สองไม่เอา

ต้องออกก่อนตัวว่าหลังจากรัฐประหาร 19 กันยาเป็นต้นมา ผมตามอ่านงานของ อ. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) อยู่พอสมควร และงานของ อ. สมศักดิ์มีอิทธิพลต่อวิธีคิดหลัง "โพสต์-รัฐประหาร" ของผมอยู่มากเช่นกัน

ถ้าสนใจงานเขียนของ อ. สมศักดิ์ ตัวแกเองรวบรวมไว้บนเว็บหมดแล้ว เลือกอ่านกันได้ตามสะดวก (หมายเหตุ: เยอะมาก ผมก็ยังอ่านไม่หมด)

จุดยืนทางการเมืองของผมอันหนึ่งคือ ไม่นิยมพวกสองไม่เอา ด้วยเหตุผลเดิมว่าไม่ยอมเสนอโซลูชันที่ปฏิบัติได้จริง (ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มโนโหวตด้วย อ่าน The Balance of The Force และ No Vote - ข้อเสนอของผมคือถ้าไม่ชอบทั้งสองฝ่าย ก็ตั้งพรรคที่สามขึ้นมาสิ)

วันนี้ประชาไทลงพิมพ์ความเห็นของ อ. สมศักดิ์ ต่อข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองของกลุ่ม สนนท. และประกายไฟ (ซึ่งเป็นกลุ่มสองไม่เอาแบบหนึ่ง ข้อเสนออันหนึ่งคือให้เลือกนายกโดยตรง)

หลังจากอ่านความเห็นของสมศักดิ์แล้ว ผมก็เข้าใจตัวเองกระจ่างขึ้นว่า "ทำไมตูไม่นิยมพวกสองไม่เอา" นะ ได้เหตุผลสนับสนุนใหม่ๆ ที่เดิมตัวเองมองไม่ออก ต้องถือว่าสมศักดิ์เจ๋งจริงๆ ในงานสายนี้ ขอ quote พร้อมตัวเน้นของผมเองเช่นเดิม

ทีนี้ ปัญหาคือ - ดังที่ผมพยายามยืนกรานมาตลอดตั้งแต่ปี 2549 ว่า จุดยืน “2 ไม่เอา” นี้ผิด เพราะ คุณไม่สามารถ ยืนยัน พร้อมๆกันว่า “นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง” (คัดค้านพันธมิตร) ขณะเดียวกัน ก็ตะโกนว่า “ไม่เอาทักษิณ” ได้

เพราะทักษิณ มาจากการเลือกตั้งจริงๆ

(ผมจะไม่ขอพูดเรื่องนี้ซ้ำอย่างละเอียด แต่ใครที่อ่านที่ผมเขียนทางเว็บมาตลอด 2 ปีเศษนี้ น่าจะยังพอจำได้)

อันที่จริง - และนี่คือประเด็นสำคัญ - มองในแง่ ความเป็นจริง อาจกล่าวได้ว่า

ทักษิณ คือ “นายกฯเลือกตั้งทางตรง คนแรกของประเทศไทย”

...

ปัญหาการเมืองปัจจุบันจริงๆ ที่กำลัง “ประลองกำลัง” กันอยู่ คือ

“คุณจะยอมรับการเลือกตั้งเสียงข้างมาก เป็นตัวตัดสิน การเลือกผู้นำประเทศหรือไม่”

อันนี้ต่างหาก

จะเลือกโดยตรง หรือ ไม่โดยตรงอย่างปัจจุบัน

ฝ่าย พันธมิตร, “24 อธิการ” และแม้พวกคุณเอง ก็ล้วน “ไม่ยอมรับ” ทั้งสิ้น

ซึ่งแสดงออกมาตลอด 3 ปีนี้ ด้วยการ “ไม่เอาทักษิณ” แล้วก็ “ไม่เอาสมัคร” และในปัจจุบัน “ไม่เอาสมชาย” (ซึ่งพวกคุณแชร์ด้วย)

ข้อเสนอทางการเมืองนั้น ผู้เสนอต้อง “คิดให้ตลอด” (think-through)

ช่วงหลังมีคนเข้ามาอ่านบล็อกผมเยอะขึ้นมาก และมี "พวกที่อ่านแล้วจับประเด็นไม่ได้" เพิ่มขึ้นเยอะ ดังนั้นขออธิบายแบบชัดๆ ไว้กันท่าคนกลุ่มนี้เสียหน่อย

  • แนวคิดแกนหลักของทั้ง อ. สมศักดิ์, อ. วรเจตน์ (อ่าน ชำแหละการเมืองใหม่) และตัวผมเองด้วย คืออันที่ทำตัวหนาไว้ข้างบน หลักการสำคัญกว่าตัวบุคคล
  • หลักการในที่นี้คือ "การคัดเลือกตัวผู้นำประเทศด้วยการลงคะแนนเสียง"
  • ไม่ว่ารักใคร เกลียดใคร จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม เมื่อการตัดสินยุติแล้ว ก็ต้องยอมรับ
  • ถ้าชอบก็โอเค ถ้าไม่ชอบ ก็ไปว่ากันรอบหน้า ไปซุ่มฟิตฝ่ายตัวเองมาให้แกร่งขึ้นเจ๋งขึ้น (เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นที่พระเอกต้องแพ้ก่อน)
  • ฝ่ายสองไม่เอา มี flaw สำคัญที่ขัดแย้งกับแนวคิดแกนหลักข้างต้น นั่นคือฝ่ายสองไม่เอา ยึดติดกับตัวบุคคล ให้อธิบายละเอียดคือ
    • ไม่เอาพันธมิตร: เพราะทำรถติด ผิดกฎหมาย หยาบคาย หนวกหู กินใบกระท่อม ฯลฯ
    • ไม่เอาไทยรักไทย: เพราะโกง เอื้อพวกพ้อง กร่าง ไม่เสียภาษี หน้าเหลี่ยม อิจฉาโอ๊คควงดารา ฯลฯ
  • จากข้อที่แล้ว ผมยกเหตุผลมั่วๆ ขึ้นมาเพื่อชี้ว่า เหตุผลในการไม่เอา ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเหตุผลเป็นเรื่องส่วนบุคคล (เช่น อาจไม่ชอบสนธิลิ้มเพราะเป็นเจ๊ก)
  • ด้วยตรรกะเรื่องแนวคิดแกนหลัก เราไม่มีเหตุผลใดๆ ในการสนับสนุนฝ่ายพันธมิตร (ดังนั้น ประเด็นนี้เห็นตรงกันกับพวกสองไม่เอา)
  • แต่ปัญหาอยู่ที่ ฝ่ายไทยรักไทยได้อำนาจรัฐมาอย่างถูกต้อง ดังนั้นการที่สองไม่เอาปฏิเสธฝ่ายนี้ (จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ซึ่งเป็นเหตุผลส่วนตัว) จึงไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะมันแย้งกับวิธีคิดแบบหลักการ (ประเด็นนี้จึงเห็นแย้งกับสองไม่เอา)

อ่านมาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนมีคำถามว่า อ้าว ก็มัน [โกง|เอื้อพวกพ้อง|ไม่จ่ายภาษี|หน้าเหลี่ยม|จมูกโต|น้องเขย|ไม่ใช่คนใต้] นี่ จะให้อยู่เฉยๆ งั้นหรือ

  • คำตอบก็คือใช่ครับ เพราะวิธีคิดของสำนักนี้ (อ.สมศักดิ์, อ.วรเจตน์) ถือว่า มติของประชาชน (จากการเลือกตั้ง) มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด (ยกเว้นรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นมติ "ฉบับถาวร" ของประชาชน)
  • สิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศลงมติ ย่อมมีอำนาจเหนือกว่าความรู้สึกส่วนตัวของคนบางกลุ่ม (เช่น [โกง|เอื้อพวกพ้อง|ไม่จ่ายภาษี|หน้าเหลี่ยม]) อยู่แล้ว อันนี้เข้าใจง่าย
  • อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ​ (อำนาจสูงสุดกว่า) ได้ควบคุม และเปิดช่องให้ตรวจสอบอำนาจชั่วคราวจากการเลือกตั้งไว้อยู่แล้ว เช่น
    • จำกัดวาระของผู้นำไว้ครั้งละ 4 ปี
    • เปิดโอกาสให้ล้มรัฐบาลได้ (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร โกงหรือเหม็นหน้า) ด้วยวิธีการทางรัฐสภา (ซึ่งมาจากอำนาจของประชาชนทั้งประเทศ ผ่านการเลือก ส.ส. เช่นกัน) ซึ่งได้แก่ อภิปราย และยุบสภา (ถ้าเป็น รธน. สหรัฐก็จะมีอิมพีชเมนต์เพิ่มเข้ามา แต่ก็ยังเป็นวิถีของรัฐสภาอยู่)

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้สามารถอธิบายประเด็นใน Twitter Debate ได้ว่า โกงมากอันดับแรกหรืออันดับสอง (หรือจะเป็นหน้าเหลี่ยม ฟันเหยิน จมูกโต ตาเข) ล้วนแต่เป็นความเห็นส่วนตัวของแต่ละคนแต่ละกลุ่มเท่านั้น มันไม่สามารถนำมาใช้มาล้มล้าง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง (จากคนทั้งประเทศ) ออกไปได้

ถ้าอยากล้ม (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็ไปใช้วิธีการทางสภาโน่น (เช่น อภิปราย, ตั้งพรรคขึ้นมาแข่ง ฯลฯ) ไม่ใช่รัฐประหาร ยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน นายกพระราชทาน โซ่ข้อกลาง หรือรัฐบาลแห่งชาติ

ถ้าคิดว่าวิธีการทางสภามันใช้ยากเกินไป คนธรรมดาเดินดินไม่สามารถ ก็แก้รัฐธรรมนูญสิครับ

หมายเหตุ: ในข้อเสนอของ สนนท. และกลุ่มประกายไฟ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจและน่าถกกันยาวๆ อีกหลายอย่าง เช่น เสนอให้นำระบบลูกขุนมาเพื่อลดอำนาจ (ล้นฟ้า) ของตุลาการ, เสนอให้เก็บภาษีมรดก (ศักดินาร้องเจี๊ยกแน่), ยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ, ลดงบประมาณกองทัพ ย้ายทหารออกไปจากกรุงเทพ ฯลฯ ซึ่งอยู่นอกขอบเขตของบล็อกนี้ ถ้าสนใจก็ติดตามอ่านกันเองตามลิงก์ที่ให้ไว้ในช่วงต้นๆ

Keyword: 

Comments

อ๊ะ

อ๊ะ เลขโหนดสวย หัวข้อสองไม่เอา ได้เลข 2222

นึกว่าจะส

นึกว่าจะสรุปเป็นน้องเอมอีกรอบ!

“ด้วยเหตุ

"ด้วยเหตุผลเดิมว่าไม่ยอมเสนอโซลูชันที่ปฏิบัติได้จริง" คนเสนออาจมองว่าว่าทำได้ก็ได้

@nau-al

@nau-al ทำได้ก็ทำเลยครับ 3 ปีกว่าแล้วยังไม่เห็นทำอะไรเลย

@mk

@mk เข้าใจแล้วครับ ยังไงต้องให้ได้เป็นรํฐบาล ได้ผ่านกฎหมายก่อนสินะ หรือไม่ก็เสนอรัฐบาลชุดปัจจุบันพิจารณา

อ่านบทควา

อ่านบทความทางด้านการเมืองในช่วงที่ผ่านมาก็ต้องขอเขียนผ่านบล็อกคุณ mk ครับว่า ดูเหมือนที่เวทีไหนๆก็ไม่มีที่ยืนให้กับกลุ่มสาม (คือเป็นกลุ่มสองไม่เอาที่เลือกพรรคที่สามไปแล้ว) โดยถูกโยนให้ไปรวมกับกลุ่มสองไม่เอาที่ไม่ทำอะไรเลย
ผมไม่แน่ใจว่า กลุ่มนี้ (ซึ่งจะดูจากการจำแนกแบบไหน ก็จะตกอยู่ในกลุ่มสองไม่เอา) มีสัดส่วนอยู่มากน้อยแค่ไหนเพราะยังไม่มีใครแยกสัดส่วนของกลุ่มนี้ออกมา โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เลือกพรรคที่สามไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นพรรคที่ไม่มีบทบาทอะไร และไม่ได้ตั้งรัฐบาล แต่กลุ่มนี้ก็ยินดีรอ
ดูเหมือนกลุ่มนี้จะเป็นฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล เพราะคิดไม่ต่างกันในด้านหลักการของการเข้าสู่อำนาจและการตรวจสอบ

แต่กลุ่มนี้ไม่ได้เลือกรัฐบาลนี้

ดูเหมือนช่วงเวลานี้ เหล่าผู้รู้ทางการเมืองในบ้านเรา จะพยายามเสนอให้เลือกระหว่างกลุ่มไดกลุ่มหนึ่ง แล้วชี้ไปที่อีกฟากหนึ่งว่าบกพร่องเพียงไหน แทบไม่แตกต่างกัน ต่างฝ่ายต่างมีคำอธิบายที่คมคายสามเหตุสมผล (แม้จะมีบางช่วงตอน บางมุ้งที่ดูกระทบกระแทก) ว่าการลดบทบาทของอีกฝ่ายหนึ่งนั้นสำคัญแค่ไหน จะทำยังไงให้การเลือกตั้ง (หรือกระบวนการไดๆในการเข้าสู่อำนาจ) ออกมาแล้วอีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้เข้ามา หรือเข้ามาแต่มีบทบาทได้น้อยลง
ประชาธิปไตยของเราดูเหมือนถูกเหวี่ยงไปมา จากเดิมโดยอำนาจเดิมที่ค่อยๆคลายตัว พอเริ่มจะเข้าที่เข้าทางก็เกิดบุคคลที่คล้ายๆ "มโนมัย" ใน "สถาบันสถาปนา" ที่พลิกผันเส้นทาง กลายเป็นประชาธิปไตยแบบสิงค์โปร์ไปชั่วคราว ที่ดูเหมือนมีทางเลือก แต่มีทางเดียว ทางอื่นมีเหมือนกัน แต่เหมือนไม้บอนไซ
แล้วอำนาจเดิมก็หวนกับมาอีกในรูปแบบที่แตกต่าง

ก็เลยขอส่งเสียงในฐานะของกลุ่มสองไม่เอา (แต่เอาสาม) ผ่านทางบล็อกของคุณ mk ครับว่าสองกลุ่มนี้น่าจะนั่งลง แล้วหาทางลดอิทธิพลของฝ่ายตัวเอง เปิดโอกาสให้ถูกตรวจสอบได้อย่างจริงจังเถอะครับ เพื่อที่กลุ่มสองไม่เอา (แต่เอาสาม) เขาเติบโตขึ้นบ้าง

@น้ำ

@น้ำ

ดูเหมือนที่เวทีไหนๆก็ไม่มีที่ยืนให้กับกลุ่มสาม

ตราบใดที่เรายังใช้โมเดล รัฐบาลกับฝ่ายค้าน ฝ่ายที่สามก็ต้องเลือกข้างอยู่วันยังค่ำครับ เราไม่เคยเห็นสงครามไหนสู้สามฝ่ายพร้อมกันในสนามรบอยู่แล้ว ขนาดสามก๊กยังต้องจับกันเป็น 2:1 เวลาสู้เลย

สองกลุ่มนี้น่าจะนั่งลง แล้วหาทางลดอิทธิพลของฝ่ายตัวเอง เปิดโอกาสให้ถูกตรวจสอบได้อย่างจริงจังเถอะครับ เพื่อที่กลุ่มสองไม่เอา (แต่เอาสาม) เขาเติบโตขึ้นบ้าง

ขอถามกลับว่า กลุ่มที่สามยอมลดอิทธิพลของตัวเอง เพื่อให้กลุ่มที่หนึ่งหรือสองได้เติบโตกว่าเดิมไหมครับ? ฉันใดก็ฉันนั้น ประโยคที่มามันไม่มีทางเป็นจริงได้เลย

การได้มาซึ่งอำนาจรัฐ มีแต่ต่อสู้แย่งชิงเท่านั้นครับ โลกนี้มันโหดร้าย ต้องทำใจสู้กับมันให้ได้ครับ

คำวิจารณ์

คำวิจารณ์ของอาจารย์สมศักดิ์น่าสนใจครับ

แต่ส่วนตัวแล้วก็มีข้อคิดเห็นต่าง

ที่เสนอให้เลือกนายกทางตรง...ก็เพราะว่าฝ่ายที่เสนอไม่อยากได้นายกแบบคุณทักษิณมิใช่หรือ?

การตั้งข้อสมมติว่า แล้วถ้าได้คุณทักษิณมาล่ะ จะทำอย่างไร เป็นข้อสมมติที่ไม่มีประโยชน์ครับ

ข้อสมมติที่มีประโยชน์มากกว่าก็คือ เราจะสร้างระบบแบบใด ที่แม้คุณทักษิณจะได้เป็นนายกอีกครั้ง เราก็ยังยอมรับได้อยู่

การโจมตีอีกฝ่ายว่าตรรกะมีข้อบกพร่องมันง่ายนะครับ ง่ายมาก ๆ เลย

แต่การหาข้อเสนอที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ยากกว่ากันเยอะเลยครับ

@masatha

@masatha

ระบบแบบปัจจุบัน ถ้าทักษิณเป็นนายกอีก รับได้ไหมครับ?

"ขอถามกลับ

"ขอถามกลับว่า กลุ่มที่สามยอมลดอิทธิพลของตัวเอง เพื่อให้กลุ่มที่หนึ่งหรือสองได้เติบโตกว่าเดิมไหมครับ? ฉันใดก็ฉันนั้น ประโยคที่มามันไม่มีทางเป็นจริงได้เลย

การได้มาซึ่งอำนาจรัฐ มีแต่ต่อสู้แย่งชิงเท่านั้นครับ โลกนี้มันโหดร้าย ต้องทำใจสู้กับมันให้ได้ครับ"

ครับ เหมือนที่ประชาธิปไตยในแต่ละสังคมกว่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องผ่านช่วงเวลาและความขัดแย้งมายาวนาน
เช่นกันที่เห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า ต้องทำใจต่อสู้กับมันให้ได้
เพราะหากสังคมเรายังพยายามหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด ก็ได้เพียงแค่ยืดเวลาของความเจ็บปวดออกไปเท่านั้น

เราจะเป็นฝ่ายสู้ ฝ่ายดู หรือฝ่ายที่ได้รับผล (บวก/ลบ)
อืม์ ผมได้ความคิดใหม่ๆจาก Discussion นี้นะ

ขอบคุณมากครับ

ตอบคุณ

ตอบคุณ mk

ขึ้นอยู่กับว่าคุณ mk ถามใครครับ ^^

ถ้าถามผม ตอนนี้เรามีพันธมิตร เรามีกกต. มีปปช มีสว.และมีอะไรอีกหลาย ๆ อย่างพร้อมตรวจสอบอย่างเข้มข้นถ้าฝ่ายบริหารจะทำอะไรประหลาด ๆ

ผมรับได้ครับ

ในทางกลับกัน

ระหว่างระบบที่ทำให้พันธมิตรออกมายึดทำเนียบ

กับถ้าแก้ระบบแล้วพันธมิตรไม่ออกมาชุมนุม

คุณ mk จะเลือกระบบไหนครับ?

>

> ระบบที่พันธมิตรไม่ออกมาชุมนุม

คือระบบที่พันธมิตรอยากได้แต่ฝ่ายเดียวไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมผมต้องเอาใจพันธมิตรด้วย ก็แค่คนส่วนหนึ่งของสังคมเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด

ผมว่า masatha ต้องไปเรียนประชาธิปไตยใหม่นะ

กร๊าก ตำรา

กร๊าก

ตำราประชาธิปไตยฅนละเล่มแล้วมั้้งครับ (ผมละเบื่อประโยคพรรค์นี้จริง)

ใครสร้างปัญหาให้เรา มีสองทางเลือกครับ ถ้าไม่กำราบ ก็ต้องเจรจาต่อรอง

ปัญหาภาคใต้ก็เหมือนกัน

เหตุผลตื้น ๆ ครับ ไม่ต้องเรียนประชาธิปไตยก็คิดได้

@masatha

@masatha เป็นคนถามว่าผมจะเลือกแบบไหนไม่ใช่เหรอครับ (2 ทางเลือกด้วย)

คุณไม่ใช่เป็นคนสร้างปัญหาให้เรามีสองทางเลือกรึครับ

ผมเสนอทางเลือกที่สามคือ ตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาแข่ง เสมอมา

อืม ผมอาจจ

อืม

ผมอาจจะคิดผิดก็ได้ครับที่จำกัดทางเลือกเหลือแค่สอง

แต่ตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา มันก็วนอยู่ปัญหาเดิมอยู่ดีแหละครับ

ว่าจะใช้ระบบที่เป็นอยู่ (ที่พธม.ไม่เอา) หรือจะเสนอระบบใหม่มา (ที่พธม.ก็รับได้)

จะตั้งพรรคใหม่ หรือไม่ตั้งพรรคใหม่ สุดท้ายก็วนมาเจอปัญหานี้อยู่ดีครับ

จะเสนอทางแก้ อาจจะต้องคิดให้ไกลกว่านี้นะครับ

สองไม่เอาคือไรอะ

สองไม่เอาคือไรอะ

ทายถูกเป๊ะ

ทายถูกเป๊ะ ชื่อพรรคการเมืองใหม่จริงๆด้วย 555

พ่อหมอจริงๆ

mk
ผมเสนอทางเลือกที่สามคือ ตั้ง "พรรคการเมืองใหม่" ขึ้นมาแข่ง เสมอมา