OpenDocument: ร่วมมือร่วมใจสู่มาตรฐานไฟล์แบบเปิด (2)

จากปัญหา Vendor Lock-in ในตอนที่แล้ว ทำให้ในอนาคตก่อนที่เราจะตัดสินใจนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างยิ่งยวดคือ เทคโนโลยีเหล่านั้นตั้งอยู่บนมาตรฐาน (Standard) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และมาตรฐานนั้นจำเป็นต้องเป็นมาตรฐานเปิด (Open Standard) ที่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้าถึงตัวเอกสารมาตรฐานนั้นได้ด้วย

ถ้าเทคโนโลยีนั้นทำมาตรฐาน (Standard) แล้ว ย่อมหมายความว่าโปรแกรมใดๆ ที่ทำตามมาตรฐานเดียวกัน ย่อมใช้งานร่วมกันได้ ส่วนเรื่องมาตรฐานเปิด (Open Standard) เป็นการรับประกันไปในตัวว่า ต่อให้ผู้ผลิตโปรแกรมเจ้าเดิมเกิดปัญหาเลิกทำไป ผู้ผลิตเจ้าอื่นยังมีโอกาสทำโปรแกรมแบบเดียวกันขึ้นมาได้จากเอกสารมาตรฐานเหล่านั้น

ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือ อินเทอร์เน็ตครับ การสื่อสารทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตทำผ่านข้อตกลงมาตรฐานที่เรียกว่า TCP/IP ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิด ทุกวันนี้เราจึงเห็นเครื่องวินโดว์ส ลินิกซ์ แมคอินทอช โทรศัพท์มือถือ ปาล์ม พอคเก็ตพีซี ใช้งานอินเทอร์เน็ตร่วมกันได้โดยไม่สนใจว่าเป็นระบบปฏิบัติการหรือเครื่องชนิดไหน

สำหรับเอกสารสำนักงาน ทุกวันนี้มาตรฐานกลายๆ หรือที่ฝรั่งเค้าใช้คำว่า De Facto Standard ย่อมเป็นไมโครซอฟท์ออฟฟิศ ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานเปิด ยังเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของไมโครซอฟท์อยู่ ในอนาคตเกิดมีเหตุการณ์อะไรผิดปกติขึ้นมา เราไม่สามารถรับรองได้เลยว่าเราจะยังเปิดเอกสารไมโครซอฟท์ออฟฟิศได้

ในต่างชาติตื่นตัวเรื่องปัญหานี้กันมาก โดยเฉพาะจากฝั่งยุโรป จีน และญี่ปุ่น ทางสหภาพยุโรปจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านไอทีชื่อว่า Valoris ในฝรั่งเศส ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำฟอร์แมตมาตรฐานเปิดของงานสำนักงานเข้ามาใช้ในทวีปยุโรป ผลการศึกษาของ Valoris ออกมาเป็นรายงานที่มีชื่อเสียงฉบับหนึ่ง เรียกชื่อเล่นว่า Valoris Report

Valoris Report เสนอฟอร์แมตที่มีคุณสมบัติครบถ้วนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด 2 ฟอร์แมต ให้สหภาพยุโรปพิจารณา

ฟอร์แมตแรกคือ OpenDocument ซึ่งพัฒนามาจากฟอร์แมตเอกสารของ OpenOffice.org (ที่บ้านเรารู้จักกันในชื่อปลาดาว หรือออฟฟิศทะเล) ปัจจุบันดูแลโดยองค์การ OASIS (ย่อมาจาก Organization for the Advancement of Structured Information Standards) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่คอยดูแลเรื่องมาตรฐานข้อมูล และกำลังอยู่ในกระบวนการพัฒนาเป็นมาตรฐานของ ISO (ISO อันเดียวกับที่ออก ISO 9000 ล่ะครับ)

ข้อมูลข้างในเก็บเป็น XML ซึ่งการันตีว่าต่อให้สถานการณ์เลวร้ายสุดๆ ไม่มีโปรแกรมอะไรเปิด OpenDocument ได้เลย เรายังใช้ Notepad อ่านได้ OpenDocument ครอบคลุมงานสำนักงานทุกชนิด ตั้งแต่งานเอกสาร (Wordprocessing) ยันงานฐานข้อมูล (Database)

ฟอร์แมตที่สองคือ Microsoft XML References Schemas เนื่องด้วยว่าไมโครซอฟท์เองก็รู้ดีว่าถูกเพ่งเล็งปัญหานี้ ในไมโครซอฟท์ออฟฟิศ 2003 จึงมีตัวเลือกให้เซฟเป็น XML ได้ (เป็น XML ด้วยเหตุผลเดียวกันกับ OpenDocument นะครับ) ฟอร์แมตนี้เปิดเผยรายละเอียดภายในฟอร์แมตด้วย ต่างจากฟอร์แมตเดิมของไมโครซอฟท์ออฟฟิศ? (เช่น .doc) แต่ข้อเสียร้ายแรงของมันคือใช้ได้กับออฟฟิศ 2003 เท่านั้น และใช้ได้กับโปรแกรมในตระกูลไมโครซอฟท์ออฟฟิศเพียง 4 ตัว คือ Word 2003, Excel 2003, InfoPath 2003 และ Visio 2003 ขาดตัวสำคัญอย่าง Powerpoint ไป

สหภาพยุโรปเลือก OpenDocument ครับ

โปรแกรมที่ใช้ OpenDocument ในปัจจุบันนี้คือ OpenOffice.org 2.0 (ตัวจริงยังไม่ออก อยู่ในระยะเบต้า), OpenOffice.org 1.1.5 ขึ้นไป (กำลังจะออกเช่นกัน), KOffice 1.4 ทางฝั่งที่ไม่ใช่โอเพ่นซอร์ส ก็มีซอฟต์แวร์ Workplace ของ IBM ที่สนับสนุนแล้ว

สถานการณ์ของ OpenDocument เรียกได้ว่าดีมากๆ ทั้งได้รับเสียงจากฝั่งรัฐบาล (ในที่นี้คือยุโรป) และตัวโปรแกรมที่ทำงานได้จริงเริ่มมีออกมาให้เห็นเยอะ ทางทีม OpenDocument เองถึงกับพูดว่า "This is a battle we can win" เลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าโปรแกรมชุดออฟฟิศหลักในตลาดอย่างไมโครซอฟท์ออฟฟิศ จะยังทำงานกับ OpenDocument ไม่ได้ แต่ด้วยข้อดีของมาตรฐานเปิด และปัญหา Vendor Lock-in ที่ผมเขียนมาทั้งหมด การใช้ OpenDocument จึงเป็นทางเลือกที่เราควรเดินไป ยิ่งมีสหภาพยุโรปเป็นผู้นำที่เข้มแข็งให้ทั้งทีแล้ว ถ้าใครติดตามวงการคอมพิวเตอร์มานาน จะรู้ว่าโอกาสทองแบบนี้มีไม่บ่อยนัก ดังนั้นรัฐบาลไทยยิ่งไม่ควรพลาดโอกาสนี้ครับ

ถ้าใครมีช่องทางเข้าถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง รบกวนเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปยังพวกท่านหน่อยนะครับ สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นคนทั่วไปแบบผม ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือลองดาวน์โหลด OpenOffice.org 2.0 ตัวเบต้ามาลองเล่นกัน (ตอนที่เขียนล่าสุดออกถึงรุ่น m100) ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า เวอร์ชัน 2.0 นี่พัฒนาจาก 1.0 ที่หลายๆ คนอาจเคยลองเล่นในปลาดาวไปอีกโขเลย

Column: