Thai Public Opinion on PAD

ไม่ใช่ความเห็นของผมนะครับ (ถ้าอยากอ่านจริงๆ ก็ตามลิงก์นี้ไป แต่มันเป็นบทวิเคราะห์จากทีม ไม่ใช่ผมคนเดียว)

แต่เนื่องจากเหตุการณ์บุกยึด NBT และทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ ทุกคนคงคาดเดาได้ว่า มุมมองหรือทัศนะของชนชั้นกลาง กลุ่มที่นั่งดูทีวีอยู่บ้านหรืออ่านข่าวบนเว็บเฉยๆ ต่อ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" คงเปลี่ยนไปในทางลบอย่างแน่แท้ อันนี้คงเห็นด้วยเอกฉันท์ (ยกเว้นพวกที่เกลียดอยู่แล้วคงเกลียดเท่าเดิม อันนั้นไม่นับ)

แต่ถ้าถามต่อว่า เปลี่ยนแค่ไหน ตอบยาก

ผมเลยทำการทดลองสักเล็กน้อย โดยอาศัยบน hypothesis ที่ว่า "ความเห็นส่วนใหญ่บนไซเบอร์สเปซ น่าจะแทนความเห็นส่วนใหญ่ของประชาชนไทยได้ประมาณหนึ่ง" ทีนี้ "ความเห็นบนไซเบอร์สเปซ" คืออะไรกันแน่ ถ้าพูดถึงการคุยหรือแสดงความเห็นด้านการเมืองออนไลน์ คนส่วนมากย่อมคิดถึงเว็บบอร์ดเป็นอันดับแรก แต่ถ้าติดตามเว็บบอร์ดการเมืองสักหน่อย จะพบว่าปัจจุบันเว็บบอร์ดจะมีความเห็นไปในทางเดียวกัน (เป็น unanimous) พวกที่เห็นไม่ตรงกันมักจะโดนไล่ออกไปอยู่เว็บบอร์ดที่คิดแบบเดียวกันเสียมาก

ตัวอย่างเช่น ราชดำเนินปัจจุบันเป็นฝ่ายสนับสนุนทักษิณ ประชาไทกับฟ้าเดียวกันก็ออกไปแนวๆ เดียวกันคือเกลียดทหาร อำมาตย์ และพันธมิตร ส่วนฝ่ายพันธมิตร นอกจากผู้จัดการแล้ว ยังมีบอร์ดเสรีไทยอีกแห่งหนึ่ง เท่าที่ผมทราบ

ดังนั้นการวิเคราะห์ความเห็นจากเว็บบอร์ดเพียงแห่งเดียว จึงเกิด bias ของข้อมูลได้ง่ายมาก จะเอาหลายอันผมก็ขี้เกียจอ่าน (methodology มันเลยไม่ค่อยเป็นวิทยาศาสตร์เท่าไร) อย่ากระนั้นเลย เอาเป็นบล็อกแทนดีกว่า และบล็อกที่ดูกลางๆ ไม่เน้นไปทางไหนเป็นพิเศษ ได้รับความนิยมสูงเป็นตัวแทนคนทั่วไปได้มาก แถมอินเทอร์เฟชใช้ง่ายดูสะอาดตา (ไม่ ... แบบ Bloggang) ก็มีอันเดียวคือ Exteen นั่นเอง

สรุปแบบรวบรัด methodology ของผมมีดังนี้

  • คัดดูบล็อกจาก Exteen ที่ใช้แท็ก "พันธมิตร" "ม็อบ" "การเมือง" และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ดูเฉพาะตัวบล็อก ไม่สนใจคอมเมนต์
  • อ่านจบแล้วคัดแยกบล็อกเป็นหมวดๆ ตามอารมณ์ของบล็อก 1 บล็อกลงได้ 1 หมวดเท่านั้น (ไม่มีหลักสำหรับ textual analysis เป็นการแยกแบบหยาบๆ ของผมเอง)
  • บล็อกของคนรู้จักกัน อย่าง house หรือ kohsija ไม่นับ เพื่อลด bias

จากการทดลองพบว่าบล็อกที่ติดแท็กมีไม่เยอะนัก (เกินครึ่งไม่มีแท็ก) เลยต้องดูจาก Recently Updated ด้วย ซึ่งแชมป์อนุญาตให้ดูแค่ 9 หน้าก็เอาเท่าที่มี

ผลสรุปว่ามีที่พูดถึงเหตุการณ์วันนี้จำนวน 28 บล็อก คัดแยกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ได้ดังนี้

  • informative 8 (28.57%)
    • หยุดเรียนเพราะมีม็อบ 3
    • รายงานข่าวหรือประกาศ 5
  • สนับสนุน 2 (7.14%)
    • ไปร่วมม็อบเอง 1
    • เห็นด้วยกับม็อบ 1
  • ไม่สนับสนุน 14 (50%)
    • ไม่พอใจม็อบ 12
    • รู้สึกว่าเลอะเทอะ 2
  • สองไม่เอา 2 (7.14%)
    • รำคาญทั้งสองฝ่าย 2
  • อื่นๆ 2 (7.14%)
    • แต่งฟิกเรื่องม็อบ 1
    • ขำขัน 1

หมายเหตุ: กลุ่มที่คัดแยกเป็นไม่พอใจ จะมีคีย์เวิร์ดแนวๆ สิ้นหวัง, เซ็ง, วุ่นวาย, ไม่ทำตามกติกา, ติดอาวุธ (มีภาพประกอบด้วย), รำคาญ, เบื่อหน่าย ฯลฯ ส่วนกลุ่มรายงานข่าว เป็นการคัดลอกข่าวหรือประกาศจากตำรวจ จากเว็บหนังสือพิมพ์มาลงบล็อกทั้งหมด เรื่องหยุดเรียนมีเยอะหน่อยตามคาดเพราะลูกค้าหลักของ Exteen เป็นเด็กมัธยมในกรุง ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะโดนม็อบ

ตามตัวเลขก็จะเห็นว่าอัตราส่วนระหว่างฝ่ายไม่สนับสนุนกับฝ่ายสนับสนุน อยู่ที่ 7:1 ซึ่งฝ่ายไม่สนับสนุนมีถึง 50% ของบล็อกที่พูดถึงพอดี (ซึ่งนำมาใช้ได้ไม่เต็มปากนัก เพราะว่าธรรมชาติคนที่ต่อต้านหรือรำคาญ มีโอกาสเขียนบล็อกบ่นระบายสูงกว่านิยมยกย่องอยู่แล้ว) แต่ถ้าตีความตามตัวเลขตรงๆ ก็ต้องสรุปว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างประชากร Exteen ไม่เอาด้วยกับม็อบพันธมิตร

(ข้อสรุปอีกอย่างคือ Exteen ควรหาวิธีให้คนใช้แท็กมากกว่านี้ อาจโฆษณาว่าช่วยให้คนอื่นหาบล็อกเราเจอง่ายขึ้น)

เชื่อว่าต้องมีคนติดใจกรณี ไปม็อบเอง กับแต่งฟิก ก็จัดเตรียมลิงก์ไว้รอแล้วครับ

Comments

Your "hypothesis" was wrong.

Your "hypothesis" was wrong. Most Thai doesn't use internet, neither has a blog. Internet users are specific sample groups, for example, young, middle class, more male than female. Most important they tend to think alike (or follow the same way without thinking).

- When you selected only exteen, it is very specific and doesn't represent all population. This is your comment "ลูกค้าหลักของ Exteen เป็นเด็กมัธยมในกรุง".

- When you selected tags, it's also give you a false positive result.

So the title shouldn't be "Thai Public Opinion on PAD". It should be "Exteen's bloggers opinion on “พันธมิตร” “ม็อบ” “การเมือง” และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง".

@lek

@lek ก็เขียนอยู่แล้วนี่ครับว่า "ขี้เกียจ" "ไม่เป็นวิทยาศาสตร์" "ไม่เต็มปาก"

@mk, Yuk...you accepted that

@mk,
Yuk...you accepted that opinion was incomplete (junk). How do you think the readers will get from this "ขี้เกียจ" "ไม่เป็นวิทยาศาสตร์" article.

I'm not trying to get a fight with you but I just don't get it....
You had an opinion on something that based on "ขี้เกียจ" "ไม่เป็นวิทยาศาสตร์" hypothesis. What's the point writing something that half complete (half true)?

@Lek Seems that you don't

@Lek

Seems that you don't understand what blog is

@mk I understand your point

@mk
I understand your point that you tell Lek what blog is.
But anyway, as my recommendation, you are one of popular blogger in thai-cyberspace, by which many readers follow your articles. It'd be better if you indicate above, in bold text, state clearly, that the purpose of your hypothesis should not be concluded as "เป็นวิทยาศาสตร์", blah blah. I understand why lek leave such comments for you. I think it's good concerning on ethical blogging.

@gnet thanks for suggestion.

@gnet

thanks for suggestion. I think I already put some disclaimer 'between the line' but someone didn't got it. next time I will put in red bold text.

บล็อกผมกล

บล็อกผมกลายเป็นหมวดแต่งฟิกไปแล้ว = ="

อาจจะดูล่าช้าไปเยอะ แต่รู้สึกเหมือนผมไหมครับ ว่าความเห็นของคนบนเนต ส่วนใหญ่มักมาจากประชาชนในเขตกรุงเทพ ซึ่ง ไม่ใช่คนส่วนใหญ่นะครับ - -" เพราะคนใช้อินเตอร์เนตมีอัตราส่วนน้อยมาก เมื่อเทียบกับสื่ออื่น

ฝ่ายผู้จัดการได้เปรียบในการสื่อสารส่วนนี้ครับ เพราะบุกตลาดเร็วมาก

เกี่ยวกับเรื่อง บล็อกคืออะไร บล็อกก็เหมือนการออกความเห็นประกอบ ไม่ใช่การให้ข้อมูลดิบ แต่เป็นการเขียนประกอบการสังเคราะห์ต่อยอดตามความเห็นของตัวเอง ดังนั้นประเด็นเรื่อง "ไม่เป็นวิทยาศาสตร์" "ไม่อยู่บนหลักความจริง" ฯลฯ เหล่านั้น หากเกิดจากความคิดเห็นของบล็อกเกอร์ จะใช้เพื่อต่อว่าบล็อกเกอร์ไม่ได้

อนึ่ง ผู้ใช้ Exteen ที่เข้าสังคมนั้น ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น แต่ถ้าตามอ่าน จะพบว่าหลายบล็อกใน exteen ผู้เขียนอายุ 25 ปีขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว

@mingninja

@mingninja ประเด็นเรื่องผู้ใช้งานเติบโตไปพร้อมกับเว็บนั้น น่าสนใจมากครับ