mk's blog

Sam Altman's Time Management

Photo by  epSos .de

Photo credit: epSos .de

พอมีหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบมากในระดับหนึ่ง สิ่งที่หายากขึ้นเรื่อยๆ คือ "เวลา"

ดังนั้นเทคนิคการบริหารจัดการเวลา จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเสมอ และเว็บไซต์หลายแห่งของเมืองนอกก็มักเอาเรื่องนี้มาเป็นจุดขาย เรียกลูกค้า (อย่างเราๆ) ได้ตลอด

เคสล่าสุดคือ Sam Altman ประธานของ Y Combinator อธิบายวิถีชีวิตประจำวันของเขาไว้สั้นๆ แต่น่าสนใจ ดังนี้

Entrepreneurship: Pirate Spirit vs Navy Execution

Pirates vs Navy

ความเป็นขบฎ กล้าแหกกรอบ กล้าท้าทายระเบียบกฎเกณฑ์นั้นเป็นเรื่องเท่เสมอในทุกวงการ

ความเป็นขบฎในโลกของไอทีน่าจะเริ่มต้นมาจากสตีฟ จ็อบส์ ที่สร้างวัฒนธรรม anti-corporate ท้าทายความจำเจ ตั้งแต่การสร้างสัญลักษณ์ "โจรสลัด" ปักธงไว้ที่ยอดตึก, โฆษณา Big Brother ท้าทายอำนาจของ IBM, โฆษณา Think Different อันโด่งดัง รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรอีกหลายอย่างที่ได้รับความชื่นชอบจากจิตวิญญาณ "ขบฎ" ที่หลบซ่อนอยู่ในใจของใครหลายคน

เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดมายังวงการ startup ที่มีวัฒนธรรม anti-corporate ยิ่งกว่า บรรดาผู้ก่อตั้งใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และสร้างบริษัทพลิกโลกอย่าง Google, Facebook, Twitter, Instagram กันอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จของบรรดา startup ที่กล้าแหกกรอบเดิมๆ ส่งผลให้เกิดค่านิยมว่า startup ต้องทำตัวเป็น "โจรสลัด" จึงจะประสบความสำเร็จในระดับนี้

คำถามคือการทำตัวเป็นโจรสลัดแล้วจะประสบความสำเร็จ มันคือ fact หรือ myth

Game of Thrones: The Coming of Age in Westeros

House Stark

ปรับปรุงจากโพสต์ใน Facebook

เนื่องจากดู Game of Thrones ช้ากว่าชาวบ้านเขาไปหลายปี หลังจากดูจบซีซัน 5 ไล่ทันชาวบ้านแล้ว ก็อยากเขียนลงบล็อกในบางประเด็นที่คิดว่าน่าสนใจสักหน่อย เริ่มจากวิจารณ์ "ธีมหลัก" ของเรื่องก่อน (หมายเหตุ: ข้อมูลทั้งหมดจากการดูซีรีส์อย่างเดียว ไม่ได้อ่านหนังสือ A Song of Ice and Fire)

ผมคิดว่าธีมหลักของ Game of Thrones คือมันเป็นหนังแนว coming of age ฟังแล้วอาจดูแปลกๆ เพราะในเรื่องนี้มันฆ่ากันชิปหายวายป่วงมาก จะมาเป็นหนัง coming of age ที่ส่วนใหญ่มักเป็นแนววัยรุ่นใสๆ ได้อย่างไรกัน

คำตอบคือธีมหลักของหนัง/นิยาย เป็นเรื่อง "การเติบโตเป็นผู้ใหญ่" ของเหล่าเด็กน้อยตระกูล Stark ทั้ง 6 คน โดยมีฉากหลังเป็นสงครามกลางเมืองของ Westeros ที่เรียลลิสติกและสมจริง ฆ่าเป็นฆ่า พลาดเป็นตาย ไม่มีโอกาสแก้ตัว

Baki: Son of Ogre

Baki Son of Ogre

[สปอยล์]

บากิ เป็นการ์ตูนที่เคยติดตามแบบใกล้ชิดสมัยเรียนมหาลัย เหตุเพราะมีพี่ในชมรมซื้อ Viva Friday เป็นประจำ เลยมีโอกาสได้ติดตามแบบตอนต่อตอนทุกสัปดาห์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ลองคิดถึงตอนโดปโปะมือขาด แล้ว "อ่านต่อสัปดาห์หน้า" นะครับ)

แต่เนื่องจากเป็นการ์ตูนที่ไม่ได้ซื้อสะสม พอเรียนจบแล้วเลยต้องใช้วิธีไปยืมอ่านจากเพื่อนบางคนที่ยังตามซื้ออยู่ พอช่วงหลังตามการ์ตูนน้อยลง เลยพลอยไม่ได้ตามอ่านไปโดยปริยาย

การต่อสู้ของบากิกับยูจิโร่จบลงในปี 2012 (แต่ล่าสุดพี่เล่นออกภาค 4 แล้วซะงั้น) ถึงแม้ผมจะอดใจไม่ไหวแอบไปอ่านสปอยล์มาบ้างแล้ว แต่การได้อ่านเรื่องทั้งหมดแบบเต็มๆ ก็ย่อมเป็นประสบการณ์ที่ดีกว่าอยู่ดี

กฎเหล็กของการอ่านบากิคือ "อย่าสนใจเหตุผลเยอะ" เพราะถ้าสนใจเหตุผลแล้วจะพลอยอ่านไม่สนุกไป

Keyword: 

The Hobbit: The Battle of the Five Armies

The Hobbit: The Battle of the Five Armies

ภาคที่สามและภาคจบของไตรภาค The Hobbit ที่ไม่นึกว่าจะลากยาวมาได้ขนาดนี้ (ภาคแรก, ภาคสอง)

หลังจากชาวคณะคนแคระสามารถเดินทางไปถึง Lonely Mountain และชิงสมบัติจากมังกร Smaug ได้ในภาคก่อนแล้ว เนื้อหาภาคนี้มีเพียงแค่ 2 ส่วนคือปราบมังกร Smaug (ในช่วงแรกของหนัง) และสงครามชิงสมบัติใน Lonely Mountain จากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ทั้งหมด 5 เผ่าตามชื่อของหนังคือ มนุษย์ คนแคระ เอลฟ์ ยักษ์ และอินทรี

เนื้อหาส่วนของสงคราม Battle of the Five Armies ในหนังสือจริงๆ มีแค่นิดเดียว (คือบอกว่ารบๆ กัน จบแล้วใครชนะ) แต่หนังก็เอามายืดได้ซะยาว (แถมทำได้ออกมาค่อนข้างดีด้วย) ถือเป็นความมหัศจรรย์จริงๆ

Pages

Subscribe to RSS - mk's blog