มีอะไรใหม่ในเคอร์เนล 2.6

คำว่า “ลินิกซ์” ที่เราๆ พูดกันอยู่ทุกวันนี้หมายถึงตัวระบบปฏิบัติการทั้งตัว ที่มีโปรแกรมต่างๆ มีคอมมานด์ไลน์ และระบบ X-Window แต่ว่าจริงๆ แล้ว คำว่า “ลินิกซ์” เดิมทีนั้นหมายถึง เคอร์เนล (Kernel – ส่วนหลักของระบบปฏิบัติการที่คอยติดต่อกับฮาร์ดแวร์) ที่เริ่มพัฒนาโดยไลนัส ทอร์วัลด์ ต่างหาก เมื่อความหมายของ “ลินิกซ์” ที่หมายถึงตัวเคอร์เนลเปลี่ยนไป เราเลยเรียกเต็มๆ ว่า ลินิกซ์เคอร์เนล (Linux Kernel) หรือ Kernel เฉยๆ แทนครับ

ไลนัสเริ่มพัฒนาลินิกซ์ในปี 1991 โดยเคอร์เนลรุ่นล่าสุดที่ออก คือ เคอร์เนล 2.4 ออกเมื่อเดือนมกราคม ปี 2001 หลังจากเคอร์เนล 2.4 ออกมาแล้ว ทางไลนัสและนักพัฒนาทั่วโลกหันไปทุ่มพัฒนาเคอร์เนลตัวใหม่ คือ เคอร์เนล 2.6 โดยเรียกรุ่นในการพัฒนาว่า 2.5.x (ระบบตัวเลขของเคอร์เนลนั้น ถ้าเลขหลักที่สองเป็นเลขคี่ หมายถึง เคอร์เนลที่พัฒนาอยู่ ส่วนเลขคู่คือ เคอร์เนลที่ใช้งานจริงครับ) เวลาก็ผ่านมาจนเกือบ 2 ปีแล้ว ถือว่านานพอสมควรในโลกคอมพิวเตอร์ ดังนั้น ในเดือนธันวาคม 2003 ที่ผ่านมา เคอร์เนล 2.6.0 ก็เสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวที่สำคัญอีกก้าวของลินิกซ์

การเปลี่ยนแปลงในเคอร์เนล 2.6 อาจจะไม่มากนัก ถ้าเทียบกับตอนเปลี่ยนจาก 2.2 เป็น 2.4 เพราะว่าเคอร์เนล 2.6 มุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวม มากกว่าฟีเจอร์หวือหวา เคอร์เนล 2.6 ทำให้ลินิกซ์รู้จักฮาร์ดแวร์หลากหลายมากขึ้นไม่ว่าเครื่องขนาดเล็กหรือใหญ่ สำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ เคอร์เนล 2.6 สนับสนุนการใช้งานซีพียูมากถึง 64 ตัวพร้อมกัน แถมยังสนับสนุนสถาปัตยกรรม NUMA (Non Uniform Memory Access) ซึ่งเป็นระบบการจัดการแรมแบบใหม่สำหรับเครื่องขนาดใหญ่ที่ใช้หลายซีพียู นอกจากนี้เรายังสามารถใส่แรมได้มากถึง 64GB บนเครื่องที่ใช้สถาปัตยกรรม 32 บิต (ซีพียูแบบที่ใช้ๆ กันอยู่ อย่าง AthlonXP หรือ Pentium 4 ก็เป็น 32 บิตครับ) สนับสนุนฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุสูงสุดได้ 16 TerraByte และใส่อุปกรณ์ต่อพ่วงได้พร้อมกัน 4095 ตัว ส่วนความสามารถใหม่ๆ ของผู้ผลิตซีพียู อย่าง Hyper Threading ใน Pentium 4 HT ก็เป็นที่รู้จักเรียบร้อยเช่นกัน ทำให้ Pentium 4 HT นั้นทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นบนเคอร์เนล 2.6

สำหรับผู้ใช้ตามบ้านทั่วๆ ไปอย่างเราๆ ที่คงไม่ได้ไปเล่นของแรงอะไรขนาดนั้น เคอร์เนล 2.6 ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นโดยการผนวกเอาระบบจัดการการ์ดเสียง ALSA (Advanced Linux Sound Architecture) ที่เคยต้องลงแยกต่างหากไว้ในตัวเคอร์เนลเรียบร้อย นอกจากนี้ยังรวมส่วนจัดการ Wireless, Bluetooth, IPv6 และ USB 2.0 ไว้ในเคอร์เนลด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ขนาดเล็ก อย่างอุปกรณ์ฝังตัว (Embeded) หรือโทรศัพท์มือถือ ด้วยความร่วมมือจากผู้ผลิตซีพียู เคอร์เนล 2.6 รู้จักกับซีพียูของระบบเหล่านี้มากขึ้น เช่น Hitachi H8/300, NEC v850 และ Motorola m68k

ส่วนเรื่องประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากเคอร์เนล 2.6 นั้นตัวผมเองยังไม่ได้ลองใช้งานนะครับ เผอิญอินเทอร์เนตที่ใช้มีปัญหานิดหน่อย แต่เท่าที่ฟังคนลองแล้วเล่ามา บอกว่าเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้กับส่วนอื่นๆ ในลินิกซ์อยู่บ้างเล็กน้อย และมีนักวิจัยจาก OSDL (Open Source Development Lab) บอกว่าบางส่วนยังมีปัญหาทำให้แย่กว่าเคอร์เนล 2.4 อยู่บ้าง ซึ่งจะได้รับการแก้ไขในรุ่นย่อยถัดไปของเคอร์เนล 2.6 ถ้าอยากลองเล่นดูจริงๆ ก็สามารถดาวน์โหลดซอร์สโค้ดของเคอร์เนลได้จาก www.th.kernel.org ซึ่งเป็นมิเรอร์ในเมืองไทย แต่ต้องคอมไพล์เคอร์เนลเองนะครับ ถ้าอยากสะดวก บรรดาลินิกซ์ดิสทริบิวชันต่างๆ ก็เริ่มนำเคอร์เนล 2.6 มาใช้กับรุ่นกำลังพัฒนาบ้างแล้ว อย่าง Mandrake Cooker หรือ RedHat RawHide ส่วนใน RedHat Fedora ก็คงตามมาประมาณกลางปี 2004

เคอร์เนล 2.6 ยังไม่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ที่วางขายจริงๆ ในเร็ววันนี้ เพราะต้องผ่านการทดสอบความเข้ากันได้อีกมาก RedHat ประกาศว่าจะนำมาใช้กับ RedHat Enterprise Linux 4 ที่จะออกในปี 2005 (เพราะเวอร์ชัน 3 เพิ่งออกไปเมื่อเดือนตุลานี้เอง) ส่วน SuSE นั้นประกาศจะใช้ใน SuSE Linux Enterprise Server 9 ที่กำหนดไว้กลางปี 2004 เหมือนกัน