Revolution อาวุธลับสุดท้ายนินเทนโด
งาน Electronics Entertainment Expo หรือชื่อย่อว่า E3 ที่จัดขึ้นที่ลอสแองเจลิสเป็นประจำทุกปี เป็นมหกรรมความบันเทิงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเปิดตัวเกมใหม่ฟอร์มยักษ์เกือบทุกเกมต้องมาเปิดตัวที่นี่ งานปี 2004 ที่เพิ่งผ่านมา พระเอกของงานเป็นการต่อสู้กันระหว่างเครื่องเล่นเกมพกพาจากสองค่ายใหญ่ คือ PSP จากโซนี่ และ Nintendo DS จากนินเทนโด
โซนี่ซึ่งปัจจุบันครองตลาดเครื่องเล่นเกมคอนโซลอยู่ แสดง PSP ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีเหนือชั้น ตั้งแต่ ประสิทธิภาพของชิปประมวลผล ความสามารถในการแสดงผลภาพสามมิติในเครื่องขนาดพกพา และสามารถการดูภาพยนต์จากแผ่น UMD (Universal Media Disk) ที่โซนี่จะวางขายแยกต่างหาก ส่งผลให้ได้รับรางวัล Best of E3 จากสื่อมวลชนไปครอง
ด้านนินเทนโด ผู้บุกเบิกวงการวิดีโอเกม ซึ่งระยะหลังๆ ค่อนข้างจะเพลี่ยงพล้ำให้กับโซนี่พอสมควร นินเทนโดจึงนำเสนอสิ่งที่แตกต่างออกไป นั่นคือประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้จากการเล่นเกม
ซาโตรุ อิวาตะ ประธานของนินเทนโด ได้กล่าวไว้ในงานแถลงข่าวของงาน E3 ว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญต่อพัฒนาการของวงการเกม แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ปัจจุบันเราซื้อเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่ที่ทันสมัยขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น แสดงภาพได้สวยงามขึ้น แต่มันก็ยังอิงจากพื้นฐานการเล่นเกมแบบเดิมที่นินเทนโดคิดค้นขึ้นมาในเครื่องแฟมิคอมเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว (เครื่องแฟมิคอม หรือ ที่บ้านเราเรียกกันว่า เครื่องธรรมดา วางจำหน่ายปี 1983)
จุดนี้ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับนินเทนโดเป็นอย่างมาก สถานการณ์ตลาดเกมคอนโซลในปัจจุบันอยู่ในภาวะซบเซาพอสมควร เราได้เล่นภาคต่อของเกมดังๆ หลายเกม เช่น Bio Hazard, Final Fantasy แต่นอกจากภาพที่สวยขึ้นกับเนื้อเรื่องที่ต่อจากภาคแรกๆ แล้ว ความรู้สึก "ตื่นเต้น" ที่ได้จากเกมแนวใหม่แบบที่เกมภาคแรกเคยสร้างชื่อเอาไว้ก็ลดลงไปเยอะ
ทีมงานในนินเทนโดคงรู้สึกอย่างเดียวกัน หรือสายป่านเงินทุนสู้โซนี่ไม่ได้ก็ไม่รู้แฮะ แผนการนำเสนอ "ประสบการณ์ใหม่" ให้กับนักเล่นเกม จึงเริ่มต้นขึ้นที่เครื่อง Nintendo DS ซึ่งเป็นเครื่องเกมพกพาเหมือนกับเครื่องเกมบอยแอดวานซ์ของนินเทนโด ได้เปลี่ยนวิธีการเล่นเกมจากการควบคุมด้วยปุ่มแบบเกมบอยแอดวานซ์ มาเป็นการควบคุมโดยสัมผัสหน้าจอโดยตรง
Nintendo DS (ย่อมาจาก Dual-Screen) เพิ่มจอ LCD เข้ามาอีกตัวหนึ่ง โดยเป็นหน้าจอสัมผัสด้วย หน้าจอที่สองนี้เปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาเกมสามารถสร้างสรรแนวทางการเล่นเกมแบบใหม่จากระบบสัมผัสได้ เราอาจใช้ปากกา Stylus ควบคุมตัวละคร หรือให้จอที่สองเป็นจอเรดาห์สำหรับเกมขับเครื่องบิน เป็นต้น แต่ตอนนี้ DS ยังไม่วางตลาดจริงครับ ก็คงต้องรอออกมาสักพักว่า ดีจริงอย่างที่คุยหรือเปล่า
ส่วนหมัดที่สองของนินเทนโดเป็นเครื่องคอนโซลตัวใหม่ที่จะวางตลาดประมาณปี 2006 มีโค้ดเนมอย่างเป็นทางการว่า Nintendo Revolution ทุกสิ่งทุกอย่างยังเป็นความลับ นายอิวาตะเองบอกแค่ว่า Revolution จะเป็นแนวทางใหม่ในการเล่นเกมอย่างแท้จริง
งาน E3 ปีหน้า 2005 จึงน่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องคอนโซลรุ่นต่อไปจากทั้งสามค่าย คือ Revolution, X-Box 2 จากไมโครซอพท์ และ Play Station 3 จากโซนี่ นัดมาเปิดตัวพร้อมกันที่งานนี้ เครื่องที่มีกำหนดวางตลาดก่อนเพื่อนคือ X-Box 2 ช่วงปลายปี 2005 เครื่อง PS3 มีกำหนดในปี 2006 ส่วน Nintendo Revolution ยังไม่มีแผนการใดๆ ออกมา นินเทนโดบอกแค่ว่าไม่วางตลาดหลังคู่แข่งแน่นอน
ความน่าสนใจของ X-Box 2 และ PS3 อยู่ที่สมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่ โซนี่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ไมโครโปรเซสเซอร์ Cell ที่ร่วมพัฒนากับไอบีเอ็มและโตชิบา ร่วมกับหน่วยความจำแบบใหม่ XDR DRAM ประกอบกัน ในขณะที่มีข่าวลือมาว่า Revolution จะใช้ชิป PowerPC G5 ที่ใช้ในเครื่องแมคอินทอชปัจจุบัน และการ์ดจอจาก ATI ซึ่งฟังดูธรรมดามากเมื่อเทียบกับโซนี่ ดังนั้นความน่าสนใจจึงอยู่ที่นินเทนโดจะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เล่นเกมอย่างเราๆ ได้อย่างไรมากกว่า รู้พร้อมกันในงาน E3 2005 ครับ