The Main Problem of Thailand

มีมิตรสหายท่านหนึ่งทักมาทาง IM ว่าพักนี้ผมเขียนเรื่องชนชั้นกลางเยอะมากผิดสังเกต เลยขออนุญาตตอบผ่านบล็อกว่า เข้าใจถูกต้องแล้วครับ (และน่าดีใจที่มีคนเห็น)

ในสายตาของผมแล้ว นับวันต้นตอปัญหาของประเทศยิ่งเด่นชัด พันธมิตรเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่ลอยพ้นน้ำ เป็นสัญลักษณ์ทาง visual ที่เคลื่อนไหวแสดงออกให้สังคมได้รับรู้อย่างชัดแจ้งเท่านั้น ส่วนมโหฬารที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ และเป็นปัญหาตัวจริงคือ วิธีการคิดของชนชั้นกลางไทย ต่างหาก

ปี 2543 ชนชั้นกลางเลือกสมัครเป็นผู้ว่ากทม. ด้วยคะแนนเกินล้าน ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
แต่ปี 2550 ชนชั้นกลางกลุ่มเดียวกันนี้ ยี้สมัครด้วยเหตุผลเรื่องจมูก และคำพูดหยาบคาย

ปี 2548 ชนชั้นกลางในกรุงเทพเลือกไทยรักไทยซะถล่มทลาย จนประชาธิปัตย์แทบจะสูญพันธุ์
แต่ปี 2550 ชนชั้นกลางกลุ่มเดียวกันนี้ เลือกประชาธิปัตย์ถล่มทลาย พลังประชาชนได้ที่นั่งมาเล็กน้อย

ปี 2549 ชนชั้นกลางด่าชาวบ้านว่าโง่ บ้าประชานิยม โดนทักษิณหลอก
แต่ปี 2551 ชนชั้นกลางกลุ่มเดียวกันนี้ สรรเสริญ Bangkok Green Wi-Fi ของอภิรักษ์ และต้องไม่ลืมว่า ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่โหยหารถไฟฟ้ามากกว่าใคร

ปี 2544 ชนชั้นกลางกดดันศาลว่า ตัดสินคดีซุกหุ้นของทักษิณ ต้องใช้ทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ควบคู่กันไป
แต่ปี 2549 ชนชั้นกลางกลุ่มเดียวกันนี้ บอกว่ารัฐศาสตร์ไม่ได้ผล ต้องใช้ศีลธรรมและจริยธรรมต่างหาก

ปี 2549 ชนชั้นกลางบอกว่าไทยรักไทยเล่นไม่ซื่อคดี CTX
แต่ปี 2550 ผ่านมาไม่ถึงปี ชนชั้นกลางกลุ่มเดียวกันนี้ ไม่มีปัญหากับสพรั่งนั่งบอร์ดการท่าอากาศยานไทย (หรือมีปัญหาแต่กลัวปืนก็ไม่ทราบได้)

ปี 2549 ชนชั้นกลางบอกว่าทักษิณนั่งในอุโบสถวัดพระแก้ว เป็นเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
แต่ปีเดียวกัน พอสำนักพระราชวังแถลงว่าไม่มีปัญหา ชนชั้นกลางกลุ่มเดียวกันนี้ ก็ทำลืมไป

ปี 2548 ชนชั้นกลางบอกว่าทีวีไทยน้ำเน่า ดู ASTV มีสาระกว่า เปิดโปงข้อเท็จจริง
ปี 2551 ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่า ASTV หยาบคาย ดู Nation Channel ดีกว่า มีการศึกษา พูดจาสุภาพ (รู้จักสุทธิชัย หยุ่น น้อยไปซะแล้ว)

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่เชื่อฟอร์เวิร์ดเมลวิถีชีวิตของในหลวง แต่พอมีคนเปิดโปงว่าแปลฝรั่งมาแล้วแปะหัวหลอก ก็ทำลืมไป

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่เชื่อฟอร์เวิร์ดเมลเปลี่ยนเวลาครึ่งชั่วโมง แต่พอทางการแถลงว่าของปลอมแล้วแปะหัวหลอก ก็ทำลืมไป

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้เแหละ ที่เชื่อเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ เปิดไฟหน้ารถตอนกลางวัน เอาหลอดไฟมาใส่หน้าชื่อ MSN แล้วตอนนี้ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างที่แล้วมาเป็นจักรวาลคู่ขนาน

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าขายหุ้นชิน 73,000 ล้านไม่เสียภาษีนั้นไม่ถูกต้องทางจริยธรรม แต่พอเจอตำรวจเรียก ก็จ่ายตรงนั้น

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าต้องตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมือง แต่พอเป็นผู้ว่า สตง. หรือ ปปช. ไม่มีใครว่าอะไร

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าเราควรเคารพในกฎหมาย กฎระเบียบของสังคม แต่ตัวเองปล่อยบ็อตเกมออนไลน์ ดาวน์โหลดเพลงและหนังผ่านบิต และรู้วิธีแคร็กโปรแกรมมากกว่าใคร

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าการแปรรูป ปตท. นั้นมีปัญหา แต่ตัวเองก็มีหุ้น ปตท. เหมือนกัน แรงขนาดนั้นใครจะไม่เอา

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าไม่ควรขายชาติ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ แต่พอรถไฟหยุดเดิน สนามบินโดนปิด ก็ไม่มีใครว่าอะไร ขอแค่อย่าหยุด BTS กับ MRT และอย่าปิดสุวรรณภูมิก็พอแล้ว ที่อื่นไม่ใช่เรื่องของเรา

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าข้อสอบเอ็นต์รั่วปีที่อุ๊งอิ๊งเข้าจุฬา แต่ก็จ่ายแป๊ะเจี้ยะ เพื่อให้ลูกตัวเองเข้ามาแตร์ เซ็นโย โรงเรียนสาธิตชื่อดังต่างๆ ฯลฯ ด้วยเหตุผลว่า เพื่ออนาคตของลูก

ชนชัั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าอเมริกานั้นเลวร้าย น่ารังเกียจ รุกรานชาวโลก แต่ตัวเองเรียกร้องให้เอาเขาพระวิหารคืน บุกเขมรมันเลย

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าวัฒนธรรมอเมริกันแดกด่วน แต่ตัวเองทำทุกวิถีทางที่จะส่งลูกไปเรียนต่อเมืองนอกให้จงได้

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าโลกาภิวัฒน์มันไม่ดี ทำสังคมท้องถิ่นเสียอัตลักษณ์ โชว์ห่วยสูญพันธุ์ แต่ทุกคนก็ซื้ออาหารที่โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ และคาร์ฟูร์

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอดของประเทศ แต่ตอนนี้ทุกคนพก iPhone เครื่องละหลายหมื่น และงัดออกมาโชว์อย่างภูมิใจ

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่บอกว่ารัฐชอบใช้ความรุนแรงกับประชาชน แต่ประชาชนใช้ความรุนแรงกับรัฐได้

ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ ที่สมัยสนธิลิ้มออกมาใหม่ๆ ก็บอกว่าเปิดโปงรู้ทัน แต่พอสนธิออกลาย ก็บอกว่าไม่ได้เห็นด้วยกับเขาทั้งหมด ฟังๆ เขาไว้บ้าง พอรู้เป็นข้อมูล ตัดสินใจเองได้

ชนชั้นกลางไทย ไม่มีทางแพ้ ไม่มีทางผิด ถ้าเคยตัดสินใจผิด และโดนด่า ก็จะบอกว่า "อย่ามาเหมารวม" หรือ "เราไม่เข้าข้างฝ่ายใด" หรือ "ไม่ชอบทั้งสองฝ่ายนะ" หรือ "เราเป็นกลาง" หรือ "เพื่อลูก" หรือ "เพื่ออนาคต" หรือ "ใครๆ ก็ทำกัน" หรือ ฯลฯ

...

นับวันผมยิ่งรู้สึกว่า ชาวบ้านที่ทุ่มเทแรงใจเชียร์ทักษิณโดยไม่แปรเปลี่ยน หรือสาวกพันธมิตรที่เชื่อในอุดมการณ์ของตัวเองอย่างแรงกล้าตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา น่าเคารพและยกย่อง อย่างน้อยพวกเขาเหล่านี้มีแนวทางเป็นของตัวเอง เชื่อมั่น สู้เป็นสู้ ตายเป็นตาย

ชนะมาเป็นฮีโร่ แพ้อย่างมากก็โดนตี โดนจับขังคุก แต่อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

เมื่อเทียบกับชนชั้นกลางที่ "สฤษฎก" อย่างที่เขียนไปแล้ว คงไม่ต้องอธิบายว่า รู้สึกเช่นไร

...

ผมก็เป็นชนชั้นกลาง ผมทำหลายอย่างข้างต้นที่ว่ามา จ่ายเงินให้ตำรวจตอนโดนเรียก อยากได้รถไฟฟ้า มาเรียนต่อเมืองนอก ไม่มี iPhone แต่มี MacBook Air ชอบช็อปปิ้งที่โลตัส

แต่ผมไม่เคยเอาหลอดไฟมาใส่หน้าชื่อ MSN ผมไม่เคยเชื่อฟอร์เวิร์ดเมล ไม่เคยเชื่อปฏิญญาฟินแลนด์ ด่าพันธมิตรตั้งแต่ปี 2548 ไม่คิดจะไปม็อบ อย่ามา "เหมารวม" ว่าผมเป็นชนชั้นกลางทั่วไปนะ ไม่ได้โง่แบบนั้น ฉันฉลาดกว่าเธอ :P

อัพเดต

เนื่องจากไม่ได้เปิด trackback ไว้ ขอใช้เวอร์ชันทำมือละกัน

Keyword: 

Comments

โคตรเหมาเ

โคตรเหมาเลย (หวะ/ครับ)

เขียนได้ชวนทะเลาะดี (หรือว่าจงใจอยู่แล้ว)

ว่าแต่ว่า สุทธิชัย มีอะไรรึ อยากทราบจริงๆ

โคตรเหมาเ

โคตรเหมาเลย (หวะ/ครับ)

เขียนได้ชวนทะเลาะดี (หรือว่าจงใจอยู่แล้ว)

ว่าแต่ว่า สุทธิชัย มีอะไรรึ อยากทราบจริงๆ

จริงด้วย ...

จริงด้วย ... บล็อกนี้คุยเรื่องการเมืองหนักหน่วงจริง ๆ ช่วงนี้ ...

อืม...

อืม... ผมคิดว่าผมก็เห็นในเหตุการณ์ หลายๆ เหตุการณ์ที่พี่ยกมาพูดนะครับ
แต่ก็ไม่มีทางแน่ใจว่า มัน"กลุ่มนี้แหล่ะ"เดียวกันหมด

แต่ก็แอบรู้สึกเห็นด้วยกับที่ว่า ชนชั้นกลางะมีความคิดที่แย้งกันเองตลอดเวลา
ผมว่านี้เป็นการสะท้อนสภาวะที่ว่า ชนชั้นกลางเราไม่ค่อยจะผ่านการคิดใคร่ครวญในจุดยืนของตัวเอง จนอะไรดูดีก็คล้อยตามๆ ไป(เพื่อให้ตัวเองดูดี)

น่าสงสาร

น่าสงสาร oakyman ไม่รู้ว่าโดนหลอกด่าแล้วยังโง่มาตอบ

อาจจะเป็น

อาจจะเป็นคนหลาย ๆ กลุ่มที่ทับซ้อนกันบางส่วน ?

อย่างไรก็ตามมันสะท้อนออกมาให้เห็นว่า คนกลุ่มที่ว่าต้องการเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจขนาดหนัก อาจจะเป็นเพราะสภาพสังคมการทำงานในเมืองหลวง ?

นี่มันประ

นี่มันประเทศแห่งความเชื่อนะคร้าบบบบ

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

อีกซัก 10-20 ปี เดี๋ยวความเชื่อถูก Format และ Install ใหม่กันทั้งชาติ คราวนี้จะท่าน mk จะเขียนบล็อกไม่ทันเลยล่ะ หุหุ

ตามอ่านเง

ตามอ่านเงียบๆ มานาน แต่อันนี้พี่เขียนดีมากๆ จนต้องเข้ามาคอมเมนต์ พวกชนชั้นกลาง "สฤษฎก" อย่างที่พี่ว่า (น่าจะรู้ว่าใคร) ก็ไม่ต้องไปสนใจมากครับ

เดี๋ยวส่งบล็อกอันนี้ให้เพื่อนอ่านต่อ คงสะอึกกันทุกคน

จริงๆ

จริงๆ มองว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนะ
ในเมื่อเวลานึง สิ่งหนึ่งอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ณ เวลานั้น
เมื่อเวลาผ่านไป มีสิ่งที่เหมาะสมกว่า ดีกว่า ก็ต้องเปลี่ยนไป
ตอนสมัครได้ ตอนนั้นคนที่รู้จักทุกคนที่เลือก บอกว่าก็น่าจะดีกว่า สุดารัตน์
(ตอนนั้นเลือกคนอื่น เพราะไม่ชอบเชื่อว่าทั้งคู่จะทำให้ กทม. เจริญ)
จุดยืนและอุดมการณ์ คือต้องทำให้ประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด
สส. มีหน้าที่เป็นตัวแทนของเราและทำให้คนในชุมชนของเราได้ประโยชน์
เราไม่ได้มีหน้าที่สนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตลอดไป ถ้าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด
หลายคนยอมรับที่ พธม. ไปชุมนุมเพราะเห็นว่าเป็นการแสดงออก
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เค้าต้องไปยอมรับการบุกเข้า NBT พร้อมอาวุธ

ปัญหาของคนไทยที่เคยเจอ และใหญ่กว่าคือสิ่งตรงข้ามมากกว่า คือยึดติดกับความคิด
เชื่ออะไร เชื่อใคร นับถือใคร แล้วไม่เปลี่ยนความคิดมากกว่า
หลายคนเชื่อว่าคนนี้ดี คนเก่ง แล้วมักจะเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นตลอดไป
หลายคนเชื่อเสมอว่า software ของ Google ดีเสมอ
หลายคนเชื่อว่าการทำสถิติโลกด้วยไข่เจียวใหญ่ อาหารไทยๆ ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสิ่งไร้สาระ
แต่กลับเชื่อว่าการบอกต่อให้คนอื่น Download Firefox เพื่อทำสถิติโลก เป็นสิ่งไม่ไร้สาระ

อูย

อูย โดนเลยตู
ดันไปเบิ้ล ไม่ได้ตั้งใจเบิ้ลนะคร้าบ

ชนชั้นกลา

ชนชั้นกลางบางคน.. เป็นคนไทย อาศัยบุญคุณประเทศไทย
ชนชั้นกลางกลุ่มนี้แหละ.. ที่ออกมาเขียนบล็อกหมิ่นในหลวง ทั้งๆที่ตัวเองทำประโยชน์ให้ประเทศชาติไม่ถึงหนึ่งในล้านของพระองค์

ท่อนสุดท้

ท่อนสุดท้ายได้เรียนรู้จริงๆ แบบนี้ชนชั้นกลางก็ชัดเจนเหมือนกันนะครับ เป็น pattern เชียว

ฮ่าๆๆ โคตร

ฮ่าๆๆ
โคตรเหมารวมเลยจริงๆ ด้วยครับ
อ่านๆ ไปเหมือนดูหมอเลยอ้ะ ข้อไหนโดนก็สะอึกไปเป็นข้อๆ ไป

จริงๆ

จริงๆ มันก็ง่ายมากนะครับ ที่เผลอเป็น hypocrite ไปบ้าง ที่พอถึงเวลาตัวเองจริงๆ แล้ว ก็จะต้องมีอะไรบางอย่างมา justify การกระทำของตัวเอง

(อย่างตัวเอง อุตส่าห์เปลี่ยนมาใช้ linux เพราะไม่อยากจะ pirate แต่ดันหัดเริ่มโหลด torrent หลังจากเริ่มใช้ linux นี่ ผิดเต็มๆ ไม่มีอะไรจะแก้ตัว)

เช่นเดียวกับที่มันง่ายมากที่จะโทษอะไรอย่างอื่นก่อนตัวเอง มันก็คงเป็นธรรมชาติของมนุษย์

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าอย่างไหนจะแย่กว่ากัน ระหว่าง เข้าไป แล้วพบว่าม้นผิด แล้วแก้ตัวว่าไม่ได้เข้าไปจริงจัง กับเข้าไป พบว่ามันผิด เลยไม่ถอนออกมา

(และหลายๆ คน ก็มีตาไว้เห็นได้คนเดียว... และด้านเดียว)

พูดแบบไม่

พูดแบบไม่กระแดะ ก็คือชนชั้นกลางของไทย ตอแหล มากๆครับ...

ขออภัยที่ต้องใช้คำหยาบคาย มันตรงสุดแล้ว

ไอ้นิสัยแ

ไอ้นิสัยแพ้ไม่เป็น แต่ถ้าแพ้ก็จะแถให้ดูดีเนี่ย มันเป็นเหตุผลหนึ่งหรือเปล่า ที่ทำให้ชาติไทยเราไม่เคยแพ้สงครามเลย?

...ก็แค่นึกถึงคำถามในหัวสมัยเรียนสังคมตอนม.ต้นน่ะ...

entry นี้แสบจี๊ดมาก ขออนุญาต mk ทาง msn แล้วว่าอาจจะมีคนอยากเผยแพร่ต่อๆกัน

fwd.mail ดีมั้ย มันเร็วดี...

@eig @chanwit

@eig @chanwit ถามมีประเด็นมาก เดี๋ยวผมตอบเป็นเอนทรีใหม่ครับ

@iannnnn เอนทรีนี้ผมใช้พลังในการเขียนมากเลยครับ พยายามเอาให้ครบ

@arjin จริงๆ ตอนเขียนก็คิดเรื่องนี้เหมือนกันแต่คิดว่าไม่เล่นประเด็นนี้ดีกว่า

มันส์มาก

มันส์มาก น่าจะเป็น blog แนะนำไปเลย

เห็นด้วยกับหลายคน ที่บอกว่าบางเหตุการณ์ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวทั้งหมด แต่มันต้องมีบางส่วนที่ overlap กันแน่ๆ

คุณเขียนเ

คุณเขียนเก่งมาก อืม..ยอม

เดี๋ยวว่า

เดี๋ยวว่างๆ จะกลับมาไล่อ่านว่าโดนไปกี่ข้อ (แบบคุณ @ไอ้แอนนนนน)

แต่โดนข้อเดียวก็แย่แล้วใช่มะเนี่ย
(คือ "ตอแหล" ยกคำคุณ @kohsija)

งั้นรออ่า

งั้นรออ่านตอนต่อไปครับ

-ต่างกรรม...

-ต่างกรรม...ต่างวาระ ต่างเหตุปัจจัย และ 2 กลุ่มใน 2 ประโยค ไม่ใช่กลุ่มเดียวกันทั้งหมด

-ชนชั้นกลางในโพสต์นี้ ส่วนใหญ่หมายถึงในกทม.และปริมณฑล?
แล้วชนชั้นกลางในจังหวัดอื่นล่ะคะ?

-ในบางข้อ"กล่าวหา" แอบรู้ข้อมูลinsite ว่ามัน"จริง" แต่ไม่ขอพูดถึงแล้วกันว่าข้อไหน

-เบื่อสลิดดกเช่นกัน

-จริงๆไม่ค่อยอยากคอมเมนต์เรื่องการเมืองมาก
เพราะคิดว่าไม่มีปํญญา ความรู้ ข้อมูลเพียงพอ (ถึงจะพยายามอ่านจาก ฝ่ายนั้น ฝ่ายนู้น ฝ่ายนี้ ฝ่ายไหนแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่มีปัญญาไปติดตามใกล้ชิดขนาดนั้น)
หรือจะเรียกว่าเป็นการ "เซ็นเซอร์ตัวเอง" ก็ได้

@momo แหม ถ้าโพสต์แบบนี้ นึกภาพออกเลยว่าคน "บอร์ดนั้น" จะว่าอย่างไร

@SE7EN

@SE7EN และคนอื่นๆ

จริงๆ แล้วการ "เหมารวม" ในบทความนี้ มันเป็นเทคนิคในการเขียนแบบหนึ่งที่ผมกำลังลองใช้ ตัวอย่างเทคนิคการเขียนแบบนี้ก็มีอยู่ทั่วไป ที่เห็นชัดๆ ก็อย่างที่ไอ้แอนนนนนว่ามาว่า เหมือนดูหมอหรือเสี่ยงเซียมซี ไว้มีโอกาสคงจะมาขยายผลในเรื่องนี้ครับ

ผมลองใช้เทคนิคการเขียนแบบนี้เพื่อขับเน้นความ "สฤษฎก" ให้แจ่มชัดและโดดเด่นขึ้น พอเห็นประเด็นเรื่อง "สฤษฎก" แล้ว จะรู้ว่าจริงหรือไม่จริง มันไม่มีความหมายเลย เพราะความ "สฤษฎก" สามารถแปรผลอะไรใดๆ ให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้เสมอ

ถ้าไม่ยกเ

ถ้าไม่ยกเอาเรื่องที่กำลังบูมในขณะนี้ก็อย่างเรื่อง "ในเมื่อมีการด่าว่าระบบการศึกษามันไม่ได้เรื่องแต่ก็ยังส่งลูกเข้าระบบที่มันไม่ได้เรื่องอยู่นั่น" แต่สุดท้ายพูดไปก็เหมือนดูถูกคนอื่น ที่ไม่ได้คิดแบบนี้ ซึ่งก็มีตัวตนอยู่เช่นกัน

@tee

@tee ผมไม่ได้พูดนะครับ

เหมารวมไป

เหมารวมไปหน่อยครับ

สุดท้ายความคิดคุณก็มาขัดกับสิ่งที่ต้องการเสนอซะเอง

ประเด็นขอ

ประเด็นของ @tee โดนผมเข้าเต็มเปา เพียงแต่ผมไม่ได้ด่าแค่คิดว่ามันน่าจะดีได้กว่านี้ และยังหาทางออกที่ดีกว่าให้ตัวเองไม่ได้ เลยยัดเยียดให้ลูกซะงั้น :)

@snakk ในขณะที

@snakk

ในขณะที่ยังหาทางออกไม่ได้อย่างน้อยมีเวลาพูดคุยกับลูกให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ชม ติดตามสิ่งที่เค้าทำเสมอ ถ้าเราตามไม่ทัน เค้าจะออกห่างเราไปเรื่อยๆ จนคุยกับเราไม่ได้ครับ แต่ถ้าสามารถทำได้ที่ดีที่สุดตอนนี้จัดการศึกษาเองที่บ้านหรือ home school

อีกอันที่แนะนำคือ เข้าโรงเรียนแบบ วอดอร์ฟ มองเตสเซอรี่ พวกโรงเรียนทางเลือกทั้งหลาย แต่ข้อเสียคือ แพงและมีน้อยแห่ง อีกทั้งถ้าเราไม่ติดตามลูกอย่างที่ว่าไว้อาจจะสูญเงินเปล่าได้เช่นกันครับ

ปล. 1 ไม่ได้เล่น twitter แต่ต้องมาใช้ @ ในการอ้างอิงเหมือนชาวบ้าน ซึ่งกำลังจะเป็นมาตรฐานหรือแฟชั่น? ไม่แน่ใจ

ปล. 2 วิจารณ์งานเขียนนี้เพิ่มเติม ตรงข้อขัดแย้งที่มีในตัวเองคือ ในขณะที่มีการด่าพันธมิตร แต่ก็มีการยกย่องอุดมการณ์ยึดมั่นอันแรงกล้าไม่แปรเปลี่ยนของพันธมิตรด้วยเช่นกัน อันนี้จริงไม๊ครับ โปรดชี้แจง

@tee ผมด่าวิธ

@tee

ผมด่าวิธีการของพันธมิตร แต่ชมกำลังใจของพันธมิตร

โดนใจครับ

โดนใจครับโดนใจ

จขบ

จขบ มีความทรงจำยาวครับ
ดีครับ
เราต้องการคนอย่างนี้มากๆ

สรุป เราอ่านแล้ว เราชอบมาก

ชอบนะครับ

ชอบนะครับ ผมเองหมั่นใส้คนชั้นกลางอยู่พอสมควรเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณข้อเขียนที่โดนตัวเองอยู่ 2 ใน 5 ก็ตาม :P

วันนี้มีการกระทบคนชั้นกลางมากขึ้นเรื่อยๆ (เช่นการปิดสุวรรณภูมิ)
อยากรู้ผลบ้างเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร

ก็สฤษฎก

ก็สฤษฎก กันจนกว่าเรื่องจะมาถึงตัวเอง แล้วค่อยคิดว่า จะมีจุดยืนยังไง

เหมือนสจ๊วตบางคนที่บอกว่ากูขี้เกียจฟังแล้วเรื่องการเมือง แต่พอสยามบินถูกปิด ก็ด่า พธม. แหลกลาน หาว่างี่เง่าทำให้กูขาดสภาพคล่อง

วันนี้สนามบินเปิดแล้ว นายกที่ดูเหมือนไม่มีอุดมการณ์อะไรชัดเจนให้ประเทศนอกจากว่า ขอให้กูได้เป็นก็มาแล้ว ...เรื่องสนามบิน...ก็ลืมๆไป สฤษฎกอีกรอบ

ก็คงรอให้ ค่าใช้จ่ายแสนล้านสำหรับการคว่ำระบอบประชาธิปไตย ส่งผลกระทบผ่านนโยบายสาธารณะมาถึงตัวเองก่อนมั้ง ค่อยว่ากันว่าจุดยืนคืออะไร

ปล. มีจุดยืนไม่ได้แปลว่ามีหลักการ

...หากพูดจาไม่สุภาพ ขออภัย... 555 สฤษฏก.

555++ สฤษฎก

555++ สฤษฎก แถวบ้านหนูเขาพูดกันบ่อย

ผมว่า

ผมว่า มันก็เป็นไปตามประสบการณ์นะ คนละช่วงเวลา สภาพแวดล้อมและความเข้าใจก็ต่างไป ถ้าจะมองเป็นจุด ๆ แล้วเอามาเทียบกันคงไม่ได้ เหมือนกับการเขียนโปรแกรมเขียนวันนี้กับเขียนอีกปีนึงผ่านไปก็แตกต่างกัน เพราะประสบการณ์มากขึ้น ความรู้มากขึ้น คิดได้มากขึ้น

อย่างเรื่องสมัคร ตอนเลือกก็คิดว่าจะดีมีความสามารถ พูดโน้มน้าวได้เก่ง แต่พอมาเป็นจริง ทำงานแทบไม่เห็นผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ตลอดวาระเลยนะ พอหมดวาระคนเขาก็เห็นเขาก็ไม่ได้เลือกมาใหม่ ถ้าคุณอยู่กรุงเทพหรือเลือกเขาคุณก็จะเข้าใจเองว่าควรเลือกอีกหรือไม่ ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใด

มันก็คงเหมือนกบเลือกนายมั้งครับ เลือกไปคิดว่าดี พอทำจริงพอไม่สามารถตอบสนองได้ตามที่ต้องการได้ ก็เปลี่ยนหาใหม่ มันไม่เหมือนกันทุก ๆ คนเหรอครับ มันเกี่ยวกับเรื่องชนชั้นด้วยหรือครับ คนจะเป็นผู้นำที่ดีไม่มีปัญหา ก็ต้องตอบสนองคนในปกครองได้ทั่วถึงเท่าเทียม (เท่าเทียมจริง ๆ อาจไม่เกิดขึ้นจริง ไม่มีที่ไหนในโลกนี้) ปัญหาของคนในปกครองก็น้อย ผู้นำดูแลได้ไม่ทั่วถึงก็ต้องเป็นปัญหา ตอบสนองเฉพาะบางอย่างบางกลุ่มก็เป็นปัญหา

นอกจากนี้บางทีผู้นำทำดีอยู่แล้ว พอครั้งใหม่เขาก็ไม่มองความสามารถเดิม ๆ แล้ว เขาก็ต้องการเรื่องอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ผู้นำก็ต้องมาตรฐานสูงขึ้นด้วย ความพอใจของคนไม่เคยหยุดหรอกครับ พอไม่ได้คนเขาก็มองหาใหม่อาจไม่ได้ดูแล้วว่าเขามีดีอะไรมาแล้วบ้าง เพราะมันกลายเป็นสิ่งที่ต้องได้แล้ว แต่ดูว่าเขาจะดีกว่านี้ได้อีกมั้ย

เมื่อเลือกแล้วก็จะได้พบกับผลลัพธ์ที่เลือกตามมา คนเราเปรียบเทียบเสมอ ไม่ดีก็เปลี่ยน ไม่ดีมาก ๆ ก็อาจไม่เอาแล้ว เช่นถ้าคุณใช้มือถือ ตอนเห็นโปรแล้วมันดีมาก ๆ เลย แต่พอเลือกมาแล้วสัญญาณมันดันแย่มาก ๆ แต่เป็นสัญญาผูกมัดไว้ ก็โทรว่าผู้ให้บริการกันไป บางคนก็โทรไปว่า ว่าแล้วว่าอีกจนเขายอมให้เลือกสัญญาต่อกันไปก็มี บางคนก็ทน ๆ ไป บางคนก็ไปเปิดอันอื่นเพิ่ม

คนอื่น ๆ ที่จะเข้ามาเป็นตัวเลือกผู้นำใหม่ เขาก็จะเห็นเองว่าเขาต้องมีอะไรบ้าง ต้องเพิ่มอะไรบ้าง ซึ่งเราก็จะได้เห็นว่าคนที่เข้ามาใหม่ ๆ ก็จะทำของเดิมที่เห็นว่าดี และเพิ่มเติมสิ่งใหม่ ๆ มันก็เป็นวิวัฒนาการของสังคมนะครับ ถ้าไม่พอดีก็จะมีปัญหา วันหนึ่งก็คงได้ผู้นำที่เขาทำได้ดีพอ ฉลาดพอ มีความสามารถมากพอที่จะดูแลคนในปกครองทั้งหมด ปัญหาก็จะน้อยกว่าวันนี้เอง หรือสุดท้ายอาจจะเป็นอย่างนิทานกบเลือกนายก็ได้ แต่ผมเชื่อว่าถ้าคนเราเรียนรู้ คนเราจะรู้และเข้าใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเลือกได้ดีขึ้นเอง แต่มันต้องใช้เวลา ก็เป็นข้อคิดเห็นนะครับ

อ่านตอนแรกเหมือนจะรุสึกผิดนิด

อ่านตอนแรกเหมือนจะรุสึกผิดนิดๆนะ ว่า เออว่ะความคิดผมนี่เปลี่ยนไปตามสื่อ ไปตามยุคสัยพอดูนะ
(ถึงจะไม่ตรงทั้งหมดก็เกือบๆครึ่งล่ะ)

แต่ถ้าการรับฟังสิ่งรอบข้าง การมีเหตุมีผล การเชื่อในสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ สิ่งที่สามารถพิสูจได้ และการยอมรับ"ความจริง" คือการที่ถูกเรียกว่า"สฤษฎก"ก็ไม่เป็นไร

ผมคนนึงที่เคยเชื่อว่า "คนรวยไม่โกง" และก็ผมคนเดิมที่วันนี่ไม่ได้เชื่อเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เรียกว่า "ความจริง" มันปรากฏออกมาแล้ว ใครจะว่าผมเป็นคน"กลับกลอก" หรืออย่างไรก็ไม่เป็นไร เพราะไม่เคยมีใครมาสั่งสอนให้ผมเป็นคน "งมงาย" ถ้าการเผชิญหน้ากับความเป็นจริงคือสิ่งที่เรียกว่า "สฤษฎก"ก็ยังดีกว่าคนที่เชื่อโดยไร้ซึ่งเหตุผลและไม่สามารถเผชิญหน้ากับ"ความจริง" ได้ "งมงาย" กันต่อไปเหอะ ทำตาม"ความเชื่อ" และอุดมการณ์ของคุณต่อไปเถอะ แต่เชื่อเถอะไม่มีใครหลีกหนี"เวรกรรม"ไปได้หรอก

การที่คนเรามีการเปลี่ยนแปลงไม

การที่คนเรามีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งที่แปลกหรอกครับ สมัยหนึ่งเราอาจจะเชื่ออย่างหนึ่ง แต่ปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนไปเชื่ออีกอย่าง ขึ้นอยู่กับข้อมูลต่างๆที่ได้รับและได้ผ่านการวิเคราะห์แล้วว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่าหลักฐานในอดีต ในวงการวิชาการก็เป็นเช่นนั้น เช่น เมื่อก่อนเราเคยเชื่อว่าโลกแบน แต่พอมีคนพิสูจน์ได้ว่าโลกกลม เราก็เปลี่ยนความคิดไป ดังนั้นถ้าเราเชื่อวิทยาศาสตร์ ก็ต้องปลูกฝังแนวความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้คนในบ้านเรา โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ ไม่ใช่ว่าเอาแต่เชื่อๆๆๆโดยที่ไม่ใช้หลักฐานและวิจารณญาณเลย ประเทศเราก็เริ่มมีการตื่นตัวกันแล้วจะเห็นได้จากการประชาสัมพันธ์ของกอรมน. -คิดอย่างมีสติ- อะไรทำนองนั้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงความคิดของชนชั้นกลางจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่เป็นความจริงก็คือ เรามักจะเห็นแก่ตัวมากกว่าเห็นแก่ส่วนรวมเสมอ นั่นคือความจริง

อย่างน้อยเหตุการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยเป็นอย่างไร จะดีกว่าไหม ถ้าจะช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น หยุดด่าผู้อื่น แล้วเริ่มต้นแก้ไขที่ตนเองและครอบครัวเป็นอันดับแรก ...

มาถึงนี่โดยบังเอิญค่ะ

มาถึงนี่โดยบังเอิญค่ะ สงสัยจะเจอกฎของแรงดึงดูดจากคุณเม่น
ชอบแบบไหน ก็ได้แบบนั้น :)

@Mashimaro "คนรวยไม่โกง" น่าแปลกนะคะที่มีความเชื่อแบบนั้นได้
ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่ เชื่อว่า "คนดีย่อมไม่ทำชั่ว" มากกว่า
เลยทำให้ "การทำชั่ว" ของคนดี กลายเป็น "การทำดี" ซะงั้น

โดนค่ะ..รู้สึกตัวเองเป็นชนชั้

โดนค่ะ..รู้สึกตัวเองเป็นชนชั้นกลางที่สร้างปัญหาโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว และหาเหตุผลลบล้างได้ตลอดจริงๆ..

พอต้องมาอยู่ต่างแดน เปลี่ยนฐานะเป็นคนจน ทำให้เข้าใจสัจธรรมมากขึ้น และเข้าใจคำว่าพอเพียงโดยอัตโนมัติ ทั้งๆที่ตอนอยู่ไทย ดูจากทีวีที่พยายามประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยพอเพียง แต่มันไม่เข้าใจนะว่าแค่ไหนเรียกเพียงพอ..

http://www