะอยากได้ไปเพิ่ม profile กับเอาเทคโนโลยีดีๆ ของที่นี่ไปใช้

ถ้า bloggang ยอมซื้อแล้วให้บริหารได้ตามใจอีกอย่างน้อยสองปีโดยไม่มีข้อแม้ เอาป่าว?

ก็เป็นเรื่องจริงที่อาจต้องแข่งกับ MSN Space แต่เค้ามีจุดเด่นของเค้า เราก็มีจุดเด่นและจุดแข็งของเรา ... ในเรื่องสังคม MSN ไม่มีทางสู้ได้เลย เนื่องจากเป็นบริการขนาดใหญ่ ครอบคลุมทั่วโลก (ยกเว้นจะมาทำ Website เฉพาะเหมือน Exteen) ... และเช่นเดียวกับที่ทรัพยากรต่างๆเราไม่มีทางเทียบ MSN ติด ทั้ง Server, HD Capacity, Staff ... จริงๆเหมือนกับอยู่คนละตลาด

ไดฮับเป็นเหมือนชนวนอันใหญ่เลยนะ ในการกระตุ้น Exteen ให้มีการเปลี่ยนแปลง ก็ถูกต้องเลยที่ควรเปลี่ยน และควรเริ่มวางแผนทุกอย่างได้แล้ว ตอนนี้เลย

เรื่องจ่ายแล้วมี feature เพิ่มขึ้นนี่ก็น่าสนนะครับ
แต่ต้องชัวร์ว่า ไม่ได้ไปลด feature ของผู้เล่นทั่วๆไป ไม่งั้น เด๋วมีปัญหากันอีก

แต่ถ้าเก็บเงินต้องระวังปัญหาอย่างที่คุณ jrp13th บอกไว้ด้วยนะครับ

เคยเข้าไปใช้บริการที่ Exteen อยู่พักนึงครับ ตอนนั้นทำทั้งบน msn ด้วย สรุปสุดท้ายก็ย้ายกลับมาเอ็มเอสเอ็น เพราะว่าเรื่องของการโปรโมตในตัวแมสเซ็นเจอร์ เนื่องจากเราคาดหวังให้เพื่อนมาอ่านมากกว่า ลงในเอ็กซ์ทีนมีแต่ใครก็ไม่รู้มาเม้นท์
เรื่องของเรี่องคือ ผมมายด์เรื่องการสื่อสารให้ช่องทางระหว่างเพื่อนมากกว่า ซึ่งเพื่อนที่อ่านในเอ็มเอสเอ็นคือเพื่อนเรา ส่วนที่อ่านในเอ็กซ์ทีนนั้นเป็นทางออนไลน์เท่านั้น หากว่าเรามีวิธีทำให้เพื่อนเรารู้ว่าเราอัพแล้วนะเหมือนที่ เอ็มเอสเอ็นทำได้ผมคิดว่าจะมีมาก ๆ
แต่ข้อดีของเอ็กซ์ทีนคือ ใครก็เม้นท์ได้ ไม่เหมือน msn ต้องมีพาสปอร์ตเท่านั้น นี่แหละก้เซ็ง

ยาวเชียว

ยาวเชียว ขอบคุณมากครับ

ส่วนคอมเมนต์จริงๆ ไว้คุยกันใน msn :p

ใช้ที่ exteen

ใช้ที่ exteen อยู่
มาเจอ blog นี้โดยบังเิอิญ
อ่านละเห็นด้วยอย่างแรง
โดยเฉพาะที่ว่า limit มันใกล้เข้ามาอย่างแรง

ที่จริงกา

ที่จริงการขายก็ไม่ได้แย่อะไรนะคะ แต่แบบหัวอก webmaster อยู่เหมือนกัน ถ้าเห็นใครมาทำอะไรกับเว็บตัวเองขณะที่เราได้แต่ยืนมองก็รู้สึกแย่ แต่หลังๆรู้สึกจะขายกันเกือบหมดแล้วนี่คะ Livejournal ที่กระเืสือกกระสนมาได้ห้าปีก็ขายไปเมื่อต้นปีนิ

ขออีกที

ขออีกที เราเคยใช้ exteen อยู่เหมือนกัน แต่มีปัญหาเรื่องใครก็เปิดอ่านได้เนี่ยแหละ ปัจจุบันใช้ Livejournal อยู่ค่ะ ใช้มา 2-3ปี ได้ละ ซึ่งถือว่านานนะคะ ก่อนหน้านี้ก็เคยใช้ของไทยอยู่เหมือนกัน diaryhub หรือ storythai ก็ด้วยเหตุผลเดียวกับคุณ Yacht คือต้องการให้กลุ่มเพื่อนมาอ่าน ตอนนั้นก็ใช้ LJ ไปด้วยเหมือนกัน อารมณ์แบ่งบล็อกไทยกับบล็อกอังกฤษ แต่สุดท้ายด้วย feature หลายๆอย่างก็กลับไปตายรังค่ะ ที่ใช้ยืดๆก็มี LJ กะ Blogger สมัยก่อนนู้นน(สมัยที่ยังโง่ PHP)ประมาณปี 2000 ที่ใช้เป็นปี ตอนนี้ก็จ่ายตังค์เป็น paid-member อยู่เป็นรายปี

ขอจาระไนข้อดี-ข้อเสียนะคะเผื่อใครที่พัฒนาระบบ blog ไทยอยู่จะได้ใช้ประโยชน์
feature ที่ดีๆก็เช่น
- Userpics (member 6|paid-member 30+เพิ่ม1อันทุกเดือนที่จ่ายตัง|paid+add-on 100) เป็นสีัสันที่ดีค่ะ ถึงแม้ว่าซื้อ add-on มาแล้วจะใช้ไม่หมดก็ตาม
- Customized Layout
ที่จริงมันเป็นคุณสมบัติของ paid members แต่ members ต๊อกต๋อยก็สามารถใช้ 'overlaid code' ทำให้หน้าบล็อกตัวเองดูโปรได้เหมือนกันค่ะ อันนี้แล้วแต่ฝีมือ ข้อนี้ผสมกับ userpics ก็ดึงพวกมนุษย์ graphic design ไว้ได้อยู่หมัดแล้วค่ะ
- Security System
ที่ทำให้เราสามารถตั้งในบาง entry เห็นได้เฉพาะเพื่อนๆ บาง entry ใครก็ดูได้ บาง entry เราเห็นได้คนเดียว ถึงจะคิดว่ามันไม่สำคัญอะไรแต่มันทำให้เราสามารถโพสต์ ท ุก อ ย ่า ง ได้จริงๆ ปรกติเปิดหรา อยากด่าคนแต่กลัวโดนฟ้องก็ friend รันทดชีวิตอยากบ่นคนเดียวก็ private
- Friends page
เป็นอะไรที่โดนใจมาก เพราะทำให้เราอ่าน update ของเพื่อนในลิสต์ได้ในหน้าเดียว ไม่ต้องตระเวนไปหน้า LJ ของคนนั้นๆ เชื่อหรือไม่ว่าการตระเวนอ่านทั้งลิสนี่ใช้เวลาเป็นวันนะคะ แถมบางทีไปแล้วมันยังไม่อัพอีกต่างหาก
- Community
เป็นที่เห็นพ้องต้องกันในกลุ่มเพื่อนแล้วค่ะว่า LJ มีทุก fandom imaginable ในโลก มี tutorial เกือบทุกอย่าง และมีข่าวจากทุกวงการ ยิ่งใช้รวมกับ Friends page แล้วก็เป็น FeedReader ดีๆนี่เอง
- Comment Alert
แจ้งเตือนทางเมล์ค่ะ จะปิดก็ได้ มันมีประโยชน์มากตรงเวลาเราไปสอบถาม/คอมเม้น/โพสต์เอนทรี่ ที่อื่นที่ไม่ใช่ LJ ของเรา
- Comment Tread
โดยส่วนตัว เราคิดว่านี่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการที่ Weblog Hosting Service จะก้าวไปเป็น Visual Community การคุยกันผ่าน comment เป็นทางนึงที่ทำให้รู้จักกันดีขึ้นโดยไม่ต้องไปแอด msn/aim (ซึ่งจะตามมาทีหลังถ้าเริ่มคุยถูกปาก) แถมไม่งงด้วยว่า เอ๊ะ อันนี้เค้าโพสต์ตอบเราหรือคอมเมนท์ก่อนหน้านี้นะ
- ทางเลือกที่หลากหลาย
ข้อนี้เพิ่งจะเพิ่มขึ้นมาหลังจากที่ LJ เปลี่ยนเจ้าของกิจการ คุณสามารถจะทำตัวสมถะใช้ member ธรรมดาต่อไป หรืออาจจะหัวสูงแต่ไม่อยากจ่ายก็อณุญาติให้ LJ แปะแบนเนอร์โฆษณาในหน้าของตัวเองแล้วรับสิทธิ์เพิ่ม(แต่น้อยกว่าจ่ายอยู่ดี) หรือถ้ามีเงินมีบัตรมี paypal ก็จ่ายตังค์ซะแล้วเอา feature เจ๋งๆเพิ่ม (ปรับหน้าLJได้สบายขึ้น, customized S2 style, โพสต์เป็นเสียงผ่านมือถือ, โพสต์ผ่านเมล์(ก็มือถืออีกอ่ะล่ะ) บลาๆ) หรือเป็น paid member ธรรมดายังไม่สะใจคุณ ก็ซื้อ add-on เพิ่มได้อีก (feature เดิมแต่เพิ่มปริมาณ) ซึ่งอันนี้เราว่า exteen น่าจะพิจารณาเป็นทางนึงในการเปลี่ยนจาก free ไปเป็น commercial service นะคะ