What's Wrong at SGI?

ผมพยายามอ่านบทความนี้มา 3-4 วัน เนื่องจากมันยาวและ (ต้องมีอะไรมาขัดทุกทีสิน่า) จบแล้วก็มาบันทึกไว้ ถ้าใครไม่มีพื้นลองดูข่าวเก่าๆ ใน Blognone ประกอบ

บทความที่ว่าชื่อ THE SAD SAGA OF SILICON GRAPHICS ลงใน BusinessWeek

ความสำคัญของบทความนี้ก็คือ มันถูกเขียนขึ้นเมื่อปี 1997!!! (ผมไปเจอมันจากบทความภาคต่อ ซึ่งลงใน BW เหมือนกัน)

ถ้าเป็นเด็กที่โตทันยุค Jurassic Park แบบผม Silicon Graphics ในยุคนั้นคือเทพเจ้า (มันใช้สร้าง T-Rex นะครับ ตอนนั้น T-Rex คือสิ่งมีชีวิตที่คูลที่สุดในจักรวาล) Jurassic Park ฉายในปี 1993 แต่พอมาถึงวันที่ในบทความก็คือ 1997 ดาวรุ่งก็กลับกลายเป็นดาวร่วงเรียบร้อย และผลกระทบนั้นก็สืบเนื่องยาวนานมาจนถึงปี 2009

อะไรคือความผิดพลาดของ SGI? ตามที่บทความของ BW (ฉบับ 1997) บอกไว้ ข้อแรกคือ SGI ตกขบวนอินเทอร์เน็ต โดยไปหลงมัวเมากับกระแส Web TV แทน

การหลงไปกับกระแส Web TV ไม่ใช่เรื่องผิด ไมโครซอฟท์ก็เคยทำ Web TV และ Java นั้นก็เป็นภาษาที่ตั้งใจสร้างมาเพื่อรันบน Web TV แต่คำถามคือทำไมบริษัทเหล่านี้ คัมแบ็คกลับมาได้ ในเชิงธุรกิจและการแข่งขันแล้ว นี่ถือเป็นความสามารถในการปรับตัว มากกว่าการพยากรณ์อนาคตที่ถูกต้องหรือเปล่า (เพราะเราไม่มีทางพยากรณ์อนาคตได้ถูกต้อง)

เรื่องที่น่าเศร้าของ SGI กับอินเทอร์เน็ตก็คือ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง SGI คือ Jim Clark นั้นกลับแยกตัวไปเปิด Netscape ซึ่งเป็นตำนานของอินเทอร์เน็ตในยุคนั้นได้อีกต่างหาก และน่าเศร้ายิ่งกว่าคือ Jim Clark แยกตัวออกไปเพราะว่าทะเลาะกับอดีตผู้ก่อตั้งอีกคนคือ Edward McCracken ซะงั้น

นอกจากอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังมีเรื่องว่า SGI ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไปของตลาดเซิร์ฟเวอร์และเวิร์คสเตชันชั้นสูง สุดท้ายแล้วตลาดนี้ก็โดนกินไปโดย Sun/HP/Dell/IBM สี่จตุรเทพ (อีกรายที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันคือ Cray)

ตลาดกราฟฟิก 3 มิติก็ไปในทำนองเดียวกัน ถ้า SGI ยังยึดกุมความสามารถแข่งขันในตลาดนี้ไว้ได้ ผมคิดว่าน่าจะออกมาประมาณ NVIDIA ในปัจจุบัน

กล่าวโดยสรุปแล้ว ปัญหาของ SGI ในเชิงการบริหาร ก็คือ

  1. ไม่สามารถปรับตัวตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปได้
  2. ขยายตัวในตลาดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ core competency มากเกินไป เช่น เคเบิล WebTV
  3. การบริหารงานทั่วไป เช่น ผู้บริหารมีพฤติกรรมที่ทำให้ลูกน้องไม่มั่นใจ (McCracken มีปัญหาชู้สาว)

อย่างที่ผมเขียนไปแล้วว่าผมไม่ให้น้ำหนักกับ (2) มากนัก เพราะใครๆ ก็ทายผิดได้ แต่ (1) น่าจะเป็นประเด็นที่สำคัญกว่า คือทายผิดแล้วจะปรับตัวแก้ไขได้เร็วแค่ไหน ส่วน (3) คงเป็นผีซ้ำด้ำพลอยมากกว่า

ปัญหา (1) นี้เป็นปัญหายอดนิยมของอดีตยักษ์ใหญ่ในทุกวงการ (ยิ่งใหญ่มากก็ยิ่งปรับตัวช้ามาก) ตัวอย่างที่มีมาแล้วได้แก่ IBM, Apple และ Disney ปัจจุบัน Microsoft กำลังเริ่มประสบปัญหาเช่นนั้น

โลกไม่ได้เหี้ยมโหดถึงเพียงนั้น โอกาสยังมีอยู่เสมอ IBM, Apple, Disney สามารถ "คัมแบ็ค" กลับมาได้ ส่วน SGI, Cray, DEC นั้นอาจอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่ามีโอกาสแต่ทำไม่สำเร็จก็เท่านั้น (และ Sun กำลังจะเป็นรายถัดไป ถึงแม้ว่าจะจบสวยกว่า SGI หรือ Cray มากก็ตาม)

ถ้าเราสังเกตให้ดีๆ IBM, Apple, Disney กลับมาด้วย paradigm shift หรือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในวิธีการทำธุรกิจ IBM เปลี่ยนจากขายฮาร์ดแวร์มาเป็นการขายเซอร์วิส ส่วนแอปเปิลก็เปลี่ยนมาขาย experience ยกชุด (hardware-software-content-solution) ดิสนีย์แก้ง่ายๆ โดยการซื้อ Pixar มาเสียเลย (สถานการณ์ของดิสนีย์ไม่วิกฤตมากเพราะมีธุรกิจขาอื่นๆ ค้ำอยู่)

ถ้าใช้ตรรกะอันนี้มาพิจารณา SGI ก็ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้วยจึงจะอยู่รอด เพียงแต่ SGI หากระบวนทัศน์ใหม่ไม่เจอในเวลาที่กำหนด (เงินที่น้อยลงไปเรื่อยๆ) เมื่อนาฬิกาหยุดเดิน SGI ก็ดับสลายกลายเป็นดาวจ้องมองมนุษยชาติต่อไป

อย่างที่เคยเขียนไปแล้วว่า อีกรายที่กำลังดิ้นสุดชีวิตก็คือ Palm ก็คอยลุ่นกันว่าจะทันหรือไม่

เดี๋ยวไว้มีโอกาส ผมคงไปบิดคอมของ SGI ใน eBay มาเก็บไว้สักเครื่องก็ดีเหมือนกัน เวิร์คสเตชันเขาเท่ทุกตัวโดยเฉพาะ O2

Comments

อีกรายที่ผมคิดว่าน่าจะเข้าข่า

อีกรายที่ผมคิดว่าน่าจะเข้าข่าย (1) คือ Delphi

Delphi เคยยิ่งใหญ่ (หรืออย่างน้อยก็เกือบยิ่งใหญ่) ในยุคที่ WinForm กับ native byte code กำลังเฟื่องฟู พอมาถึงยุค internet+VM อย่างตอนนี้ Delphi ปรับตัวไม่ทัน ได้แค่ไปซบ .NET (คำถามคือ ทำไมต้อง Delphi ในเมื่อมี C# ใน .NET) ก็เลยดิ่งลง ๆ เรื่อย ๆ

จริงอยู่ Delphi อาจมีปัญหาอื่นบ้าง เช่น platform (ที่ดันรันได้แค่บน Windows), ไม่มี innovation ให้ได้เห็น, library ไม่ครอบคลุมทุกการใช้งาน แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ก็คงเป็นเรื่องการปรับตัวอยู่ดี

ถ้ากฎหมายลิขสิทธิ์ยังยืดให้

ถ้ากฎหมายลิขสิทธิ์ยังยืดให้ Mickey Mouse ไปเรื่อยๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรสำหรับ Disney

อยากสัมผัส Indigo 2 อีกครั้ง

อยากสัมผัส Indigo 2 อีกครั้ง

บ้านกูมี O2 นะ ซื้อมานานล่ะ

บ้านกูมี O2 นะ ซื้อมานานล่ะ ไว้ไปหามาถ่ายรูปเล่น

O2

O2 มีพี่คนหนึ่งบอกว่ามันเหมือนรองเท้ากีฬา -_-'

หนึ่งในเครื่องคอมพิวเตอร์เทพท

หนึ่งในเครื่องคอมพิวเตอร์เทพที่เคยอยากใช้

เกิดไม่ทัน -___-!

เกิดไม่ทัน -___-!

Palm ก็รอลุ้น Pre

Palm ก็รอลุ้น Pre อย่างเดียวแหละ ถ้ารอดก็จบ ถ้าไม่รอดก็จบเหมือนกัน

Cobalt Cube น่ารักกว่าเยอะเลย

Cobalt Cube น่ารักกว่าเยอะเลย http://en.wikipedia.org/wiki/Cobalt_Qube

หา Cobalt ใส่ใน Rack รับรองสีสวยมากๆ