Weblog เว็บบอร์ดส่วนตัว

Weblog เว็บบอร์ดส่วนตัว

สามตอนต่อจากนี้ไป ผมจะมาแนะนำนวัตกรรมใหม่ของเวิร์ล ไวด์ เว็บครับ เว็บเกิดขึ้นด้วยฝีมือของนายทิม เบอเนอร์ ลี และได้รับความนิยมสุดๆ จากเว็บบราวเซอร์เนตสเคป เนวิเกเตอร์ แต่หลังจากนั้น เว็บแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยจนถึงทุกวันนี้

Blog คืออะไร?
Weblog หรือเรียกสั้นๆ ว่า blog (บล็อก) เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะนำเว็บไปใช้งานในรูปแบบอื่น ให้อธิบายง่ายๆ blog คือไดอารี่ออนไลน์นั่นเอง เริ่มจากเราทำการสมัครสมาชิกของ blog หรือจะตั้งเซิร์ฟเวอร์เองก็ได้ แล้วก็เขียนเรื่องราวต่างๆ ตามใจชอบ โดย blog จะแสดงผลตามวันเหมือนกับไดอารี่ทุกประการ หลายคนอาจเกิดคำถามว่า แล้วจะเขียนเรื่องอะไรลงใน blog ของเราดีล่ะ อันนี้หลากหลายมาก (เหมือนกับเราเขียนไดอารี่นั่นแหละ) บางคนอาจจะบันทึกเรื่องที่เจอในแต่ละวัน บางคนอาจจะเขียนวิจารณ์ข่าวสารบ้านเมือง บางคนอาจจะแนะนำเว็บไซท์ที่เจอมาในวันนั้น แต่งกลอน โพสต์รูปที่ไปเที่ยวมา หรือบางครั้งก็ร่วมกันเขียนเป็นทีม ขึ้นกับเจ้าของ blog ว่าต้องการเขียนไปในทางไหน

ทำไม blog ถึงมีค่าแก่การพูดถึง?
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว การเขียน blog ฟังดูธรรมดามากเลยใช่มั้ยครับ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่ฮิตและอินเทรนด์ที่สุดบนอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ผมลองมานั่งนึกสาเหตุที่ทำให้ใครๆ ก็ติด blog มาได้หลายประการดังนี้ครับ

  1. เขียน blog เหมือนกับเล่นเว็บบอร์ด
    กฎข้อแรกของการสร้างเว็บไซท์ให้ติดตลาด คือ ต้องทำให้ผู้ชมกลับมาเยี่ยมเว็บของเราอีกให้ได้ และวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดคือสร้างชุมชนของผู้ชม (Community) ให้เกิดขึ้นบนเว็บของเรา เพราะเหตุนี้จึงทำให้เว็บที่เน้นการสนทนาผ่านเว็บบอร์ดอย่าง Pantip.com กลายเป็นเว็บไซท์อันดับหนึ่งของเมืองไทยมาหลายปี blog เป็นการแสดงความคิดเห็นของเราให้คนอื่นอ่านวิธีหนึ่ง เพียงแต่เป็นเว็บบอร์ดส่วนตัวที่คนเขียนคือเจ้าของ blog เท่านั้น (ผู้ชมสามารถแสดงความเห็นได้เป็น comment)
  2. เขียน blog ไม่ต้องระวังเท่าเว็บบอร์ด
    จุดอ่อนของเว็บบอร์ดคือคนเยอะ และเมื่อเกิดความขัดแย้งกัน ก็จะทะเลาะกันใหญ่โต Pantip.com เจอปัญหานี้มากจนต้องตั้งระบบสมาชิกที่เข้มงวด ทำให้ลำบากในการสมัคร blog เข้ามาทดแทนในจุดนี้ได้พอดี เราสามารถเขียนอะไรลงใน blog ของเราก็ได้โดยไม่ต้องกลัวใครว่า ไม่ต้องกลัวข้อมูลมั่ว (เพราะว่าเป็น blog ของเรานี่นา) ทำให้หลายๆ คนเกิดความสบายใจในการเขียน blog มากกว่าเว็บบอร์ดที่มีคนมาคอยเถียงหรือจับผิด
  3. blog มีเนื้อหาต่อเนื่อง
    คนที่สนใจในเรื่องเดียวกันก็มักจะเข้าเว็บบอร์ดเฉพาะเรื่อง แต่ปัญหาอีกอย่างของเว็บบอร์ดคือ กระทู้ตกเร็ว และแต่ละกระทู้ไม่ต่อเนื่องกัน เพราะต่างคนต่างโพสต์ แต่ blog นั้นเป็นของเจ้าของคนเดียว เขียนคนเดียว สามารถควบคุมความต่อเนื่องของเนื้อหาได้สะดวกกว่า ยิ่งเจ้าของ blog นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เราสนใจพอดี นี่จะสนุกมากเลยครับ ได้อ่านอะไรๆ ที่วงในเค้ารู้กันได้จาก blog นี่ล่ะ
  4. มันก็เหมือนแอบอ่านไอดารี่คนอื่น
    การแอบอ่านไดอารี่เป็นอะไรที่ไม่ดีแต่สนุกมาก blog นั้นกลับกัน เป็นไดอารี่ที่อยากให้คนอื่นอ่าน ดังนั้นเจ้าของ blog จะประดิษฐ์ ประดอยหาเรื่องที่น่าสนใจมาเขียนให้อ่าน ทำให้เรื่องใน blog นั้นก็น่าสนใจมากขึ้น


จะเขียน blog ได้ที่ไหน?
คงอยากจะลองอ่านหรือเขียน blog กันบ้างแล้ว วิธีที่ง่ายที่สุดคือสมัครสมาชิกของเว็บไซท์ที่ให้บริการ blog ซักแห่ง ที่แนะนำและนิยมที่สุดคือของ blogger (www.blogger.com) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกูเกิล ใช้ง่ายและมีเครื่องมือค่อนข้างครบครัน blog ที่สมัครกับ blogger สามารถจะฝากไว้ (ได้ชื่อเป็น username.blogspot.com) หรือจะให้ส่งข้อมูลของ blog มาที่เซิร์ฟเวอร์ของเราเองก็ได้ในกรณีที่มีเซิร์ฟเวอร์ รายละเอียดทางเกี่ยวกับ Weblog ปัจจุบันมีหนังสือภาษาไทยออกมาแล้ว ชื่อว่า “ทำเล่นให้เป็น blog” เขียนโดยคุณ เกรียงไกร วิชระอนนท์ ราคา 195 บาท ISBN 974-91996-8-5 เนื้อหาละเอียดดีมาก

ปัจจุบัน blog เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารมาก ขนาดที่บิลล์ เกตส์ยังต้องออกมาพูดถึงว่า ในอนาคต การสื่อสารภายในองค์กรจะใช้ blog นี่ล่ะ โครงการโอเพ่นซอร์สใหญ่ๆ นักพัฒนาคนสำคัญจะมี blog ไว้แสดงความก้าวหน้าในการพัฒนาโปรแกรมของตนเอง เมื่อนำมา blog ของทุกคนมารวมกัน ก็จะได้ข่าวสารวงในที่อัพเดตไม่แพ้สื่ออื่นๆ เลยล่ะ ส่วนตัวอย่าง blog ของผมอยู่ที่ markpeak.blogspot.com ว่างๆ มาเขียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันผ่าน blog ได้ครับ