mk's blog

เห็นพักนี้คนเขียนเรื่องเศรษฐกิจกันเยอะ เลยอยากเขียนบ้าง



ซักเดือนที่แล้วเคยคุยกับแท็กซี่ เค้าบอกว่าปัจจัยสี่น่ะ ตอนนี้เหลือปัจจัยเดียวแล้ว คือ เงิน



กลับมานั่งคิดดู ก็จริงของแท็กซี่เค้านะ



ในโลกทุกวันนี้ เราไม่สามารถหาปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตทั้งสี่ได้ด้วยตัวเองเลย ทุกวันนี้ เราคงไม่เดินไปจับเขียดมาแด๊กตอนหิว หรือมานั่งทอผ้าใช้เองกันอีกแล้ว ถึงอยากทำก็ไม่สามารถทำได้ด้วย สิ่งเดียวที่คุณต้องมีก็คือ เงิน เท่านั้นเอง



ผมเป็นคนที่เชื่อมั่นต่อระบบทุนนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าความก้าวหน้าทางวิทยาการทุกวันนี้ เกิดมาด้วยแรงผลักดันทางเศรษฐกิจจากระบบทุนนิยมทั้งนั้น ซึ่งทำให้ตัวเองเกลียดมากเวลาเจอพวกปากดีแอนตี้ระบบทุนนิยม ชอบยกพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงมาอ้าง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยเหมือนชาวบ้านเค้า เปลื่อยนมือถือทุกสามเดือน (เห็นเยอะนะครับพวกแบบนี้ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในพวกนี้ก็เลิกซะเถอะ) ถ้าอ้างแล้วทำจริงได้ จะโคตรยกย่องและชื่นชมเลย



ดังนั้นผมคิดว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีจะร้ายยังไง เราต้องเดินไปในทางของทุนนิยมอยู่ดี ซึ่งทางเดียวที่เราจะเอาตัวรอดจากมันได้ ก็คือรู้ทันมัน



และหน้าที่ในการรู้ทันเศรษฐกิจทุนนิยมที่แข่งกันหฤโหด ก็เป็นหน้าที่ของตัวเอง ตัวเองเท่านั้น ไม่มีใครว่างและใจดีมาคิดให้อยู่แล้ว



วิธีการในการเอาตัวรอดมีเยอะแยะ (ประหยัด, ลงทุน, ออม, ลดความเสี่ยง, etc.) มีในตำราสารพัด แต่ปัญหาอยู่ที่ไม่กระตือรือล้นขวนขวายมากกว่า



แน่นอนว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจ แค่เอาชีวิตให้รอดไปวันๆ ก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว นั่นเป็นหน้าที่ของรัฐในการช่วยเหลือในภาพรวม  แต่คนที่อ่านบล็อกนี้อยู่ย่อมไม่ใช่คนระดับนั้น อย่างน้อยคุณมีฐานะพอสมควรที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ มีความรู้พอสมควรที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็น ถ้ายังปล่อยให้ตัวเองโง่อยู่ โดนพิษเศรษฐกิจเล่นงาน ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วล่ะครับ



สังคมไทยที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่มีเงินก็ไม่อดตายมันหมดไปแล้วล่ะ (อย่างน้อยก็ในเมือง) ถ้าจะเอาตัวรอดในสังคมทุนนิยม (ที่เปลี่ยนไม่ได้ มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิด) ก็ต้องช่วยตัวเองสถานเดียว จีดีพีจะติดลบเท่าไร ถ้ามีความเตรียมพร้อมและตั้งใจจะเอาตัวรอด มันก็รอดอยู่แล้ว อย่าไปยุ่งกับรัฐบาลเลย

Bangkok Post Database

I've never read English newspaper (Bangkok Post, The Nation) before and I think ordinary Thai people don't read them too. It's easier to recieve news from Thairath or something else.



One day, I found a link about MacOSX review from OSNews (or Slashdot, can't remember), just click as usual and then find out that the review is come from Bangkok Post. Thai Rules!!!



My Dutch colleague at SIPA told me that Bangkok Post has a tech section every wednesday called "Database". This Mac "Extension" column is written by Graham K. Rogers, an adviser from Mahidol Salaya. His personal website and column archive is here.



He asked for Thai localized Dashboard widget in his Tiger review. That's the inspiration of "Thai Oil Price Widget". After I finished it, I send to him and he kindly both write about it in his site and also his column.



Thanks Graham, your column is very interesting (for Mac user).


บัณฑิตคนแรกของรุ่น
(ถ้าเว็บเข้าไม่ได้ก็โทษหมอนี่แหละ)

Love Will Come Through

Love Will Come Through (music video)
Travis
12 Memories

" So take me don't leave me
Take me don't leave me
Baby, love will come through
it's just waiting for you

บล็อกนี้อุทิศให้เพื่อนผมละกัน (จริงๆ ก็ให้ตัวเองด้วยแหละ)

Linux Desktop Discussion

ช่วงนี้บล็อกแบบโคตรมันเกี่ยวกับความพร้อมของลินุกซ์ต่อการใช้บนเดสก์ท็อปเยอะมากๆ



แนะนำให้อ่าน

  • The Linux Desktop Distribution of the Future - เคยเขียนถึงไปแล้ว 
  • The Firefox Target And The TuxMini - เสนอว่า Linux พร้อมแล้วสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่เรียกว่า "Firefox Target" คือผู้ใช้ที่มีความรู้อยู่บ้าง ไม่ใช่โง่หมดหัว - อันนี้ถ้าเห็นว่ามันยาว ขี้เกียจอ่าน ก็ไม่เป็นไร
  • Asa Dotzler คนดังของ Mozilla Foundation บอกว่า linux not ready for the desktop และเสนอประเด็นที่ลินุกซ์ต้องแก้ไขให้ได้ ก่อนจะหันมาดึงลูกค้าหน้าใหม่ได้จริงจัง - อันนี้บังคับอ่านครับ โดนสาดเลย บล็อกนี้ขึ้นหน้าหนึ่ง Slashdot ไปเรียบร้อย คอมเมนต์เป็นยาวเป็นหางว่าวเลย

อันที่โดนใจผมสุดๆ คือเรื่องการปรับแต่ง ในวินโดวส์เรามี Control Panel อันเดียว บนแมคมี System Preferences อันเดียว แต่บนลินุกซ์มีทั้ง Settings และ Preferences ส่วนมันเป็นยังไงนั้น ขอโควตข้อความดังนี้



"You and I know that the difference between Settings and Preferences is that one is system wide and one is per-user but Regular People don't know that and shouldn't need to know that.

  • If the Regular Person doesn't have access to it because it's a system wide setting, then why put that entire menu of options in front of him.
  • If the Regular Person has equal access to both, then why are they split?

It's just a confusing mess."



อีกอันคือเรื่องของ Software Installation ถึงแม้ผมจะใช้ Debian อยู่ แต่ผมคิดว่าระบบการลงซอฟต์แวร์บนลินุกซ์กำลังมาผิดทาง ถ้าเป็นเครื่องในบริษัทที่แอดมินต้องมาคอยดูแลแพกเกจล่ะก็ APT (หรือ YUM ก็ตาม) เป็นวิธีที่โอเค แต่ถ้าเป็นเครื่องของคุณเองใช้เอง การจะรวมศูนย์ทุกอย่างมาอยู่ใน dependency ขนาดยักษ์ที่ไม่รู้จะเจ๊งเมื่อไร มันก็เป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยดีนัก ขอโควตอีกรอบ



"Developers may think it's cool to reuse as much code as possible but the user doesn't care whether it was Linux that failed to include the necessary compatibility components or Mozilla that failed to make the build work for that particular dot release of libstdc++."




อ่านในคอมเมนต์ผ่านๆ แล้วก็เห็นด้วยที่ว่า มันน่าตื่นเต้นที่ลินุกซ์พัฒนามาได้เยอะขนาดนี้ แต่มันก็ยังไม่พอ



เห็นคอมเมนต์จำนวนมากเถียงกันในปัญหาทางเทคนิค ซึ่งผมคิดเอาเองว่าที่ Asa เขียน หรือที่ตัวเองเขียนเห็นด้วยกับ Asa นี้ ก็รู้ข้อจำกัดทางเทคนิคของลินุกซ์อยู่เต็มอก (อย่างเรื่อง Settings/Preferences ที่มีสิทธิ์ของผู้ใช้คอยจำกัดอยู่) แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่โลกโอเพ่นซอร์ส จะต้องยึดเอาความต้องการผู้ใช้เป็นหลัก และปัญหาทางเทคนิคเป็นเรื่องรองแทน (เคยเขียนถึงไปแล้วอีกเหมือนกัน)