อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ / Isriya Paireepairit / mk / markpeak
I am a Thai tech geek and ICT policy researcher. Co-founder of Blognone and SIU.
This is my personal blog for almost everything.
ไปเรียนเขียนตัวอักษรญี่ปุ่นมาครับ สาเหตุที่ไปเรียนก็ง่ายๆ คือประทับใจมาดนักประดิษฐ์อักษรของเหลียงเฉาเหว่ยใน Hero มาก พอมีโอกาสเลยลองไปสัมผัสของจริงดูเสียหน่อย
กิจกรรมนี้จัดโดยชมรมนักศึกษาญี่ปุ่นของมหาวิทยาลัย คุยกับสต๊าฟแล้วมีคนญี่ปุ่นมาเรียนที่นี่ไม่เยอะนัก ประมาณ 20 กว่าคนได้ (เทียบกับจีนแล้วมีเป็นพัน) อันนี้เป็นไปตามคาด แต่ที่ผิดคาดคือคนสาธิตเป็นสาวญี่ปุ่นสุดน่ารัก ใส่แว่น ตัวเล็กๆ บางๆ เวลาพูดเสียงเบาๆ เหมือนแมวแถมประหม่าเล็กน้อย ขนาดผมไม่อินกับสาวแว่นเหมือนเพื่อนบล็อกเกอร์บางท่าน ยังหวั่นไหวไปกับเธอเลย อาจารย์สุดสวยของเราสอนหลักการเบื้องต้นดังนี้
เมื่อหลักการเบื้องต้นจบก็ได้เวลาลองของจริง TA แถวโต๊ะผมเป็นผู้ชายญี่ปุ่นอัธยาศัยดี (แต่ดียังไงก็สู้อาจารย์สุดสวยไม่ได้) นั่งเขียนไปคุยไปก็พบว่ามันเป็นศาสตร์ซับซ้อนมาก เด็กญี่ปุ่นต้องหัดเรียนตอนอายุ 11 และเรียนต่อเนื่องเป็นเวลา 6 ปี ทักษะและสมาธิเป็นเรื่องสำคัญ (ของผมนี่ทักษะก็ไม่มี แถมสมาธิยังแตกเวลาอาจารย์เดินผ่านอีก)
ตัวแรกสุดที่ให้เขียนคือคำว่าฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นเปิดโอกาสให้นักเรียนเขียนตัวหนังสือตามความหมายที่ตัวเองอยากได้ ฝรั่งโต๊ะข้างๆ เลือกคำว่า “success” เราเลยเอาตามบ้าง เขียนไปสองสามรอบพอเริ่มเบื่อ ผมเลยขอคำว่า “oishi” จะได้รู้ว่ามันต่างจากโลโก้ร้านอาหารตรงไหนบ้าง (คนสอนบอกว่าตัวสี่เหลี่ยมในคำว่า oishi แปลว่า “ปาก”)
ช็อตเด็ดตามมาหลังจากนั้น พอเริ่มเบื่อคำว่า “oishi” อาจารย์สุดสวยก็เดินมานั่งข้างๆ เปิดดิกตัวคันจิแล้วเริ่มต้นเขียนคำว่า “love” ผมเลยใช้โอกาสที่ฟ้าประทานมาให้นั่งศึกษาวิธีการเขียนอย่างละเอียด เท่านั้นยังไม่พอ คำว่า “love” นี่เขียนยากมาก มีเส้นพิสดารหลายแบบที่ต้องใช้ทริกพอสมควร (ตามภาพคือเส้นเบอร์ 2, 3, 9) เธอเห็นผมเขียนเท่าไรก็ไม่เวิร์คเสียที เลยจับมือเขียนมันซะเลย (และแน่นอนว่ารอบเดียวผ่าน)
เอาเป็นว่าปิดท้ายด้วยตัวหนังสือ “love” สุดสวยของอาจารย์ ซึ่งได้กลับมาเป็นที่ระลึก (ผมเอาไปแปะบอร์ดในห้องไว้เรียบร้อย)
ส่วนอันนี้ผลงานสุดห่วยของลูกศิษย์
Comments
kon
29 February, 2008 - 19:18
Permalink
ขอรูปประก
ขอรูปประกอบด้วยครับ
ม่อน
29 February, 2008 - 19:39
Permalink
ขอภาพประก
ขอภาพประกอบครับ
mk
29 February, 2008 - 20:52
Permalink
@ทั้งสองท่
@ทั้งสองท่าน
ไม่ได้เอากล้องไปตอนเรียนครับ แต่ว่าถึงเอาไป ใครจะไปกล้าถ่ายละครับ
ABZee
29 February, 2008 - 22:24
Permalink
ไปเรียนมั
ไปเรียนมั่งได้มะเนี่ย
lulu
29 February, 2008 - 23:57
Permalink
ถ่ายรูปทำ
ถ่ายรูปทำไม จีบเลยยยยยยยยยยย
sugree
1 March, 2008 - 00:37
Permalink
Megane rules!
Megane rules!
nirun
1 March, 2008 - 00:59
Permalink
คำว่า love
คำว่า love มันเขียนยากครับ เพราะต้องเขียนด้วยใจของคน 2 คน เขียนคนเดียวไม่ได้นะ เหมือนอย่างที่คุณ mk พยายามเขียนเท่าไหร่ ก็เขียนไม่ได้นั่นแหละ
ลุยเลยไหม เห็นปลื้มใหญ่เชียว อิ อิ
bact'
1 March, 2008 - 18:12
Permalink
@nirun เอ่อ.....
@nirun เอ่อ..... กล้าพูดนะเธอ
ipats
2 March, 2008 - 14:23
Permalink
พอเลื่อนล
พอเลื่อนลงมาแล้วฮาก๊ากเลย (แต่ก็สวยกว่าผมเขียนเยอะหล่ะ เหอๆ)
แถมนิดว่า.. ถ้าจำไม่ผิดนะ
ตัว love นี้ มันมีที่มาที่ไป (ในจีนอ่านว่าอ้าย ที่ว่ากัน หว่ออ้ายหนี่ อ่ะแหละ)
คือตรงกลางของมันอ่ะ (ตัวเนี่ย 心) แปลว่าหัวใจครับ (จริงๆ นะไม่ได้โม้.. หุๆ)
mk
2 March, 2008 - 19:27
Permalink
@ipats ใช่ครับ
@ipats ใช่ครับ ในคลาสเค้าก็บอก
Add new comment