เทวดาคนกรุงเทพ?

ผมอ่านบทความ เทวดาคนกรุงเทพฯ จงเจริญ! ที่ประชาไทแล้วรู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูก คือมันมีหลายความรู้สึกผสมกัน

ตัวบทความเองนั้นไม่ได้เขียนดีขนาดมาสเตอร์พีซ ยังมีจุดที่สามารถถกเถียงได้เยอะ (เหมือนที่ในคอมเมนต์หนึ่งบอกไว้ว่าเหมือนคำปราศัย ซึ่งก็เห็นด้วย) แต่ถ้าเอาเฉพาะใจความสำคัญแล้ว ต้องยอมรับว่าโดนใจ (ซึ่งส่งผลไปถึงอารมณ์ละเหี่ยใจที่ตามมาโดยพลัน)

ผมเป็นคนต่างจังหวัด มาเรียนและทำงานในกรุงเทพ ต่อให้ทำงานหรูหราไฮโซแค่ไหน ผมก็ยังสำเหนียกตัวเองว่าเป็นคนต่างจังหวัดอยู่เสมอ แต่ถ้าใช้นิยามเรื่องชีวิตความเป็นอยู่มาวัด (ซึ่งในบทความข้างต้นไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้) ผมเป็น "ชนชั้นกลาง" อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งพอมีสถานภาพกึ่งๆ แบบนี้ (คนต่างจังหวัด+ชนชั้นกลาง) ก็เลยจัดหมวดให้ตัวเองไม่ค่อยถูกเหมือนกัน

แต่ประเด็นมีอยู่ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ปัญหาใหญ่ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ใต้วาทกรรม "คนไทยไม่มีปัญหาเรื่องชนชั้นวรรณะ" มายาวนานนั้นถูกกระชากออกมาให้เห็นว่าร้ายแรงแค่ไหน (ส่วนวาทกรรม "คนไทยไม่มีปัญหาเชื้อชาติ"​ ถูกทำลายทิ้งไปนานแล้ว) เราจะเห็นว่าความเห็นทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งคราวนี้ มีจำนวนมากที่ออกไปในทาง "เพราะคนกรุงเทพเห็นชอบ" "คนต่างจังหวัดไร้การศึกษาเลยโดนซื้อเสียง" ตัวอย่างที่ชัดเจนและคนพูด high profile คือ รมว. กลาโหม บุญรอด สมทัศน์ (จากสำนักข่าวอิศรา)

“ความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นผู้ชนะในการเลือกโดยเฉพาะ ในกทม. ซึ่งมีประเพณีที่ว่า ผลการเลือกตั้งในกทม.เป็นตัวชี้ชาดว่าใครจะได้เป็นนายกฯ

คือเราคงไม่สามารถใช้วิธีเหมารวมมาบอกว่าคนกรุงเทพทั้งหมดคิดแบบนี้ได้ แต่จากการประเมินอย่างคร่าวๆ ของผมเองในการพูดคุยกับมิตรสหายหลังเลือกตั้ง มันก็ไม่มีคำตอบอื่น เทร็นด์มันออกมาแบบนี้จริงๆ (ยกเว้นกลุ่มตัวอย่างของผมมันดันกระจุกตัวเอง)

จากประสบการณ์ตรงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมพบว่าเด็กกรุงเทพนั้น "แคบ" กว่าเด็กต่างจังหวัดมาก ให้ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาแนะนำตัวเองว่ามาจาก "โคราช" ซึ่งไม่ใช่ชื่ออย่างเป็นทางการของ "นครราชสีมา" เด็กกรุงเทพมักจะงง แต่เด็กต่างจังหวัดเกือบทั้งหมดจะเข้าใจ (ทั้งที่มาจากจังหวัดอื่น) ตัวอย่างที่เลวร้ายกว่านั้นคือเด็กกรุงเทพจำนวนหนึ่งรู้จักสถานที่แค่ 3 แห่ง คือ บ้าน โรงเรียน สยาม (เพิ่มมหาวิทยาลัยมาเป็นแห่งที่ 4 เมื่ออายุถึงเกณฑ์อุดมศึกษา)

พักเบรกตรงนี้อีกนิดว่าไม่ได้เหมารวมทั้งหมดนะครับ แค่เล่าประสบการณ์ที่เจอมา

แต่สิ่งเลวร้ายที่สุดคือคนกลุ่มนี้มีพฤติกรรม "ไม่ยอมรับว่าไม่รู้" มิหนำซ้ำยังดูถูกคนที่ตัวเองคิดว่าต่ำต้อยกว่า (ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องโง่กว่า) ผมมีเพื่อนฝูงจำนวนมากที่ไปชุมนุมกับสนธิลิ้ม ด้วยเหตุผลว่าการชุมนุมดูดี จับตลาดคนเมือง ชนชั้นกลาง แต่คนกลุ่มนี้กลับรังเกียจการชุมนุมของ นปก. ในอีกปีให้หลัง ด้วยเหตุผลว่า "คนพวกนี้น่ะ ถูกจ้างมาทั้งนั้น"

ผมย้ำอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่เรื่อง "ทักษิณออกไป vs ทักษิณสู้สู้" หรือ "สมัคร vs อภิสิทธิ์" แต่มันเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นมาก (แถมจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต) นั่นคือการ clash อย่างรุนแรงของชนชั้นกลางกับชนชั้นล่าง มันเป็นเรื่องเดียวกับว่าทำไมเราดูถูกแรงงานพม่า และเรื่องเดียวกับคาแรกเตอร์ "นังแจ๋ว" ที่สะท้อนให้เห็นในละครทีวีจนไปถึงขายหัวเราะ

ทักษิณหรืออภิสิทธิ์นั้นเป็นแค่หัวขบวนทางสัญลักษณ์เท่านั้น จริงๆ แล้วมันคือสัญญาณที่บอกว่า ประเทศเราก็มีปัญหาทางชนชั้นเหมือนกับประเทศอื่นเขา เพียงแต่เราไม่เคยยอมรับมันเท่านั้นเอง

ในฐานะที่ผมจัดหมวดหมู่ให้ตัวเองไม่ถูกว่าควรนับเป็น "ชนชั้นกลาง"​ หรือ "คนต่างจังหวัด" กันแน่ ก็ได้แต่เล่าให้ฟังว่าชีวิตต่างจังหวัดมันต่างกับชีวิตในกรุงเยอะ ถ้าคนกรุงไม่พยายามทำความเข้าใจ มันก็สมควรแล้วที่จะเกิดความขัดแย้งแบบนี้ เอาง่ายๆ ผมมีเพื่อนที่มีพ่อเป็นหัวคะแนนให้สุวัจน์ (แถมเป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป) ซึ่งเป็นอะไรที่หาจากชีวิตเมืองกรุงได้ยากมากหรือไม่ได้เลย

ผมขอปิดท้ายตัว chat log กับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งบ้านเกิดอยู่ในบริเวณที่ผมรู้สึกว่า "บ้านน้อก บ้านนอก" (มันเล่าว่าตอนเด็กๆ เป็นแชมป์ยิงกระปอมประจำหมู่บ้าน) ละกัน น่าจะเห็นภาพได้ดีที่สุด

9:46:30 : อันนี้กูดูแค่บ้านกูนะ
9:46:39 : ทักษิณทั้งนั้น
9:47:03 : เหตุผลคือ ส.ส. มันถึงประชาชนมากกว่า ทำการบ้านมากกว่า ... ชาวบ้านเค้าชอบ..
9:47:17 : เหมือนมึงจีบสาว มึงไปหาบ่อยๆ ใครจะไม่ชอบ
9:47:51 : แต่พวก ประชาธิปัตย์ มันไม่ค่อยเข้าถึงชาวบ้านน่ะ แบบว่าเล่นแต่การเมือง แต่ไม่ทำการตลาด
9:47:58 : เนี่ยล่ะที่กูพอจะจับได้
9:48:16 : ชาวบ้านเค้าไม่ได้เสพข้อมูลเยอะเหมือนเราน่ะ ใครไปทำดีกับเค้า เค้าก็ชอบแล้ว

ป.ล. ลิ่วเขียนเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน เลิกซะที อภิชน

ป.ล.2 สำหรับปัญหาความแตกต่างระหว่างชนชั้นแบบเป็นเรื่องเป็นราวหน่อย ขอโฆษณาบทความเก่าที่ลงไปรอบแล้วในบล็อกก่อน - ประเทศไทยหลัง 23 ธันวาคม 2550

Keyword: 

Comments

ด้วยวิธีค

ด้วยวิธีคิดแบบนี้ อยากถามว่า การที่คนใต้ (คนบ้านนอกเหมือนกันนี่) เลือก ปชป. เป็นเพราะอะไร ทำไมถึงต่างกับที่คนอีสานคิืด

ผมมองภาพหนึ่งที่เห็นชัดคือ ความแตกต่างระหว่างคนรวย กับ คนจน ของภาคอีสานนั้น มีช่องว่างห่างกันมากกกกกก

ขณะที่ ความแตกต่างระหว่างคนรวย กับ คนจน ของภาคใต้ มีช่องว่างที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ผมมองประเด็นนี้ และพยายามมองไปในเขตที่ ปชป.ชนะ พปช. กับเขตที่ พปช. ชนะ ปชป.

ภาพแบบนี้มันซ้อนกันได้นะ

ไม่ทราบว่

ไม่ทราบว่า "คนกรุง" นี่เขาสรุปจากกลุ่มไหน หวังว่าคงไม่อนุมานมาจากคนไม่กี่กลุ่ม โดยเฉพาะสื่อมวลชนโทรทัศน์ ซึ่งส่วนใหญ่ถืออุดมการณ์ไม่ได้เพราะล้วนมีต้นสังกัด เหมือนสมัยอดีตนายกฯ ก็ไม่ต่าง ผมซึ่งเป็นคนกรุงเทพแท้ๆ และเกลียดรัฐประหารเป็นที่สุด กำลังเดือดร้อนเพราะโดนกล่าวหาแบบเหมาหมู่ (เหมือนสมัยไม่ชอบพรรคนั้น ก็โดนหาว่าเป็นพันธมิตรนี้)

อ่านแล้วช

อ่านแล้วชอบแฮะ โดนใจคนต่างจังหวัดมาทำงานเมืองกรุงอย่างผม

ความไม่เข้าใจกัน มองเห็นไม่ตรงกันระหว่างคนกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดมันชัดมาก ๆ ในมุมมองของผม อย่างสมัยเด็ก ๆ เคยสับสนกับคำว่า "บ้านนอก" สำหรับผมบ้านผมไม่ถึงกับเป็นบ้านนอก ถือว่าอยู่ในตัวเมืองเหมือนกัน แต่สำหรับคนกรุงเทพฯ ถ้าไม่ใช่ในกรุงเทพฯ เค้าเรียกบ้านนอกหมด เวลาเค้าบอกว่าเรามาจากบ้านนอก เลยรู้สึกแปลก ๆ

ผมอยู่ศรีสะเกษ ดินแดนที่ครั้งหนึ่งสื่อลงข่าวว่ายากจนที่สุด ถึงขนาดมีเด็กกินดิน วลีแรกอาจจะเป็นจริงก็ได้ แต่วลีหลังที่เอามาโยงกันมันไม่น่าถูกโยงไปสนับสนุนวลีแรกได้ พอเอามาวางไว้ด้วยกันคนกรุงเลยแตกตื่นใหญ่ว่า เฮ้ย มันจนขนาดต้องกินดินเพื่อยู่รอดเลยหรือ ผ่านมาหลายปีปริศนาถึงคลี่คลายว่า ดินที่กินน่ะ ไม่ได้กินเพื่อความอยู่รอด แต่เป็นการกินเพื่อบันเทิง เพราะมันมีดินบางชนิดที่มันกินแล้วอร่อย ประมาณมีแร่ธาตุบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พ่อก็บอกว่า พ่อก็เคยกิน เป็นดินหายากจากบางที่ เอามาปั้นเป็นแท่ง แล้วย่างไฟอ่อน ๆ กรอบอร่อยดี (ประมาณ Gligo)

ถ้าคนกรุงเทพฯ (และคน ต.จ.ว. ที่กลายเป็นคนกรุงเทพฯ แล้ว) พยายามเข้าใจคนต่างจังหวัด อ่อ รวมทั้งคนต่างจังหวัดด้วยกัน พยายามเข้าใจความแตกต่างเรื่องพื้นที่ด้วย จะเป็นการดีไม่น้อยเลยครับ

>>

>> จากประสบการณ์ตรงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมพบว่าเด็กกรุงเทพนั้น “แคบ” กว่าเด็กต่างจังหวัดมาก ให้ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาแนะนำตัวเองว่ามาจาก “โคราช” ซึ่งไม่ใช่ชื่ออย่างเป็นทางการของ “นครราชสีมา” เด็กกรุงเทพมักจะงง

เอาแค่คนบางคนที่ไม่รู้จัก โคราช มาวัดหรือ พี่เป็นคนกรุงเทพ แต่ก็รู้จัก "โคราช" เคยไปเหมือนกัน ตรงนี้เอามาตัดสินได้เหรอ

>> ตัวอย่างที่เลวร้ายกว่านั้นคือเด็กกรุงเทพจำนวนหนึ่งรู้จักสถานที่แค่ 3 แห่ง คือ บ้าน โรงเรียน สยาม

ไม่ใช่แค่เด็กกรุงเทพหรอก มันก็มีอยู่ทั่วไปแหละ แต่น้องจะเจอหรือป่าวก็อีกเรื่อง
การที่น้องบอกว่า เค้าแคบ เพราะไม่รู้จัก ก็อยากจะบอกว่า ไม่มีใครรู้อะไรทุกเรื่องหมดหรอกนะ
น้องอาจจะรู้เรื่องที่คนอื่นรู้ แต่คนเหล่านั้นก็อาจจะรู้จักอะไรที่น้องไม่รู้เหมือนกัน

ก็ไม่แปลกอะไรที่คนในท้องถิ่นจะรู้จัก เรื่องในท้องถิ่นของตนเอง
ส่วนเรื่องจะรู้อะไรนอกเหนือนั้นก็แล้วแต่คนไป

อย่างกรุงเทพ ใครๆ ก็รู้จัก ก็เพราะมีภาพจากสื่อ เป็นเมืองหลวง
หลายคนมาทำงานที่นี่ ก็เลยรู้จัก

ถ้าถามกลับกันว่า รู้จัก "หาดป่าสัก" ไหม
จะมีกี่คนที่รู้ว่า มันอยู่ พังงา ถ้าไม่มีเรื่องซึนามิ

ตัวผมเป็น

ตัวผมเป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิดครับ แต่ออกจะอยู่ตะเข็บชายแดนไปหน่อย
(หนองจอก คนกรุงเทพด้วยกันยังไม่ค่อยรู้จักเล้ยยย)

เรื่องแคบนั้น ถ้าเป็นตัวผม ก็ค่อนข้างจะจริงเลยหล่ะ
คือเกิดมาก็อยู่แต่แถวๆ นี้ ไม่ได้ไปไหนมาก ตจว. เป็นไงก็ได้แค่เคยไปเที่ยว ไม่เคยได้รู้จักชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ

เอาบทความ

เอาบทความจากมติชนมาฝาก http://matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01col01271250&day=2007-12-27&sectionid=0116

ช่วงนี้เฉยๆเรื่องการเมืองล่ะ เพราะ :
1. คนชั้นกลางที่มีการศึกษาส่วนใหญ่ ยอมรับผลการตัดสินครั้งนี้ และยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลของ พปช. ซึ่งผมว่าดี ลองอ่าน บทบก ของหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆหลายฉบับดู ซึ่งมีทิศทางตรงกันอย่างน่าประหลาด (ยกเว้นบางฉบับอ่ะนะ)

หลายบทความก็ค้านแนวคิด เสียงคนกรุงเทพเป็นใหญ่ (อย่างบทความที่ยกมาให้นี้) ดีจัง ไม่ต้องเหนื่อยเขียนเอง 55

2. เริ่มรู้สึกว่าการสร้างแนวการเมืองที่สาม น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

beecad:

beecad: ประเด็นนั้นอยู่นอกบล็อกนี้ครับ ลองอ่านบทความของผมในประชาไท มีแตะเรื่องนี้ไว้นิดหน่อย ส่วนเรื่องช่องว่างที่เสนอมาก็น่าสนใจครับ

fatro: อย่างที่ผมวิจารณ์ไว้ว่าบทความนี้ไม่ได้ดีนัก คือใช้วาทกรรมเหมารวมที่มีจุดแย้งได้เยอะ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าตัวใจความหลักนั้น solid และน่าสนใจพอจะพูดถึง

gaiz: ผมเขียนไว้ในบทความไว้ชัดเจนแล้วว่า ไม่ได้เจตนาจะเหมารวม แต่เป็นการเล่าประสบการณ์ของผมเฉยๆ ลองย้อนกลับไปอ่านดูนะครับ

อีกประเด็นคือ ผมไม่ได้พูดว่าคนไหนก็รู้จักท้องถิ่นตัวเองอย่างเดียว ผมบอกว่า คน ตจว. มักจะรู้เรื่องของจังหวัดอื่นด้วย ส่วนคนกรุงเทพนั้นรู้แค่กรุงเทพอย่างเดียวจริงๆ ซึ่งผมยังหาคำอธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้

ไม่แปลก

ไม่แปลก คนที่คิดว่ารู้เยอะจริงๆจะไม่รู้เยอะ
เหมือนที่ว่าคนสหรัฐฯเป็นเจ้าโลก แต่เอาเข้าจริงไม่รู้อะไรมากกว่าเรื่องแถวบ้านตัวเอง หรือไกลที่สุดก็แค่รัฐตัวเอง

จากประสบก

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เป็นอย่างที่ mk พูดจริง แฮะ
อย่างที่ chat log กับเพื่อนคนหนึ่งของ mk นี้ก็สงสัยอยู่ในใจมานานแล้ว
ทำไม่ถึงเป็นอย่างนั้นได้ อย่าบอกว่าเขาเอาเงินมาซื้อใจชาวบ้านน่ะ คงใช่และอาจไม่ใช่